ข่าวภูเก็ต » ม.อ.ภูเก็ตห่วงปัญหาขยะล้นเมืองหลังวิจัยพบปริมาณขยะจากธุรกิจ Food Delivery Service พุ่งสูงจนน่าตกใจ

ม.อ.ภูเก็ตห่วงปัญหาขยะล้นเมืองหลังวิจัยพบปริมาณขยะจากธุรกิจ Food Delivery Service พุ่งสูงจนน่าตกใจ

8 พฤศจิกายน 2019
132   0

ม.อ.ภูเก็ต แถลงผลวิจัยสถานการณ์ปริมาณขยะในภูเก็ตที่เกิดจากธุรกิจ Food Delivery Service พบตัวเลขขณะโฟม – พลาสติกพุ่งสูงจนน่าตกใจ เสนอจังหวัดจี้ผู้ประกอบการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ภูเก็ตปลอดโฟมในปี 2020 ก่อน

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต แถลงข่าวสถานการณ์ปริมาณขยะอันเนื่องมาจากการใช้บริการ Food Delivery Service ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนโยบายของจังหวัดภูเก็ต ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 สำนักงานอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต โดยรองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เปิดเผยว่า สภาพเศรษฐกิจ สังคมและการแข่งขันในปัจจุบัน ได้ทาให้วิถีชีวิตและพฤติกรรมของคนในสังคมหลายๆ ด้านมีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมไปถึงพฤติกรรมการทานอาหารด้วย ที่แต่เดิมสาหรับคนที่ไม่ได้ปรุงอาหารทานเองที่บ้านจะมีการทานที่ร้านอาหาร แต่ปัจจุบันได้เกิดธุรกิจให้บริการอาหารแนวใหม่ในโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า B2B2C หรือ Business to Business to Customer ซึ่งให้ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่บน platform ของผู้คิดค้นการบริการ

ธุรกิจอาหารได้เกิดการให้บริการการส่งอาหารถึงที่ (Food delivery service) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ หรือพื้นที่จังหวัดที่ประชาชนดำรงชีวิตอยู่อย่างแข่งขันและรีบเร่ง อย่างไรก็ตามได้เกิดปัญหาตามมาอันเนื่องมาจากธุรกิจดังกล่าวก็คือปัญหาการเพิ่มขึ้นของขยะ ซึ่งแต่เดิมถือเป็นปัญหาใหญ่และแก้ยากอยู่แล้วให้ซับซ้อนและรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก สำหรับจังหวัดภูเก็ตในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมาธุรกิจ Food delivery service มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

 

 

 

จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในช่วงระหว่างวันที่ 19 – 22 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการที่ให้บริการ Food delivery service ในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 3 ราย มีผู้ทำหน้าที่ในการรับส่งให้บริการดังกล่าวมากกว่า 2,850 คน มีร้านที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 1,000 ร้าน และเมื่อวิเคราะห์ปัญหาขยะและบรรจุภัณฑ์ที่เกิดจากการให้บริการ Food delivery service ได้ผลที่น่าสนใจ ดังนี้

กรณีการสั่งอาหารกล่อง จำนวนชิ้นของกล่องบรรจุอาหารที่เกิดจากบริการ Food delivery service กล่องกระดาษ 26.17% กล่องพลาสติก 25.68% กล่องโฟม 48.15% และหากในแต่ละวันไดร์เดอร์รับออร์อาหารคนละ 36 ครั้งต่อวัน จะทำให้มีขยะเพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 37 ล้านชิ้น ในส่วนของจำนวนขยะช้อนพลาสติกที่เกิดจากบริการ Food delivery service รับช้อน 37.14% ไม่รับช้อน 68.86% และกรณีการสั่งเครื่องดื่ม แก้วพลาสติก 100% แก้วกระดาษหรือแก้วย่อยสลายได้ 0% และจากข้อมูลการสำรวจวินัยถ้าไดร์เดอร์รับออเดอร์เครื่องดื่มวันละ 17 ครั้งต่อคน จะทำให้แต่ละปีมีขยะที่เป็นแก้วพลาสติกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 17 ล้านชิ้น

ตัวเลขขณะที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมากๆ จากการให้บริการ Food delivery service ซึ่งเรื่องนี้ทางมหาวิทยาลัยได้นำเสนอกับทางจังหวัดภูเก็ตในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันหาแนวทางและมาตรการในการแก้ปัญหาขยะที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะขณะนี้ภูเก็ตมีขณะที่ต้องเข้าสู่เตาเผาถึงวันละ 900 ตันอยู่แล้ว หากปล่อยให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมืองในอนาคตอันใกล้นี้ได้”

 

 

 

 

 

รองศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะโดยไม่กระทบพฤติกรรมผู้บริโภค ดังนี้ คือ 1. ให้ทางจังหวัดขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ให้บริการ Food delivery service ให้ใช้บรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2. รณรงค์ให้ผู้ใช้บริการลดการใช้อุปกรณ์บางอย่างที่ไม่จำเป็นเช่น กรณีช้อนพลาสติกโดยใช้ช้อนที่บ้านหรือมีช้อนส่วนตัวติดตัวแทน หรือกรณีหลอดดูดพลาสติกให้ใช้หลอดกระดาษแทนหรือดื่มจากแก้วโดยตรง 3. รณรงค์ให้ไม่ใช้บริการร้านค้าที่ยังใช้บรรจุและอุปกรณ์ที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4. จังหวัดประกาศนโยบายและปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจน เช่น ภูเก็ตเป็นจังหวัดปลอดโฟม และใครก็ตามที่มีการฝ่าฝืนให้มีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่ง

รองอธิการบดี วิทยาเขตภูเก็ต ยังกล่าวอีกว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหา โดยวางยุทธศาตร์การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) มีการบูรณาการอนุรักษ์ด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อมเข้าไปในการเรียนการสอน การวิจัย และในทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย อาทิ ม.อ.ภูเก็ตปลอดโฟม100% โครงการธนาคารขยะ การเปิดปิดแอร์เป็นเวลาที่กำหนด และงดใช้บรรจุภัณฑ์โฟม ถุงพลาสติก แก้วน้ำ ช้อน ส้อม และหลอดพลาสติก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายจังหวัดภูเก็ต และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นอกจากนี้ ในปี 2562 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต จะเข้าร่วมกลุ่ม มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) คือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก (UI Green Metric World University Ranking ) จัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (University of Indonesia) โดยมีมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 360 มหาวิทยาลัย จาก 61 ประเทศทั่วโลก

โดยเกณฑ์ที่ใช้วัดเป็นมาตรฐานในการให้คะแนนเพื่อจัดอันดับนั้น ประกอบไปด้วย 6 หัวข้อคือ 1. Setting And Infrastructure (ที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน) 15% 2. Energy and Climate Change (การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) 21% 3. Waste management (การจัดการของเสีย) 18% 4. Water usage (การจัดการน้ำ) 10% 5. Transportation (การขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) 18% และ 6. Education (ความสามารถในการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน) 18%