ข่าวเศรษฐกิจ » พาณิชย์เชื่อผลเลือกตั้งอังกฤษ-กาตาร์กระทบระยะสั้น

พาณิชย์เชื่อผลเลือกตั้งอังกฤษ-กาตาร์กระทบระยะสั้น

12 มิถุนายน 2017
250   0

ผู้ช่วยรัฐมนตรีพาณิชย์เชื่อผลเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษและกาตาร์กระทบเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ไทยพร้อมขยายการค้าในกลุ่มอาเซียนมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งต่างประเทศรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้น เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในช่วงหลังจากนี้ให้ชะลอตัวลง เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอย่างต่อเนื่องและการแข็งค่าของเงินบาทอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ค่าเงินแข็งค่ามาก ขณะที่เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียนั้น ยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ปัญหากาตาร์และผลการเลือกตั้งของอังกฤษไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเช่นกัน

นายวินิจฉัย  กล่าวว่า ไทยหันไปขยายการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออก โดยตลาดอาเซียนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการส่งออกและการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย โดยที่ผ่านมาการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 การค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีมูลค่า 354,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.36 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 90,000 ล้านบาท จึงเห็นได้ว่าการค้าชายแดนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นที่ไทยจะต้องมีการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการค้าและการลงทุน และเชื่อว่าการส่งออกของไทยยังจะเติบโตเป็นบวกได้ในปีนี้ร้อยละ 5 แน่นอน

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษมุกดาหาร : “ท่าเรือบก” ประตูตะวันออกสู่อาเซียน+ (Mukdahan  : The Logistics Hub & SEZ on EWEC  to ASEAN+) โดยศักยภาพการค้าการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร หรือท่าเรือบก ประตูตะวันออกสู่อาเซียน นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ถือว่าเออีซีจะช่วยลดข้อจำกัดทางการค้าและเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศในอาเซียนมีความน่าสนใจในการทำการค้าและการลงทุน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้การเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากเออีซีและภูมิภาคเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงพาณิชย เนื่องจาก 3-4 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดหลักทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ดังนั้น ไทยจึงหันมาให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้นปีที่ผ่านมาไทยมีการค้ากับอาเซียนรวม 3.21 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22 ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้  ยังให้ความสำคัญกับการค้าที่ไปเชื่อมโยงกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค หรือการค้าผ่านแดน  โดยเป็นการค้าที่ผ่านชายแดนของไทยไปยังประเทศที่ 3  คือ สิงคโปร์ เวียดนาม และจีนตอนใต้ (ยูนนาน) ซึ่งมีการขยายตัวและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในช่วง 4 เดือนแรกปี 2560 การค้าผ่านแดนของไทยไปทั้ง 3  ประเทศดังกล่าวมีมูลค่า 62,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7.13 ดังนั้น เมื่อรวมมูลค่าการค้าชายแดนกับการค้าผ่านแดนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 จะมีมูลค่าสูงถึงกว่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงมาก

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดชายแดน เช่น มุกดาหาร ตาก สระแก้ว และอีกหลายจังหวัดมีการเติบโตและขยายตัวอย่างชัดเจน เห็นได้จากธุรกิจค้าปลีกมีการเปิดสาขาในเมืองชายแดนและธุรกิจบริการ เช่น โรงพยาบาล โรงแรม มีการเข้ามาใช้บริการจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเดินทางเข้าออกสะดวกทำให้เกิดการท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อสินค้า ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งการส่งออกและการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน และ กระทรวงพาณิชย์ยังสนับสนุนให้ผู้ผลิตของไทยใช้ประโยชน์จากแหล่งวัตถุดิบในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำเข้าทางการค้าชายแดนมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าสำเร็จรูปและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้สินค้าที่ผลิตมีต้นทุนต่ำกว่าผู้ผลิตอื่น ๆ เนื่องจากสามารถลดระยะทางขนส่งวัตถุดิบได้จำนวนมาก ดังนั้น การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารจะเป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนสูงสำหรับประเทศไทย