ข่าวภูเก็ต » “สิระ เจนจาคะ” ปธ.กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ภูเก็ตเกาะติดสร้างคอนโดหรูทวงคืนผืนป่า

“สิระ เจนจาคะ” ปธ.กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ภูเก็ตเกาะติดสร้างคอนโดหรูทวงคืนผืนป่า

10 กรกฎาคม 2020
260   0

“สิระ เจนจาคะ” ปธ.กมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ภูเก็ตรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตามติดสร้างคอนโดหรูทวงคืนผืนป่า

 

 

 

 

วันนี้(10 ก.ค.)นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐและประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ประชุมร่วมกับนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและข้อเรียกร้องต่างๆ จากภาคธุรกิจ และภาคประชาชน อาทิ กรณีเรียกร้องขอยายเวลาเปิด-ปิดให้บริการสถานบันเทิง จากเดิมให้เปิดได้จนถึงตี 2 เป็น ตี 4 ,การเสนอขอให้ป่าตองปกครองรูปแบบพิเศษ, กรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับพนักงานโรงแรมถูกเลิกจ้างและไม่คืนเงินกองทุน กรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญอ่าวกุ้งมารีน่า ต.ป่าคลอก อ.ถลาง เรื่องการคัดค้านการก่อสร้างอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ ฯลฯ

 

 

 

 

ทั้งนี้ก่อนการประชุม นายสิระ ได้รับมอบหนังสือร้องเรียน จากกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อน กรณีการก่อสร้างอาคารโครงการห้องชุด เดอะพีค เรสซิเดนซ์ ต.ราไวย์ อ.เมือง เนื่องจากโครงการอยู่พื้นที่ลาดเชิงเขาบริเวณหน้าชายหาด ทำให้เกิดน้ำป่าทะลัก ดินโคลนไหลหลากลงมา ช่วงที่มีการก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และชาวบ้านในพื้นที่

 

 

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้นายสิระ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับหนังสือเรื่องความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดภูเก็ต กรณีการก่อสร้างอาคารโครงการห้องชุด เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ จังหวัดภูเก็ต ที่ ภก 0017.1/18941 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2562 เรื่องการรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ ของบริษัท กะตะบีช จำกัด ตั้งอยู่บนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่ามีการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

“บริเวณพื้นที่ป่าสมบูรณ์ยังคงได้รับผลกระทบจากโครงการ เนื่องจากตรวจสอบแล้วว่าการดำเนินการของโครงการ ไม่ได้หยุดการก่อสร้างตามคำสั่งฯ ของหน่วยงานราชการ ยังมีการแอบลักลอบก่อสร้างต่อเติมเรื่อยมา ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำป่าทะลัก ดินโคลนไหลหลาก เนื่องจากโครงการอยู่พื้นที่ลาดเชิงเขาประชาชนบริเวณหน้าชายหาดได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ เเละหนังสือ ที่ ยธ 0809.3/510 กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า ศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 266/2560 ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก)ดังกล่าว เนื่องจากคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินที่ให้ยกเลิกคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) และดำเนินการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด”

 

 

 

 

นายสิระ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลในปัจจุบัน คือ สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติบริเวณโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม ได้ถูกทำลาย และระบบนิเวศ ทางเดินทางน้ำต่างๆ ไม่เป็นดั้งเดิม ซึ่งเดิมเมื่อฝนตกต้นไม้ปกคลุมดินบนหน้าผาจะซึมซับน้ำเอาไว้ ลดความรุนแรงของการเคลื่อนไหวของน้ำที่จะไหลหลากด้วยความเร็วก่อนจะลงมายังหน้าหาด หรือถนนทางเดินสาธารณะ ทั้งนี้ จากลงพื้นที่พบ หลังจากมีการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมดังกล่าว ได้เกิดร่องรอยของดินโคลนถล่ม น้ำไหลหลาก โคลนจากภูเขา เศษหิน และยังมีเศษอิฐบางส่วนจากกงานก่อสร้างถูกนำพาลงมากับน้ำลงมาที่บริเวณหน้าชายหาด ซึ่งตนกังวลว่าจะมีกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในระยะยาวได้

นายสิระ กล่าวต่อไปว่า ที่ดินของโครงการตั้งอยู่ในเขตภูเขา มีความลาดชันเฉลี่ยเกิน 35% และมีบางส่วนอยู่นอกเขตภูเขา มีความลาดชันเฉลี่ยไม่เกิน 35% ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงเป็นการออกในพื้นที่ที่ต้องห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2497)

ในเมื่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชมีคำพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต แล้ว เทศบาลตำบาลกะรนมีหน้าที่ต้องระงับการก่อสร้างอาคารหรือชะลอการต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคารในที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ก่อน แต่เทศบาลตำบลกะรนไม่ระงับการก่อสร้าง รวมถึงพิจารณาต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยวางหลักประกันจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งกรณีดังกล่าวกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารไม่ได้บัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการได้

 

 

 

 

 

“ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกะรน มีคำสั่งต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นส่งให้ คณะกรรมการป้องการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการทุจริตกลุ่มดังกล่าวต่อไป” นายสิระ กล่าว