ข่าวภูเก็ต » จับแล้วแม่ใจร้ายชาวเมียนมาร์หอบทารกทิ้งป่าตอง

จับแล้วแม่ใจร้ายชาวเมียนมาร์หอบทารกทิ้งป่าตอง

29 กันยายน 2020
294   0

ตำรวจจับแล้วแม่ใจร้ายชาวเมียนมาร์หอบทารกน้อยมาทิ้งไว้ในพื้นที่ป่าตองก่อนหนีไปสุราษฎร์ฯ สารภาพจำใจทำเพราะไม่พร้อมเลี้ยงลูกคนที่ 2

 

 

 

 

วันนี้(29 ก.ย.) พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สภ.ป่าตอง พร้อมด้วยรองผู้กำกับ และชุดสอบสวน สภ.ป่าตอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา บ“คดีทิ้งเด็กทารก” ในพื้นที่ สภ.ป่าตอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา โดยศูนย์ วิทยุ สภ.ป่าตองได้รับแจ้งว่า มีคนพบทารกถูกวางทิ้งไว้บริเวณม้านั่งหลังธนาคารกรุงไทย สาขาอรุณสม ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางตรวจสอบพบ นางรัชนี เมริท อายุ28 ปี เป็นคนเจอเด็กและเป็นผู้แจ้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิและโรงพยาบาลป่าตองช่วยเหลือนำเด็กทารกไปดูแลให้ความปลอดภัยเบื้องตัน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อนและหลังเกิดเหตุ ซึ่งสามารถจับภาพผู้ต้องหาได้ชัดเจน และได้ตรวจสอบสอบถาม ทราบว่าผู้ต้องหาเคยเป็นลูกจ้าง ร้านอาหารอินเดียแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และได้ทราบข้อมูลจากเจ้าของร้านว่า ผู้ต้องหาชื่อ นางอิ อิ ผิว (EI EI PHYU) เป็นชาวเมียนมาร์ โดยก่อนก่อเหตุได้นั่งรถตู้มาจากสุราษฎร์ธานีและต่อรถจักรยานยนต์มายังพื้นที่ป่าตองและได้มาพักกับเพื่อน 1 คืน

 

 

 

 

ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 05.30น. ได้นำเด็กทารกมาวางไว้ที่เกิดเหตุและหลังก่อเหตุ ได้โดยสารรถประจำทาง ภูเก็ต-ป่าตอง ออกจากพื้นที่ป่าตองเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปสอบถามคนขับรถและได้ทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางต่อไปยัง บชส ภูเก็ตที่ 2 ต.รัษฎา อ.เมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ บขสที่ 2 ได้พบผู้ต้องหาเดินทางโดย รถบัส สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบถามกับคนรถโดยสารดังกล่าว และได้ทราบว่าผู้ต้องหาได้ลงรถที่ หน้าเซเว่นอิเลฟเว่นกิโลมตรที่ 25 ก่อนถึง สภ.บางมะเดื่อ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ป่าตอง ได้ทำหนังสือตรวจสอบโรงพยาบาล ใกล้เคียงพื้นที่ใกล้กับจุดที่ผู้ต้องหาลงรถทราบว่าผู้ต้องหาได้ทำการคลอดเด็กที่โรงพยาบาล ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 และได้ทราบที่อยู่จากโรงพยาบาลและได้เดินทางไปตรวจสอบผู้ต้องหาที่พื้นที่ อ.พุนพิน ซึ่งต่อมา สามารถติดตามควบคุมตัวได้ที่ แค้มป์คนงานพม่า รับจ้างกรีดยางที่ ต.ตะปาน อ.พุนพิน และได้แจ้งข้อกล่าวว่า ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใดเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่า ได้ก่อเหตุจริง เนื่องจากตนเองมีลูกแล้ว 1 คน เมื่อตั้งท้องลูกคนที่ 2 ปรากฏว่าสามีไม่ยอมรับจึงแยกทางกัน และส่งลูกคนแรกกลับไปประเทศเมียนมาร์ ก่อนออกจากงานที่ป่าตอง และย้ายไปอยู่ที่ จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อคลอดลูกคนที่ 2 ปรากฏว่าประสบปัญหาทางการเงิน จากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้มีรายได้น้อย และต้องส่งเงินไปให้บุตรคนแรก และมีมีเงินไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูบุตรคนที่ 2 จึงได้ตัดสินใจนั่งรถจาก จ.สุราษฏร์ธานีมายัง จ.ภูเก็ต และนำบุตรมาวางทิ้งไว้ที่จุดดังกล่าว หวังว่าจะมีผู้มาพบและรับตัวไปเลี้ยงดู

 

 

 

 

พ.ต.อ.อกนิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเรามีความตระหนักในการติดตามสืบหาตัวบุคคลที่นำเด็กมาทิ้ง ซึ่งในคดีนี้ก็มีความสลับซับซ้อนอยู่มาก เนื่องจากว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่ จ.สุราษฎร์ธานี ต้องนั่งรถมาทิ้งเด็กแล้วกลับไป เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาในการสืบสวนทั้งภาพจากกล้องปิดและบุคคลต่างๆ สุดท้ายก็สามารถติดตามตัวได้ ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลป่าตอง ส่วนในอนาคตว่า เด็กทารกนั้นจะมีใครเป็นผู้รับเลี้ยงหรือไม่ หรือแม่เด็กอาจจะกลับใจนำเด็กไปเลี้ยงเองหลังสิ้นสุดคดีนั้นก็ยังไม่ทราบได้ ซึ่งก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย ก่อนหาแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

“ฝากถึงผู้ที่คิดจะทำในลักษณะนี้โดยอ้างว่าไม่มีความพร้อมแล้วนำเด็กไปทิ้งไว้ มีความผิดตามกฎหมาย หากไม่มีความพร้อมควรปรึกษาญาติๆ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรทิ้งเด็กตามยถากรรม”