ข่าวเศรษฐกิจ » แบน 3 สารเคมีอันตราย มีผล 1 ธ.ค.นี้

แบน 3 สารเคมีอันตราย มีผล 1 ธ.ค.นี้

22 ตุลาคม 2019
277   0

กรุงเทพฯ 22 ต.ค. – คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติตามกระทรวงเกษตรฯ เสนอแบน 3 สารเคมีเกษตร “พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต” มีผล 1 ธ.ค.นี้

 

 

 

 

นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ครั้งที่ 41-9/2562  มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้ ปรับวัตถุอันตรายพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

พร้อมมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรไปดำเนินการยกร่างประกาศกระทรวงว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น แล้วเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ ได้ขอให้กรมวิชาการเกษตรไปพิจารณาระยะเวลาความเหมาะสมในการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรกร หรือร้านจำหน่าย เป็นต้น โดยให้รับรองมติในที่ประชุม

สำหรับการลงมติวันนี้คณะกรรมการฯ ได้มีการลงมติแบบเปิดเผย เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีการลงมติ ผลการลงมติ คือ  พาราควอต ยกเลิกการใช้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 จำนวน 20 คน  ยกเลิกการใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2564 จำนวน 1 คน  จำกัดการใช้ จำนวน 5 คน  ส่วนสารไกลโฟเซต  ยกเลิกการใช้ 19 คน  จำกัดการใช้  7 คน คลอร์ไพริฟอส ยกเลิกการใช้ 22 คน จำกัดการใช้ 4 คน

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาข้อมูลแล้ว ประกอบด้วย ผลการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้นำบัญชานายกรัฐมนตรีไปดำเนินการ โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่าได้มีการพิจารณาข้อมูลวิธีการและสารทางเลือกในการจัดการวัชพืช ต้นทุนของวิธีการและสารทางเลือก ข้อมูลสารทดแทนสารคลอร์ไพริฟอส ปริมาณสารที่คงเหลือปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่าสามารถบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติได้ หากยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ และผู้แทนหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอข้อมูลความเป็นอันตราย และข้อมูลการตรวจสอบเฝ้าระวังสารตกค้างในสินค้าเกษตรในท้องตลาด นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้นำข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งส่วนที่ต้องการให้ยกเลิกการใช้ และส่วนที่ไม่เห็นด้วยหากจะยกเลิกการใช้มาพิจารณาในที่ประชุมด้วย.-สำนักข่าวไทย