ข่าวภูเก็ต » อดีตผู้ว่าฯ “ภัคพงศ์” ผลักดันผลงานสุดท้ายก่อนไปเพชรบุรีของบรัฐฟื้นฟูภูเก็ตสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ฯนานาชาติ รองรับโรคอุบัติใหม่งบกว่า 2,400 ล้านบาท

อดีตผู้ว่าฯ “ภัคพงศ์” ผลักดันผลงานสุดท้ายก่อนไปเพชรบุรีของบรัฐฟื้นฟูภูเก็ตสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ฯนานาชาติ รองรับโรคอุบัติใหม่งบกว่า 2,400 ล้านบาท

19 มิถุนายน 2020
574   0

อดีตผู้ว่าฯ “ภัคพงศ์” ผลักดันผลงานสุดท้ายก่อนไปเพชรบุรี ของบรัฐฟื้นฟูภูเก็ต สร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ฯ นานาชาติ รองรับโรคอุบัติใหม่ งบกว่า 2,400 ล้านบาท

 

 

 

 


รายงานข่าวจากจังหวัดภูเก็ต แจ้งว่า นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะมีคำสั่งย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้นำเสนอโครงการ “พัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยและมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว” ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อของบประมาณเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะใช้พื้นที่ราชพัสดุ ข้างสถานีตำรวจท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง เนื้อที่ประมาณ 140 ไร่ ห่างสนามบินภูเก็ตราวๆ 16-17 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางจังหวัดภูเก็ตได้เตรียมไว้สำหรับเป็นสถานที่ในการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดภูเก็ต แต่โครงการยังไม่เกิดเนื่องจากติดขัดในเรื่องงบประมาณที่จะมาดำเนินการและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกระบุว่าเป็นสถานที่ที่เต่าทะเลขึ้นวางไข่ จึงทำให้โครงการศูนย์ประชุมฯ ดังกล่าวต้องพับไป แม้ที่ผ่านมา ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามผลักดันในหลายเวทีแล้วก็ตาม

 

 

 

 

สำหรับความเป็นมาของโครงการ “พัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยและมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว” เกิดจากแนวคิดของ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันเสนอโครงการดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องได้รับผลกระทบ ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งแนวโน้มหลังการปลดล็อกสถานที่ท่องเที่ยวแล้วนั้น คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวและใช้บริการในจำนวนที่น้อยกว่าที่ผ่านมา จากความกังวลเรื่องความปลอดภัยต่อสถานการณ์การระบาด การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ไปจนกว่าจะมีการค้นพบวัคซีนในการรักษา

ดังนั้น เพื่อให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้นเหมือนที่ผ่านมา จึงจำเป็นจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวเห็นถึงความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ต อีกทั้งต้องพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อให้เหมาะสมต่อวิถีชีวิตแบบใหม่ (New normal) หลังวิกฤตโควิด-19 และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริการทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากวิถีชีวิตชุมชน และทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)

 

 

 

 

โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ (International medical Hub world class Destination) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีวิทยาการทางการแพทย์และระบบบริการการแพทย์รองรับการจัดการบริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ และเพื่อการบริการรักษาผู้ป่วยโรคติดต่อสำคัญ โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ โรคเขตร้อน ตลอดจนเป็นสถานที่กักกันผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายอนามัยระหว่างประเทศ และผลิตงานการวิจัยด้านโรคติดเชื้อและโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มการจ้างงานและรักษาระดับการจ้างงานให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และเพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่ความปกติใหม่ (New normal) ตลอดจนเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมผลผลิตและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น

โดยภายในโครงการ ประกอบด้วย 7 กิจกรรมหลัก คือ 1.จัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร 1 หลัง ประกอบด้วย ศูนย์บริการผ่าตัดวันเดียว เวชศาสตร์ฟื้นฟู ทัวร์สุขภาพ ศัลยกรรมตกแต่ง แพทย์แผนไทย-จีน 2.จัดสร้างศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ 3.สถาบันบำราศนราดูร เขตภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานกักกันผู้ป่วยโรคติดเชื้อติดต่ออันตราย 100 ห้อง พร้อมอาคารพักผู้ป่วย 120 เตียง สถาบันการศึกษา การวิจัย การฝึกอบรม 1 หลัง 4.จัดสร้างศูนย์เวชศาสตร์โรคเขตร้อน สถาบันการศึกษา การวิจัยโรคเขตร้อน 1 หลัง อาคารพักผู้ป่วย (60 เตียง) 1 หลัง 5.จัดสร้างศูนย์ใจรักษ์ (ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย) ประกอบด้วย ห้องพักผู้ป่วยพร้อมครุภัณฑ์การแพทย์ครบชุด 20 หลัง หอผู้ป่วยสามัญพร้อมครุภัณฑ์การแพทย์ครบชุด 20 เตียง 6.จัดสร้างศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร เป็นอาคารฟื้นฟูสภาพพร้อมครุภัณฑ์ครบชุด มีกิจกรรมบำบัด กายภาพบำบัด ธาราบำบัด 1 หลัง ห้องพักผู้ป่วยพร้อมครุภัณฑ์การแพทย์ครบชุด 30 ห้อง และ 7.ศูนย์รังสีรักษา เขตอันดามัน มีอาคารรังสีรักษา 1 หลัง เครื่องฉายรังสีพลังงานสูงชนิดโฟตรอนและอิเล็กตรอนบีม 1 เครื่อง เครื่องฉายรังสีพลังงานสูงชนิดโฟตรอน 2 เครื่อง เครื่องจำลองรังสีรักษาด้วยเครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เครื่องวางแผนการรักษา 2 เครื่อง เครื่องใส่แร่ชนิด High dose rate พร้อม TPS 1 work station และเครื่องมือ 4 ชุด 1 เครื่อง เครื่องใส่แร่รังสีรักษา 1 เครื่อง ชุดอุปกรณ์เครื่องวัดและควบคุมคุณภาพรังสี 1 เครื่อง เครื่องถ่ายภาพสารเภสัชรังสี 1 เครื่อง เครื่องตรวจวัดมวลกระดูก 1 เครื่อง เครื่องตรวจแกมมาคาเมร่า ชนิด 2 หัวตรวจ 1 เครื่อง เครื่องตรวจวัดการทำงานของต่อมไทรอยด์ 1 เครื่อง เครื่องรักษามะเร็งด้วยคลื่นความถี่สูง 1 เครื่อง ชุดควบคุมคุณภาพเครื่องมือ 1 ชุด อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ 1 ชุด

 

 

 

 

 

โดยทั้ง 7 กิจกรรมหลักนี้ ทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ใช้งบประมาณเงินลงทุน 2,400 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม  โครงการ “พัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยและมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว”  ทางนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้นำเสนอของบประมาณจากรัฐบาลแล้ว เป็นโครงการสุดท้ายที่ได้ดำเนินการก่อนที่จะโยกย้ายไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี