ข่าวเศรษฐกิจ » นักวิจัย มอ.ภูเก็ต สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นวิจัยผลิตภัณฑ์ “ไข่มุกอันดามัน” เพื่อสร้างรายได้

นักวิจัย มอ.ภูเก็ต สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นวิจัยผลิตภัณฑ์ “ไข่มุกอันดามัน” เพื่อสร้างรายได้

3 พฤษภาคม 2019
383   0

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผู้ช่วยศาสตราจารย์กรรนิการ์ กาญจนชาตรี คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นวิจัยผลิตภัณฑ์ “ไข่มุกอันดามัน” เพื่อสร้างรายได้

 

 

 

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กรรนิการ์ กาญจนชาตรี เล่าถึงที่มาที่ไปของงานวิจัยว่า การศึกษาวิจัยเรื่องมุกได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 โดยได้รับทุนสนับสนุนจากคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเห็นชอบของ รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม ซึ่งเป็นรองอธิการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ในปัจจุบัน เพราะท่านเล็งเห็นว่าแกนของงานวิจัยที่แท้จริง คือ สามารถตอบโจทย์ของชุมชนได้

ดังนั้นควรที่จะสนับสนุนภูมิปัญญาของท้องถิ่นเป็นประเด็นสำคัญ งานวิจัยมุก หรือไข่มุก จึงเป็นงานวิจัยหลักของคณะที่จะต้องทำเพื่อจังหวัดภูเก็ต มุกธรรมชาติ (Natural Pearl) เกิดจากวัตถุภายนอกพลัดตกลงไปในตัวหอยหอยจึงขับสารมุก โดยเซลล์บุผิวของเนื้อเยื่อแมนเทิล (Mantle) ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการสร้างเปลือกหอย โดยดึงสารประกอบแคลเซียมจากน้ำมาสร้างเป็นชั้นเปลือกขึ้น ชั้นมุกประกอบด้วยผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนต ที่เรียกว่า “อะราโกไนท์” (Aragonite) รวมกับเมือกและสารจำพวกคองคิโอลิน (Conchiolin) แทรกอยู่ ทำให้ดูมีประกายสีรุ้งแวววาว มุกชนิดนี้หายากมากในธรรมชาติ มีรูปทรงแตกต่างกันเพราะไม่สามารถควบคุมรูปทรงได้ ราคาแพง จึงทำให้มนุษย์คิดค้นมุกเลี้ยงขึ้นในเวลาต่อมา (Culture Pearl)

 

 

 

 

โดยผลจากงานวิจัยเรื่องมุกช่วยร่นระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตมุกได้ จาก 18 เดือน ที่เกษตรกรเคยทำมาเหลือเพียง 7-9 เดือน โดยที่ไม่ทำให้มุกเปลี่ยนรูปทรงและความหนาของมุกคงที่ ช่วยเพาะเลี้ยงหอยมุกเพื่อทดแทนหอยมุกจากธรรมชาติที่มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ ช่วยพัฒนาสีของมุก ตำแหน่งการวางแกนมุก (Nucleus) ชนิดของอาหารและระดับน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงหอยมุก

สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยทั้งหมด ทำให้อุตสาหกรรมมุกในจังหวัดภูเก็ตพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากระดับจังหวัดถึงระดับนานาชาติ จนได้รับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์มุกภูเก็ต (Geographical Indications หรือ GI) ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เน้นย้ำความสำคัญของงานวิจัย ที่ช่วยดึงจุดเด่นเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนในท้องถิ่นนั้น ๆ

นอกจากนี้งานวิจัยเรื่อง “ประมงที่ยั่งยืนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ได้ทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นงานวิจัยเชิงบูรณาการมีการทำงานร่วมกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชุมชนและเอกชน โดยช่วยส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการฝึกสอนให้เพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (นักศึกษาในโครงการประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่ 1) ได้ทำงานร่วมกับชุมชน และนักศึกษาในโครงการก็มีรายได้เป็นทุนการศึกษาจากการขายสาหร่ายด้วยเช่นกัน โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่การวิจัยจากบริษัท ภูเก็ต เพิร์ล อินดรัสทรี จำกัด