ข่าวภูเก็ต » สัตวแพทย์เผยอาการโลมาลายแถบเกยตื้นหาดภูเก็ตยังวิกฤต

สัตวแพทย์เผยอาการโลมาลายแถบเกยตื้นหาดภูเก็ตยังวิกฤต

3 ธันวาคม 2018
191   0

สัตวแพทย์เผยอาการโลมาลายแถบที่เกยตื้นบริเวณหาดในยางยังวิกฤติ เจ้าหน้าที่ต้องพยุงว่ายน้ำ 24 ชม.ตลอด 5 วันที่ผ่านมา พร้อมใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ช่วยรักษา

 

 

 

 

จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 พ.ย.61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) ได้นำโลมาลายแถบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บและว่ายน้ำมาเกยตื้นบริเวณหาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มาทำการดูแลรักษา ที่บ่ออนุบาลฯ กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) บ้านแหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นโลมาลายแถบ เพศเมีย ขนาดความยาวประมาณ  1.5 เมตร มีบาดแผลบริเวณครีบหลัง และปากที่เกิดจากมาเกยตื้นและติดอยู่ในซอกหิน และพยายามที่จะดิ้นจนเกิดบาดแผล โดยหลังจากที่รับตัวไปยังบ่ออนุบาลของกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) ทางเจ้าหน้าที่ต้องช่วยพยุงตัว พร้อมทั้งใช้ชูชีพช่วยในการพยุง เนื่องจากโลมาดังกล่าวไม่สามารถทรงตัวได้ และเอาหัวมุดน้ำตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้สำลักน้ำได้ นอกจากนี้ยังได้มีการให้ยาคลายเครียด สารน้ำ และเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสาเหตุการเจ็บป่วย ก่อนที่จะทำการรักษาตามอาการ

 

 

 

 

 

คืบหน้าล่าสุดในวันนี้(3 ธ.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ 5 หลังจากที่พบเกยตื้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ่ออนุบาลของกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน(ศวทม.)เพื่อติดตามอาการฯ พบว่า เจ้าหน้าที่ฯพร้อมอาสาสมัครยังคงช่วยกันพยุงตัวโลมาตัวดังกล่าวให้ว่ายน้ำในบ่ออนุบาลตลอดเวลา พร้อมให้การรักษาตามอาการ

 

 

 

 

 

น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ผู้ให้การรักษา เปิดเผยว่า อาการของโลมาตัวดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากมีอาการติดเชื้อและมีบาดแผลที่ครีบ ทำให้ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ ว่ายน้ำไม่ได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครช่วยกันพยุงตัวเพื่อให้โลมาว่ายน้ำตลอดเวลา ซึ่งต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันพยุงตัวให้ว่ายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันก็ให้ยาฆ่าเชื้อ และใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาช่วยในการรักษาบาดแผลอักเสบตรงครีบและลดอาการปวดกล้ามเนื้อของโลมา แต่อาการยังไม่พ้นวิกฤติ ซึ่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคนได้พยายามอย่างเต็มความสามารถในการช่วยชีวิตโลมา