ข่าวภูเก็ต » รวบหนุ่มหื่นลวนลามสาวประเภทสองในโรงพยาบาลฯ ภูเก็ต แจ้งข้อหาทำอนาจาร

รวบหนุ่มหื่นลวนลามสาวประเภทสองในโรงพยาบาลฯ ภูเก็ต แจ้งข้อหาทำอนาจาร

8 มีนาคม 2019
655   0

ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตแถลงกรณีคนไข้สาวประเภทสองถูกหนุ่มหื่นลวนลามในโรงพยาบาล ระบุคนดูแลคนไข้ที่ไม่ขึ้นทะเบียนดูแลคนไข้กับโรงพยาบาล – เตรียมใช้มาตรการความปลอดภัยเข้มงวด โดยเฉพาะสาวประเภทสอง ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตนำตัวผู้ก่อเหตุสอบเครียด-ดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหากระทำอนาจารในสถานที่ราชการ

 

 

 

 

 


จากกรณีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก “พะเพลง สมายด์” ได้โพสต์วีดิโอคลิป และภาพนิ่งลงในกลุ่ม “บอกข่าวแจ้งเหตุ ช่วยเหลือกันคนภูเก็ต” ซึ่งเป็นภาพขณะพยายามขัดขืนหลังถูกชายร่างใหญ่เข้าลวนลามในห้องคนไข้ของโรงพยาบาลฯ จนกลายเป็นข่าวฉาว มีการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง 

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ ( 8 มี.ค.) ที่ห้องช่อม่วง ชั้น 5 ตึกคุณพุ่ม โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง ได้แถลงชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า ผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยอาการหายใจเร็วและเหนื่อย มีอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังมีอาการเกร็งร่วมด้วย ซึ่งในช่วงแรก แพทย์ได้ให้ยาและเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็เคยเข้ารับการรักษาจากอาการดังกล่าวมาแล้ว 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ ผู้ที่มาเฝ้าไข้ผู้ป่วยเตียงที่อยู่ใกล้ๆ กัน ได้เข้าไปลวนลามผู้ป่วยคนดังกล่าว โดยการจูบและลูบคลำบริเวณหน้าอก ซึ่งขณะนั้นญาติของผู้ป่วยยังไม่มาเฝ้าไข้ ทำให้ต้องอยู่คนเดียว อาการของผู้ป่วยขณะนั้น คือ มีผื่นตามลำตัวจึงมีการฉีดยาแก้แพ้ ทำให้มีอาการซึมๆ” 
 
นายแพทย์เฉลิมพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของผู้ก่อเหตุเป็นญาติของผู้ป่วยเตียงที่อยู่ใกล้ๆ กัน เป็นชาย อายุประมาณ 40 ปี ด้วยปกติทางโรงพยาบาลมีนโยบายว่า สามารถให้ญาติเข้าไปนอนเฝ้าไข้ได้เตียงละ 1 คน เนื่องจากอัตรากำลังของโรงพยาบาลไม่เพียงพอ และตึกที่เกิดเหตุเป็นตึกอายุรกรรมชาย มีพยาบาล 2 คน และผู้ช่วยพยาบาล 2 คน 

หลังจากที่น้องได้ร้องโวยวายขอความช่วยเหลือ ทางพยาบาลได้แจ้งให้หัวหน้าเวรพยาบาลทราบ และรีบเข้ามาช่วยเหลือ พบกับผู้ต้องสงสัยจึงได้เรียกมาสอบถาม และยอมรับว่าเป็นคนทำอนาจารผู้ป่วยรายดังกล่าว โดยเล่ารายละเอียดทั้งหมด เนื่องจากมีอาการมึนเมา หลังจากฟังรายละเอียดแล้วทางหัวหน้าเวรก็นำชายดังกล่าวไปขอโทษผู้ป่วยที่ถูกลวนลาม ซึ่งก็ได้เข้ามาขอโทษด้วยการยกมือไหว้ ทราบว่าผู้ก่อเหตุทางญาติของผู้ป่วยรายหนึ่งจ้างมาเฝ้าไข้ และที่ผ่านมาเคยมารับเฝ้าไข้ซึ่งเป็นการติดต่อกันเองไม่ได้ขึ้นกับทางโรงพยาบาล 

หลังจากที่มีการขอโทษกันแล้ว ด้วยเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับผู้ป่วยคนดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นผู้ชายแต่หน้าตาสวย พยาบาลหัวหน้าตึกจึงได้ย้ายไปอยู่ตึกสงฆ์แทน ซึ่งทางญาติก็ยังมีความไม่พอใจ และทราบว่ามีการไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว โดยต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุดังกล่าว หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้น (6 มี.ค.) ทางพยาบาลหัวหน้าตึกก็ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ พร้อมสั่งห้ามเข้ามาทำหน้าเฝ้าผู้ป่วยในโรงพยาบาลโดยเด็ดขาด

 

พร้อมทั้งมีการแจ้งให้หัวหน้าตึกอื่นๆ รวมทั้งผู้บริหารทราบ เพราะทำให้โรงพยาบาลเสียชื่อเสียง และได้มีการไปแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวเช่นกัน ในข้อกล่าวหา กระทำอนาจารในสถานที่ราชการ (โรงพยาบาล)ด้วย เนื่องจากสังคมรับทราบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรที่จะเกิดขึ้น



นายแพทย์เฉลิมพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของมาตรการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทางคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องได้มีการประชุมและทบทวนหาสาเหตุ รวมถึงกำหนดมาตรการในการป้องกัน โดยจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะมารับเฝ้าไข้อย่างเข้มข้น ซึ่งปกติกรณีของผู้เฝ้าไข้ก็จะมีบัตรสำหรับผู้เฝ้าไข้ที่มีการดำเนินการอยู่แล้วและที่เข้มงวดมากเป็นพิเศษ คือ ผู้เฝ้าไข้ตึกคลอด โดยจะต้องมีการแลกบัตรและมีการกำหนดกฎกติกาในการเฝ้าและเยี่ยมอย่างเข้มงวด เป็นการป้องกันเหตุเด็กหายหรือสลับตัวเด็ก ซึ่งได้ผลดี 

 
หลังจากนี้จะนำไปใช้ในตึกผู้ป่วยอื่นๆ ต่อไป ซึ่งผู้เฝ้าไข้จะมีการแลกบัตรประจำตัวประชาชนไว้ มาตรการต่อมาเมื่อหมดเวลาเยี่ยมผู้ป่วยคือ 20.00 น. จะมีการปิดล็อกประตูห้องพักผู้ป่วย และ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยตรวจสอบผู้ไม่มีบัตรก็ต้องออกจากห้องพักผู้ป่วย และประเด็นสำคัญ เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว และมีสาวประเภทสองหน้าตาดีๆ แต่เนื่องจากคำนำหน้าชื่อยังเป็นนาย ก็จะต้องพักรักษาตัวร่วมกับผู้ชาย ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงมากหากมีกรณีเช่นที่เกิดดังกล่าวขึ้นอีก จึงจะให้นอนพักรักษาตัวอยู่กับเตียงที่ใกล้กับเคาน์เตอร์พยาบาล เพื่อให้อยู่ในสายตาป้องกันไม่ให้มีเหตุ 

นอกจากนี้จะเพิ่มการอบรมกวดขันผู้ที่มีอาชีพรับจ้างเป็นผู้ช่วยเหลือพยาบาลในการเฝ้าไข้จากเดิมที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับมาตรการที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบของโรงพยาบาล รวมถึงพื้นฐานในการเฝ้าไข้ และการจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อผู้ดูแลผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในระบบแล้วประมาณ 100 คน แต่จะมีการทบทวนให้เข้มงวดมากขึ้น ตลอดจนญาติของผู้ป่วยที่จะมาเฝ้าไข้จะต้องมีการแลกบัตร เพื่อให้รู้ตัวตน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้( 8 มี.ค.) เวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.รุ่งฤทธิ์ รัตนภักดี รองผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ด้นำตัวชายผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ นายพิชิต พิมพ์หอม อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด มาพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต โดยมี พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนายพิชิต รับสารภาพว่าได้กระทำจริง เนื่องจากวันเกิดเหตุ ได้รับจ้างเฝ้าไข้ผู้ป่วยที่อยู่เตียงข้างๆ และก่อนหน้านั้นได้มีการดื่มสุราเข้าไป เมื่อพบเห็นน้องเพลง สาวประเภทสองซึ่งมีหน้าตาดี จึงเกิดอารมณ์ และเข้ากอด จูบ และลูบคลำที่หน้าอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามา 


ทั้งนี้ นายพิชิต เล่าอีกว่า ตนเองทำอาชีพรับจ้างเฝ้าไข้มาประมาณ 2 ปี โดยได้ค่าจ้างเฉลี่ยครั้งละ 500 – 800 บาท หลังเกิดเหตุได้กลับไปที่บ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปควบคุมตัวมาได้ 

 
อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา กระทำอนาจารในสถานที่ราชการ และส่งตัวนายพิชิต ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป