ข่าวภูเก็ต » ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ เผยจับคนร้ายฆ่าพ่อทำตามหน้าที่ ไม่เลือกปฏิบัติ  ย้ำชัด เป็นตำรวจเพราะพ่ออยากให้เป็น

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ เผยจับคนร้ายฆ่าพ่อทำตามหน้าที่ ไม่เลือกปฏิบัติ  ย้ำชัด เป็นตำรวจเพราะพ่ออยากให้เป็น

6 พฤศจิกายน 2018
378   0

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ เผยจับคนร้ายฆ่าพ่อทำตามหน้าที่ ไม่เลือกปฏิบัติ  ย้ำชัด เป็นตำรวจเพราะพ่ออยากให้เป็น
 
จากกรณีเมื่อวันที่ 5 พ.ย.61 ที่ผ่านมา โซเชี่ยลมีเดียและสื่อต่างๆ มีการเสนอข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 8 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร จับกุม นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี 1 ใน 3 คนร้าย ที่ก่อเหตุฆ่า นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อเดือน ธ.ค.41 ที่ผ่านมา โดยจับกุมได้ที่สวนปาล์มแห่งหนึ่ง ใน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ก่อนคดีหมดอายุความเพียง 1 เดือน
 
ทั้งนี้ มีการระบุว่า ในการจับกุมดังกล่าว มี ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 (กก.ปพ.บก.สส.ภ.8) ซึ่งเป็นลูกชายนายประสิทธิ์ แซ่อื้อ 1 ใน 2 ผู้เสียชีวิต ร่วมในการติดตามจับกุม  โดย ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ตั้งใจเข้ามาเป็นตำรวจเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อตัวเอง นั้น
 
ล่าสุดวันนี้ (6 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ขณะกำลังเข้าพบ พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธิธาคณานนท์ ผบก.สืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 โดยระบุว่า จากที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้นบางส่วนไม่ถูกต้อง ตนเองเข้ามาเป็นตำรวจด้วยความชอบและเป็นสิ่งที่พ่อต้องการให้เป็น ไม่ใช่ตั้งใจเข้ามาเพื่อทำคดีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากที่บรรจุเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาทั้งหมด 
 
ในส่วนคดีนี้นั้น ตั้งแต่ที่ตนเองทราบว่าพ่อถูกฆ่าตาย ตนเองคิดว่า คนร้ายถูกจับหมดแล้วและมาทราบอีกที เมื่อคนละแวกบ้านมาบอกว่าหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อกลับมาที่บ้าน ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ประกอบกับที่นโยบายของส่วนงานที่รับผิดชอบเป็นการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้างเก่า โดยเฉพาะในรายที่คดีที่ใกล้หมดอายุความ เมื่อเห็นว่าคดีนี้เป็นบุคคลที่มีหมายจับ จึงประสานงานกับกองปราบปรามและชุดสืบสวนในพื้นที่ตามขั้นตอน และร่วมติดตามจับกุมตัวดังกล่าว หากถามว่าใช่คนที่ฆ่าพ่อตนหรือไม่ ตนเองไม่ทราบชัดแต่ทำตามหมายจับ ซึ่งจะต้องต่อสู้กันตามกระบวนการ หากกระทำจริงก็ต้องรับโทษกฎหมาย แต่หากไม่ได้กระทำก็ต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ตนเองมีความภูมิใจในอาชีพตำรวจ ซึ่งจะตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด 
 
ขณะที่ พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธาคณานนท์ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8  กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวนั้นเป็นการจับตามคดีค้างเก่าตามปกติในพื้นที่ความรับผิดชอบ ในพื้นที่ภาค 8 ทั้งหมด  โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับโดยเฉพาะ  ซึ่งทุกกองกำกับจะมีการเร่งรัดในการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสืบสวนจับกุม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่สงกรานต์ งานเดือนสิบ เป็นต้น  โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ทำการสืบสวนติดตามคนร้ายที่มีหมายจับคดีค้างเก่า โดยไม่ได้เป็นการเจาะจงจับกุมแต่อย่างใด