ข่าวภูเก็ต » “เซลิน่า เพียซ” ดาราช่อง 8 ร้องศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ตถูกสามีนำกำลังเข้าแย่งลูกสาวไปจากอก

“เซลิน่า เพียซ” ดาราช่อง 8 ร้องศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ตถูกสามีนำกำลังเข้าแย่งลูกสาวไปจากอก

12 กรกฎาคม 2019
707   0

อยากได้ลูกคืน เซลิน่า เพียซ” ดาราช่อง 8 ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตหลังสามีได้นำกำลังเข้าแย่งชิงลูกสาวไปจากอก  รับเป็นห่วงความรู้สึกลูก

 

 

 

 

ภูเก็ต 12 ก.ค.- น.ส.เซลิน่า เพียซ ดารานักแสดงสังกัดช่อง 8 และนางแบบลูกครึ่งไทย-อังกฤษ พร้อมบิดา ได้เดินทางเข้าพบกับ นายสุรเชษฐ์ วรวงศ์นิติกร ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีสามี พร้อมพวกได้นำกำลังเข้าล้อมรถยนต์และชิงตัวลูกสาวอายุเพียงแค่ 1 ขวบ 4 เดือน ออกไปจากรถโดยที่ตนไม่ยินยอม และพาตัวลูกสาวหายไป โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ที่บริเวณหน้าร้านขนมจีนสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ทำให้ตนและครอบครัวเกิดความหวาดกลัวและเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่บุตรสาว

น.ส.เซลิน่า เพียซ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังจะถอยรถ สัญญาณเตือนของรถดังขึ้น ก็คิดว่าขับรถไปชน จึงมองไปทางกระจก พบว่ามีรถจอดอยู่ด้านหลัง มีผู้ชายสวมเสื้อสีขาวชี้มาที่รถของตนหลังจากนั้นก็มีชายใส่เสื้อสีดำเดินมาเปิดประตูรถ ซึ่ง ณ ตอนนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ตนคิดว่าตนชนรถเขา ตนจึงเปิดประตูรถออกมา แต่ชายดังกล่าวบอกว่า ตนขโมยตัวเด็กมาจากกรุงเทพฯ ตนเลยถามกลับไปว่าเด็กที่ไหน เพราะว่าเด็กในรถก็คือลูกของตน

หลังจากนั้น ก็มีชายอีกคนเปิดประตูฝั่งพี่เลี้ยงซึ่งอุ้มลูกของตนอยู่ ต่อมาพ่อของลูกก็ได้อุ้มเอาลูกของตนไปในขณะที่ลูกตกใจและร้องไห้ ตนก็ได้แต่ตะโกนให้เอาลูกคืนมา แต่ไม่มีการคืน และมีชายฉกรรจ์พยายามที่จะกันไม่ให้ตนเข้าไปหาลูก โดยตอนนั้นตนเห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วย 2 นาย ขณะที่พ่อของลูกก็พาลูกออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมบอกให้ไปเจอกันที่โรงพัก ตนยังไม่มีโอกาสได้มองลูกเลย หลังจากที่ไปเจอกันที่โรงพัก ก็ไม่ได้เจอกันเลย เขาเอาลูกไปแล้ว เจอเพียงแค่ทนายของเขา โดยช่วงที่เกิดเหตุตนได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ

 

 

 

 

 

น.ส.เซลิน่า เพียซ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนต้องการตอนนี้คืออยากได้ลูกคืนมา เพราะที่ผ่านมา ตนเลี้ยงลูกมาโดยตลอด ตั้งแต่คลอดน้องตนก็หยุดงานการแสดงไปเลย เพราะตั้งใจที่จะดูแลน้องอย่างจริงจังและให้เวลากับเขามากที่สุด ส่วนกับสามีที่ผ่านมาเราก็มีปัญหากันตลอด ตนเลยตัดสินใจเดินออกมา โดยไม่ได้บอกฝ่ายชาย ซึ่งตนมาอยู่ที่ภูเก็ตกับพ่อประมาณ 1 อาทิตย์มาแล้ว ทางฝ่ายชายก็พยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อตนได้ เนื่องจากตนต้องการที่จะอยู่กับตัวเองสักพัก เมื่อติดต่อตนไม่ได้ ก็ได้ติดต่อไปที่พ่อ ขอมาพูดคุยด้วย และได้มาคุยกับพ่อประมาณ 3 ชม. หลังจากนั้นได้ขอคุยกับตน แต่พอได้คุยกันแล้วก็ไม่สามารถตงลงกันได้ เขาคงโมโห ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยกีดกัน เขาสามารถที่จะมาเจอลูกได้ตลอด ตนไม่เคยปิดกั้นเพราะเขาก็คือพ่อ ตนแค่บอกว่าขอเวลาให้ตัวเอง การที่เราจะกลับไปคบกันเหมือนเดิมมันผ่านอะไรมาเยอะ ตนขอเวลาแค่นั้น แต่กลายเป็นว่าเขาคงเข้าใจในมุมของเขา ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงของการทำใจ

 

 

 

 

ช่วงที่ตนมีน้องก็มีปัญหากัน มีมาตลอดตั้งแต่เราท้องแล้ว ปัญหามีอยู่เรื่อยๆ ก็พยายามแก้กันเรื่อยๆ แต่คุยกันคนละภาษา เรารู้ว่ามันคุยกันไม่ได้ ส่วนเรื่องการดูแลลูกหลังจากนี้คงต้องให้ทนายเป็นคนดูแลจัดการเรื่องนี้ โดยวันนี้ตนก็จะไปแจ้งความดำเนินคดีด้วย ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าลูกจะอยู่อย่างไร กินอะไรเพราะที่ผ่านมาตนเป็นผู้เลี้ยงลูกมาโดยตลอด แม้จะมีพี่เลี้ยงแต่ตนก็จะดูแลลูก รู้ว่าลูกกินอะไรไม่กินอะไร เราเลี้ยงเขามา รู้ว่าลูกต้องการอะไร ตอนนี้ก็รู้สึกเป็นห่วงลูกสำหรับลูกสาวของตนตอนนี้อายุ 1 ขวบ 4 เดือน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของฝ่ายชายเองทราบว่า ได้มอบหมายให้ทนายเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเช่นกัน