ข่าวภูเก็ต » ผู้ว่าฯพังงาดึงอสม.เคาะประตูบ้านตรวจสุขภาพปชช.สกัดโควิด-19

ผู้ว่าฯพังงาดึงอสม.เคาะประตูบ้านตรวจสุขภาพปชช.สกัดโควิด-19

24 มีนาคม 2020
120   0

ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาดึงอสม.เคาะประตูบ้านตรวจสุขภาพประชาชนสกัดโควิด-19

 

 

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.63 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา แถลงข่าวจากห้องประชุมราชสีห์ 1 ศาลากลางจังหวัดพังงา ถึงสถานการณ์ของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดพังงา ว่า ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานของผู้ที่ติดเชื้อโควิดในจังหวัดพังงา แต่ยังมีตัวเลขผู้ที่ต้องติดตามเฝ้าระวังอาการตามดุลยพินิจของแพทย์อยู่จำนวน 37 ราย ทุกพื้นที่ยังคงใช้มาตรการ 1C 2 S คือ Scan Seal & Clean ในทุกหมู่บ้านอยู่แล้วด้วยการให้ อสม.เข้าเคาะประตูบ้านทำการตรวจสุขภาพประชาชนทุกหลังคาเรือนและสำรวจดูบุคคลต่างพื้นที่ที่เข้ามายังหมู่บ้านโดยจะต้องรายงานให้ผู้นำระดับหมู่บ้านได้รับทราบ สิ่งที่ยากลำบากในวันนี้คือการสแกนบุคคลต่างๆ ภายหลังจากกรุงเทพมหานครฯมีการล็อคดาวน์ เพราะหากบุคคลใดติดเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการออกมา การตรวจวัดอุณหภูมิอาจไม่ได้ผลแต่จะมีอาการประมาณ 5 วันหลังจากการรับเชื้อแล้ว และจะทำให้มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดเกิดขึ้นทันที ดังนั้นจึงขอความร่วมมือและให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดด้วยการอยู่ในบริเวณพื้นที่ 14 วันก่อน หากไม่มีอาการใดๆถึงทำกิจกรรมปกติได้ ส่วนผู้ที่ใช้รถโดยสารสาธารณะนั้นได้ให้ทางขนส่งจังหวัดพังงาเข้าควบคุมดูแล

 

 

อย่างไรก็ตามการป้องกันดีที่สุดคือป้องกันตัวเราเอง วันนี้ให้สงสัยว่าบุคคลรอบข้างอาจจะติดเชื้อไว้ก่อน ทุกพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นคือความเสี่ยง ดังนั้นต้องเว้นระยะห่างระหว่างกันให้มาก ไม่สัมผัสกับบุคคลอื่น ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งของสาธารณะ ในทางกลับกันต้องป้องกันคนอื่นจากตัวเองเช่นเดียวกัน คือ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ตลาด หรือในที่มีผู้คนอยู่มาก ฟังข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น และขอความร่วมมือประชาชนทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดว่าขอให้อยู่แต่กับบ้านจนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาที่ปลอดภัย ประชาชนในพื้นที่หากไม่จำเป็นควรอยู่แต่ในบ้านแต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ต้องสวมหน้ากากทุกครั้ง อย่าตื่นตะหนกแต่ให้ตระหนักและไม่ประมาท ลดความเสี่ยงที่ตัวเองก่อน ในวันนี้ทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่เพื่อร่วมต้านการแพร่ระบาดในพื้นที่ให้นานที่สุด ที่สำคัญคือประชาชนต้องมีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการและรับผิดชอบสังคมด้วยเช่นกัน