จากสำนึกสู่ปากกา » ที่ดินว่างเปล่า

ที่ดินว่างเปล่า

1 กุมภาพันธ์ 2018
392   0

ราวปี 2524 ผมย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ห้วงระยะเวลานั้นอยากจะมีบ้านและมีที่ดินสร้างบ้าน จึงไปจองที่ดินเอาไว้ในย่านหมู่บ้านเมืองเอกที่รังสิต สมัยนั้นเป็นทุ่งนา ผมไม่เคยทราบเลยว่า ตกลงแล้วที่ดินอยู่แปลงไหนกันแน่ ทราบแต่ว่าอยู่ในละแวกบริเวณนั้น
38 ปีที่ซื้อทิ้งเอาไว้ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ล้อมรั้วอะไร
แทนที่ในตอนนั้นจะเอาต้นไม้ไปปลูกป่านนี้ต้นโตและได้ผลกินกันอย่างมากมายก่ายกองแล้ว
วันก่อน ผมแวะเข้าไปทำการรังวัดเพื่อตรวจสอบเขตที่ดินอีกครั้งหนึ่ง โดยในตอนนั้นใช้เงินของพี่ชายไปซื้อที่แปลงนี้ เมื่อรังวัดแล้ว ผมมีความคิดว่าเราน่าจะล้อมรั้วแล้วค่อยเอาต้นไม้ผลไปลง
ผมกำลังมองว่า ผมจะปลูกอย่างละต้นเพื่อให้เป็นต้นที่สามารผลิผลออกมากินได้ตลอดไป
ผมกำลังมีความคิดว่า ผมจะหาต้นมะม่วงหิมพานต์ไปปลูกสักต้น เพื่อเอายอดอ่อนไปกินกับน้ำพริกและหากมันมีผลออกมา จะเอาผลของมันไปปาดแช่เกลือกินแทนผลไม้เพราะมันมีสารที่มีอนุมูลอิสระในการต่อต้านสารก่อมะเร็งและนิ่วด้วย
ผมมีความคิดว่าจะปลูกต้นลูกมุด อุตส่าห์เพาะจากเมล็ดจนกระทั่งเริ่มโตและมีใบมากมาย เพียงพอต่อการยืนต้นได้  โดยจะเอามะม่วงเขียวเสวยไปปลูกสักต้น ขนุนไปปลูกสักต้น จำปาดะไปปลูกสักต้น ต้นกล้วยเล็บมือนางไปปลูกสักกอ ต้นกล้วยหอมไปปลูกสักกอ และปลูกมะละกอเอาไว้สักสามสี่ต้น เอาลูกไว้กิน
จะหาสร้างกระต๊อบเล็กๆ เอาไว้นอนเล่นยามกลางวันในเวลาที่ไปรดน้ำหรือไปปลูกต้นพวกนี้ โดยตั้งใจว่าจะยกพื้นแปลงขึ้นมาปลูกฟักแม้วเพื่อเอายอดแม้วมาผัดกิน
ผมกำลังเล็งๆว่า จะหารถดูดส้วมสักเที่ยวหรือสามเที่ยว เมื่อดูดส้วมมาแล้ว จะขุดหลุม และให้เขาเทอุจจาระที่ดูดจากบ่อส้วมใส่เอาไว้ในหลุมที่จะขุดให้ลึกลงไปสักสามหรือสี่เมตร หวังจะให้มันเป็นปุ๋ยธรรมชาติและหากไปต่างจังหวัดจะไปขอขี้ช้างมาสักหลายก้อน เอามาใส่ไว้ในหลุมเพื่อให้เป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ
ตั้งใจว่าจะเอาพริกกระเหรี่ยงมาปลูกและตำให้มันแหลกแล้วผสมน้ำ กรองเอาแต่น้ำมาฉีดตามใบของต้นไม้ต่างๆเพื่อกำจัดแมลงต่างๆ
ผมไปยืนมองที่ดินในเนื้อที่เกือบหนึ่งไร่ และมองบริเวณกว้างและยาวแล้วคิดว่าหากเราไปปลูกอะไรไว้สักสี่หรือห้าปีเราจะได้ทานแล้ว
ผมกำลังจะเพาะต้นลูกมุดและต้นขนุนเอาไว้ไปปลูกตรงที่ดินของผมบนเขาค้อ จะเอาต้นขนุนไปปลูกตามหัวมุมของที่ดิน และตามแนวริมคูระบายน้ำเพื่อให้ร่มเงา ในยามที่มองวิวอีกด้านไม่ค่อยจะชัดเจนนัก
ยามนี้ผมไม่ค่อยจะมีงานรัดตัวอะไรมากนัก
ถ้าเราหันมาปลูกผลไม้ ปลูกผักกินเอง โดยไม่ต้องใส่ยาฆ่าแมลงและใส่ปุ๋ยแล้ว ผมว่า มันน่าจะมีความสุขและมีความสนุกสนานมากกว่าอย่างอื่น
ผมตั้งใจว่า ต้นๆเดือนกุมภาพันธ์ จะขับรถไปตระเวนตามสถานที่ต่างๆ หากพันธ์ไม้ผลเอามาปลูก และตั้งใจว่าจะแวะไปคลอง 15 ตรงพื้นที่คาบเกี่ยวนครนายกกับปทุมธานี จะไปหาต้นไม้ผลเอามาปลูกและจะพยายามเน้นเพาะจากเมล็ดมากกว่าส่วนอื่นเพื่ออย่างน้อยที่สุด
เวลาลมพัดแรงต้นจะไม่โค่นได้
ผมปลูกสะตอเอาไว้ต้นหนึ่ง มันไม่ตายแต่มันไม่โต มีใบแค่สี่กิ่งตลอดเวลา กิ่งเก่าหมดอายุร่วงไป กิ่งใหม่ขึ้นมาทดแทน ผมเพิ่งจะลงกระถางไปไม่กี่วันเพื่อที่จะ
ดูการเติบโตของมัน
ไม่ต่างจากวันก่อน ผมไปซื้อฟักแม้วมาจากแม่สอด จังหวัดตาก ลูกแก่จัด วันนี้งอกรากแตกใบ ผมรอให้มันแตกยอด แตกใบเยอะขึ้นมาสักนิด จะเด็ดเอาไปผัดกิน
ชีวิตคนเรามีเพียงเท่านี้แหละครับ มีความสุขในสิ่งที่คิดว่ามีความสุข
มีความสนุกในสิ่งที่คิดว่ามีความสนุก
วันนี้ผมขับรถไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อดูต้นไม้ในงานเกษตรเทรดแฟร์ ร้านค้าเยอะมาก มากกว่าพันห้าร้อยรายก็ว่าได้ เขาขายล็อคละ 25,000 บาทในระยะเวลา 9 วัน ต่างจากรายการครัวคุณต๋อยจัด 4 วันคิดค่าเช่า 50,000 บาท ผมเวียนที่มหาลัยเกษตรหลายรอบ หาที่จอดรถไม่ได้ กว่าจะได้จอดจริงๆก็หกโมงกว่าๆแล้ว ร้านค้าบางรายคลุมผ้ากลับบ้าน
ผมประเมินวันนี้จากราคาค่าเช่าของคนจัด หากมีคนมาออกร้านสัก 1,000 ราย เก็บค่าเช่ารายละ 25,000 บาท จะได้ค่าเช่าทั้งสิ้น 25 ล้านบาท
แต่ผมประเมินด้วยสายตาวันนี้แล้วน่าจะอยู่ที่ราวๆ 2,500 ร้านค้า ถ้าเป็นเช่นนี้ ปีนี้คนจัดจะกำไรจากรายได้จัดงานไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท
จัดงาน 9 วัน กำไรแค่นี้
น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
เอาไว้วันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสและมีจังหวะ ผมอยากจะจัดงานแบบนี้ที่ภูเก็ตบ้านเกิดของผมบ้าง