ข่าวภูเก็ต » น้องภูเก็ต-ควายเผือก โดนรถชนขาหักส่งรักษา ม.อ.สงขลา

น้องภูเก็ต-ควายเผือก โดนรถชนขาหักส่งรักษา ม.อ.สงขลา

28 พฤษภาคม 2020
339   0

 

 

“น้องภูเก็ต” ควายเผือกที่ถูกรถชน ถูกส่งตัวถึงมือสัตวแพทย์ ม.อ. แล้ว พบขาหน้าขวาหัก และไม่สามารถลุกยืนหรือใช้ขาทั้ง 4 ข้าง ได้ เร่งช่วยเหลือเต็มที่ พร้อมวอนผู้รักสัตว์ประสานกับทางสัตวแพทย์ก่อนส่งรักษา เพื่อประเมินและสอบถามประวัติสัตว์ อีกทั้งการยื้อที่จะรักษาอาจไม่ส่งผลดีกับสัตว์เสมอไป ขอให้เชื่อในคำวินิจฉัย และยืนยันสัตวแพทย์ก็มีจรรยาบรรณ ไม่อยากฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเหมือนกัน

ความคืบหน้ากรณีควายเผือกที่มีการตั้งชื่อให้ว่า “น้องภูเก็ต” ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บและขาหัก โดยเหตุเกิดในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะถูกส่งไปยังปศุศัตว์ภูเก็ต เพื่อสืบหาเจ้าของ และต่อมาทางทางมูลนิธิโคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง ได้ขอรับตัว และประสานขอความอนุเคราะห์ส่งไปรักษายังโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น

ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค.63  “น้องภูเก็ต” หรือควายเผือกตัวนี้ ได้อยู่ในความดูแลของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้ว และถูกส่งตัวไปทำการรักษา และฟักฟื้นที่ส่วนแยกของคณะ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก และใช้เป็นสถานที่สำหรับการการดูและรักษาสัตว์ใหญ่โดยเฉพาะและทางผู้บริหารรวมทั้งทีมสัตวแพทย์ ทั้ง รศ.สพ.ญ.อุษา เชษฐานนท์ คณะบดีคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ พร้อมด้วย นสพ.กรฤต จันเนียม ผอ.โรงพยาบาลสัตว์ ม.อ. , อ.ดร.นสพ.วิชญะ ทองตะโก อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ และ สพ.ญ.มีนตรา ระนาดแก้ว สัตวแพทย์ผู้รักษา ได้ร่วมกันติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

นสพ.กรฤต จันเนียม ผอ.โรงพยาบาลสัตว์ ม.อ. เผยว่า ควายเผือกตัวนี้เป็นเพศผู้ วัยรุ่น อายุน่าจะราว 2-3 ปี น้ำหนักตัวกว่า 400-500 กิโลกรัม เกือบครึ่งตัน โดยมีบาดแผลถูกรถชนจนขาหน้าขวาหัก รวมทั้งไม่สามารถลุกยืน และใช้ขาทั้ง 4 ข้าง ได้ โดยทางสัตวแพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด รวมทั้งตรวจเลือดหาความผิดปกติและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ได้มีการทำแผล และเข้าเฝือกให้กับขาหน้าขวาแล้ว อีกทั้งยังไม่ค่อยยอมกินหญ้า แต่พอที่จะดื่มน้ำได้บ้าง ซึ่งน่าจะมาจากทั้งอาการเจ็บปวด รวมทั้งความเครียดในสัตว์

 

 

 

ผอ.โรงพยาบาลสัตว์ ม.อ. เผยด้วยว่า การได้รับอุบัติเหตุหรือถูกรถชนถึงขั้นขาหักในสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย จะมีการประเมินอาการ และถือว่าค่อนข้างหนัก เนื่องจากสัตว์ใหญ่เมื่อขาหัก ไม่สามารถใช้ขาในการพยุงตัวขึ้นมาได้ จะให้ให้เกิดอาการอื่นๆตามมา และส่งผลให้อาการโดยรวมแย่ลงไปอีก ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับกรณีนี้ที่ทำได้แค่ประคองอาการ เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์ไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักสัตว์ที่มากขนาดนี้ และได้แค่ทำแผล ใส่เฝือก รวมทั้งยกยืน เพื่อไม่ให้เกิดแผลกดทับ ซึ่งทำได้แค่ 2-3 ครั้ง ต่อวัน ครั้งละไม่เกิน 15-20 นาที เนื่องจากหากมากกว่านี้จะส่งผลต่อพวกซี่โครง ปอด และอวัยวะภายในของสัตว์ได้

ทั้งนี้ทางสัตวแพทย์ยังให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะนำสัตว์ใหญ่มาทำการรักษาด้วยว่า ขอให้มีการติดต่อกันก่อนกับทางคณะ และทางโรงพยาบาลสัตว์ เพื่อสอบถามความพร้อมในการให้การดูแลรักษา และควรมีเจ้าของสัตว์ที่แน่นอน หรือผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ที่บาดเจ็บได้ เนื่องจากจำเป็นที่ทางสัตวแพทย์จะต้องได้รับประวัติของสัตว์ที่แน่นอน เพราะ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถจัดการเกี่ยวกับโรคที่ติดมากับสัตว์ หรืออาจจะมีโรคแฝงที่ติดมากับสัตว์ ซึ่งจะทำให้การรักรักษายุ่งยากมากยิ่งขึ้นและอยากให้เชื่อในคำวินิจฉัยของทางสัตวแพทย์ เพราะ การยื้อที่จะรักษา อาจจะทำให้สัตว์เจ็บปวดทรมานมากขึ้น หากสัตวแทพย์ให้คำแนะนำอย่างไร ก็ควรที่จะปฏิบัติตาม เนื่องจากสัตวแพทย์เองก็มีจรรยาบรรณ และไม่อยากจะฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเช่นเดียวกัน