ข่าวภูเก็ต » ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 24 เดือนอดีตรองนายกอบต.กมลา ภูเก็ต

ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี 24 เดือนอดีตรองนายกอบต.กมลา ภูเก็ต

8 เมษายน 2021
2924   0


ป.ป.ช.เผยศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 24 เดือนอดีตรองนายกอบต.กมลา ภูเก็ต ทุจริตจัดจ้างสร้างเขื่อน ฟื้นฟูบูรณะกำแพง-ปรับปรุงกุโบร์

———

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา อดีตผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย

นายสุวิทย์ ดุมลักษณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกอบต.กมลา นายสันติ อรรถทรัพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกอบต.กมลา  นายรัฐพงศ์ อักษรวงศ์ นายช่างผังเมือง 3 อบต.กมลา นายจีรนัย สืบโสตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ช่างโยธา 4 อบต.กมลา นายสนธยา สุนธารักษ์ และ นายบำรุง พิมลรัตนกานต์ ทุจริตในการจัดจ้าง การทำสัญญาจ้าง และการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างเขื่อนฟื้นฟูบูรณะกำแพง และปรับปรุงภูมิทัศน์กุโบร์กมลา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) ,(4) ประกอบมาตรา 90 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายสันติ อรรถทรัพย์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , ประกอบมาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไปตามมาตรา 91 จำคุก กระทงละ 3 ปี รวม 4 กระทง จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 78 คงจำคุก กระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 24 เดือน 

สำหรับคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8

ส่วนจำเลยอีก 5 คน ให้การปฏิเสธ ศาลจึงมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธเป็นคดีใหม่ 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ