ข่าวเศรษฐกิจ » เดินหน้าคลินิกสัญจรแนวประชารัฐหนุนเอสเอ็มอี เน้นเขต EEC

เดินหน้าคลินิกสัญจรแนวประชารัฐหนุนเอสเอ็มอี เน้นเขต EEC

14 มิถุนายน 2017
330   0


กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับหลายหน่วยงานเดินหน้าคลินิกสัญจรแนวประชารัฐ ส่งเสริมการขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ล่าสุดเปิดคลินิกที่จังหวัดชลบุรี เน้นช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีในพื้นที่ลงทุนเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิด คลินิกสัญจรแนวประชารัฐ จังหวัดชลบุรี หนุนเอสเอ็มอีสร้างเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยกล่าวว่า การเปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจร แนวประชารัฐในพื้นที่จังหวัดชลบุรี นับเป็นแห่งที่ 3 จากก่อนหน้านี้นำร่องไปแล้วที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับหลายหน่วยงานบูรณาการในการสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายในด้วยการพัฒนา SMEและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็งภายใต้นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมจาก “เพิ่มมูลค่า” ไปสู่ “สร้างมูลค่าเพิ่ม”

นายอุตตมะ กล่าวว่า เอสเอ็มอีถือเป็นฐานรากเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันมีทั้งสิ้นกว่า 2.7 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 99.7 ของอุตสาหกรรมทั้งหมด ที่ผ่านมาปัญหาของเอสเอ็มอีของไทยยังต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งการเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน องค์ความรู้บริหารจัดการทางการตลาด การปรับเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ การทำบัญชี รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นแกนนำในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างครบวงจรและเกิดการบูรณาการ ซึ่งในส่วนของการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ จะครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางตอนล่างได้แก่จังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง ถือเป็นกลุ่มจังหวัดที่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการลงทุนในพื้นที่อีอีซีคือจังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา

สำหรับเอสเอ็มอีที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ 4 จังหวัดที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการ โดยจังหวัดชลบุรี มีจำนวนเอสเอ็มอี 85,822 ราย ระยอง จำนวน 34,143 ราย สมุทรปราการ จำนวน 5,927 ราย และฉะเชิงเทรา 1,400 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการในกลุ่มเป้าหมาย ได้ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาแล้วจำนวน 253 ราย วงเงิน 1,260.80 ล้านบาท จากเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้น 293 ราย ในวงเงิน 879 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในขั้นพิจารณา โดยได้อนุมัติไปแล้ว 42 ราย วงเงิน 128.7 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการได้ให้การรับการตอบรับเป็นอย่างดี

ขณะที่แหล่งเงินทุนที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องนำมาเพิ่มศักยภาพให้กับเอสเอ็มอีไทยมี 3 กองทุนได้แก่ 1. กองทุนพัฒนา smes ตามแนวประชารัฐวงเงิน 20,000 ล้านบาท 2. โครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan วงเงิน 15,000 ล้านบาท 3. เงินทุนที่บริหารงานโดย สสว. ได้แก่ โครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อมวงเงิน 1,000 ล้านบาท โครงการฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมวงเงิน 2,000 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อ Micro SMEs 200,000 บาท นับเป็นช่องทางที่จะทำให้ เอสเอ็มอีทุกระดับ มีช่องทางในการแสวงหาเงินทุนในการนำไปใช้พัฒนาธุรกิจ ทั้งการเสริมสภาพคล่องและการยกระดับผลิตภัณฑ์ พร้อมกันนี้ยังมีการช่วยเหลือ ที่ไม่ได้เป็นเงินทุน ด้วยการอบรมเสริมทักษะต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการ เช่น เรื่องของการตลาดสมัยใหม่ หรือ Digital Marketing รวมถึงการผลิตการบริหารจัดการหรือแม้แต่เรื่องบัญชีและการเงิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ โดยจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย