ข่าวเศรษฐกิจ » ธพ.ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันสตอกบี 100 เพิ่ม

ธพ.ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันสตอกบี 100 เพิ่ม

13 มิถุนายน 2017
270   0


กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันสตอกบี 100 เพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ

ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มกำลังประสบปัญหาเดือดร้อนจากราคาผลปาล์มตกต่ำเหลือเพียง 3-4 บาท ต่อกิโลกรัม นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้ร่วมช่วยเหลือเกษตรกร โดยขณะนี้ส่วนผสมไบโอดีเซลใช้ส่วนผสมสูงสุด คือ บี 7 ดังนั้น แนวทางที่จะทำได้ คือขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 สตอกบี 100 เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยดึงราคาผลปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ) ให้สูงขึ้น จากขณะนี้ราคาซีพีโอเหลือเพียง 24 บาท/ลิตร โดยปกติแล้วผู้ค้าน้ำมันต้องสตอกตามกฏหมายร้อยละ 1 รวม 30 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ผู้ค้ามีการสตอกรวมกันขณะนี้ 40-50 ล้านลิตร ก็จะขอให้เพิ่มเป็น 90 ล้านลิตร และการสตอกของผู้ค้าน้ำมันจะได้ผลดี ต้นทุนบี 100 อยู่ในเกณฑ์ต่ำ

“ใน 1-2 สัปดาห์นี้จะเชิญผู้ค้าน้ำมันมาประชุม ซึ่งการเก็บสตอกของผู้ค้าน้ำมันจะช่วยทั้งเกษตรกรและช่วยลดต้นทุนของผู้ค้าน้ำมัน เพราะอีก 1-2 เดือน ผลปาล์มจะลดลงและช่วงปลายปีราคาผลปาล์มจะปรับสูงขึ้นตามฤดูกาล ผู้ค้าน้ำมันก็สามารถใช้บี 100 ในสตอกมาผลิตช่วยลดต้นทุนการจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล” นายวิฑูรย์ กล่าว

นายวิฑูรย์ กล่าวด้วยว่า เพื่อช่วยเกษตรกรทางกรมฯ มีแผนจะคงสัดส่วนผสมดีเซลที่บี 7 ตลอดทั้งปีไม่มีการปรับลด เพราะขณะนี้ทางเกษตกรมีการปลูกปาล์มมากขึ้นและเข้าใจแนวทางการเพิ่มคุณภาพปาล์ม โดยชะลอการเก็บ เพื่อให้ผลปาล์มมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 15-17 เป็นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อเกษตรกรและยังทำให้มีปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งการใช้บี 7 นั้น จะช่วยดูดซับซีพีโอได้รวม 70,000 ตันต่อเดือน โดยขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้น้ำมันไบโอดีเซลด้วย ซึ่งขณะนี้หน้าฝนการใช้ไบโอดีเซลลดลงเหลือประมาณ 59-60 ล้านลิตรต่อวันเท่านั้น จากที่เคยใช้สูงสุด 65 ล้านลิตร/วัน

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยด้วยว่า ทางมิตซูบิชิผู้ค้าพลังงานรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้ใบอนุญาตเป็นผู้ค้าแอลพีจีมาตรา 7 แล้วจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคไทยในอนาคต เพราะการแข่งขันในตลาดแอลพีจีจะรุนแรงขึ้น และตั้งแต่เปิดกึ่งเสรีการจำหน่ายแอลพีจีตั้งแต่ต้นปี 2560 ราคาขายส่งจะมีการจำหน่ายตัดราคากันถึง 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม

ส่วนกรณีการก่อสร้างคลังแอลพีจีและท่าเทียบเรือที่ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงครามของเอ็นเอสแก๊ส ที่ถูกร้องเรียนและตรวจสอบว่าอาจไม่ได้ทำเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมกระทบพื้นที่ชุ่มน้ำนั้น อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า เรื่องนี้ทางบริษัทได้ยื่นขออนุญาตสร้างคลังแอลพีจี ทางกรมฯ ก็อนุมัติว่าสร้างได้ แต่ทางบริษัทต้องปฏิบัติตามกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดยทราบว่าทางหน่วยงานท้องถิ่นอนุมัติให้ก่อสร้างได้ ส่วนการได้ใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซฯ นั้นจะได้ก็ต่อเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว และมีการตรวจสอบว่าคลังก่อสร้างได้มาตรฐานความปลอดภัยและอื่น ๆ