ข่าวภูเก็ต » ปปง.จ่อยึดทรัพย์นอมินีเรือฟีนิกซ์ เส้นทางการเงินชัดโอนไปหาเจ้าของตัวจริงในจีนกับภูเก็ต

ปปง.จ่อยึดทรัพย์นอมินีเรือฟีนิกซ์ เส้นทางการเงินชัดโอนไปหาเจ้าของตัวจริงในจีนกับภูเก็ต

27 สิงหาคม 2018
407   0

รวบแล้วนอมินีเรือฟีนิกซ์ เส้นทางการเงินชัด โอนไปหาเจ้าของตัวจริงในจีนกับภูเก็ต พบประวัติรับจ้างเป็นนอมินีหลายบริษัท ปปง.จ่อยึดทรัพย์ ขณะที่ทนายผู้ต้องหาเตรียมยื่น ปปช.สอบ กรณี ตร.ขู่รับสารภาพ

 

 

 

เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (27 ส.ค.) ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ. พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 นายพีรพัฒน์ อิงค์พงศ์พันธ์ ผอ.กองคดีอาญา 1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และ พล.ต.ต.ปรีดีย์ พงศ์เศรษฐสันต์ ร่วมกันแถลงผลการดำเนินคดี กรณีเรือฟีนิกซ์ล่ม เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 11 คน

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 451/2561 เรื่องแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ เป็นคดีที่น่าสนใจ และให้ทำการสืบสวนความผิดเกี่ยวพันกับคดีอาญาอื่น เชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหลายกลุ่ม รวมทั้งนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ โดยพนักงานสืบสวนสอบสวน และได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอด

จากการตรวจสอบพบว่า เรือฟินิกซ์ ที่อับปาง เป็นของบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ต่อมา จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี (กัปตันเรือฟินิกซ์) นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี อายุ 57 ปี (นายช่างเรือฟินิกซ์) น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี (ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้บริหารและกรรมการ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด) ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนกำลังสรุปสำนวนการสอบสวน มีความเห็นทางคดีส่งสำนวนสอบสวนให้แก่พนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาต่อไป

และจากการสืบสวนขยายผล บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเรือฟินิกซ์ พบว่า บริษัทจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2559 ในการยื่นขอจดทะเบียน มีผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้น จำนวน 3 คน คือ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล นายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล และนางยินดี ฤกษ์ชัยกาล มีกรรมการผู้มีอำนาจเพียงผู้เดียว คือ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล และในวันเกิดเหตุ น.ส.วรลักษณ์ ก็มาแสดงตัวเป็นเจ้าของบริษัทฯ

 

 

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.วรลักษณ์ พบว่า มีสามีเป็นคนจีน นอกจากนั้น พนักงานสืบสวนสอบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้สืบสวนจากพยานบุคคล และตรวจสอบเส้นทางการเงินของ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เป็นบริษัทนอมินีของคนต่างชาติ ที่มี น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล แสดงตนเป็นเจ้าของและถือหุ้นแทน จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อขอออกหมายจับเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ขณะนี้ศาลจังหวัดภูเก็ต ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม จำนวน 4 ราย คือ 1.น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ซึ่งเป็นนอมินีคนไทย ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 357/2561 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2561 2.MR.LEI HOU (เหล่ย ฮัว) สัญชาติจีน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินทุนและเจ้าของบริษัทที่แท้จริงตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 358/2561 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2561 3.นางยินดี ฤกษ์ชัยกาล อายุ 50 ปี (ผู้ถือหุ้นบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด) ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 372/2561 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2561 4.นายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 31 ปี (ผู้ถือหุ้นบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด) ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 371/2561 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2561

ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ธุรกิจนำเที่ยว) โดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนแต่เพียงผู้เดียว และถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในบริษัทจำกัด เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และเป็นการที่คนต่างด้าวยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยกระทำการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 คน คือ นางยินดี ฤกษ์ชัยกาล และนายจักรพันธ์ ฤกษ์ชัยกาล นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำ ส่วน น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล ปัจจุบัน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต พนักงานสอบสวนจะได้อายัดตัว และเข้าไปแจ้งความเพิ่มเติมที่เรือนจำ ส่วน MR.LEI HOU (เหล่ย ฮัว) สัญชาติจีน ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ได้ออกประกาศสืบจับไว้แล้ว และเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า โดยที่ผ่านมาจากการตรวจสอบพบว่า หลังจากจบการศึกษา น.ส.วรลักษณ์ ก็เริ่มต้นด้วยการเป็นกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวหลายบริษัทด้วย ตั้งแต่ ปี 58-60 จนกระทั่งปี 60 มาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ซึ่งตั้งแต่จบมาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากรับเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติ ซึ่งการดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นการดำเนินคดีตามกฎหมาย ปปง. และมาตรการภาษี ที่แจ้งว่ามีรายได้เดือนละ 2 แสน แต่มีรายได้มากกว่าเดือนละ 1 ล้าน ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะรายงานไปยังรัฐบาลจีนเพื่อให้ทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด ซึ่งร่วมไปถึงหน่วยงานราชการที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะทางการจีนเองต้องการทราบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต

ส่วนกรณีเจ้าท่าสาขาภูเก็ตนั้น ก็ได้มีการดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้ว เนื่องจากในวันที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีการปล่อยเรือออกจากท่า ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบเรื่องของนอมินีในจังหวัดภูเก็ต พบว่า ยังมีอยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะทำเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว เงินที่ได้มาถูกส่งออกไปยังเจ้าของตัวจริงที่ไม่ใช่คนไทย จึงอยากให้คนไทยเป็นเจ้าของธุรกิจที่แท้จริงอย่าไปทำตัวเป็นนอมินี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พฤติกรรมและเส้นทางในการทำงานจะมีลักษณะคล้ายๆ กัน คือ การส่งเงินมาจากต่างประเทศ ผ่านนอมินีที่เป็นไทยในการบริหารจัดการ เมื่อได้เงินมานอมินีคนไทยก็จะส่งกลับไปยังชาวต่างชาติ ซึ่งตนมาวันนี้ก็เพื่อที่จะทำให้นอมินีหมดไปจากจังหวัดภูเก็ต และให้คนไทยมีที่ยืน แต่การจะใช้กฎหมายเข้ามาดำเนินการเพียงอย่างเดียวในการจัดการกับนอมินีเชื่อว่าไม่สามารถทำได้ จะต้องอาศัยความร่วมมือของคนในพื้นที่ด้วย

ในการดำเนินการต่อผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทนำเที่ยวไม่ถูกต้องนั้น ทางตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ ได้มีการจับกุม นายสงกรานต์ สุกิตติกุล ที่อยู่ 125/320 หมู่ 5 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า น่าจะเป็นบุคคลได้รับบัตรประชาชนมาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากตรวจสอบจึงได้ขอศาลอนุมัติหมายจับ ในข้อหา 1.พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน มาตรา 14 “ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และใช้หรือแสดงบัตรประชาชนอันได้มาหรือเกิดจากการกระทำผิด” 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และ 3.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 “ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมาย”

ด้าน นายพีรพัฒน์ อิงค์พงศ์พันธ์ ผอ.กองคดีอาญา 1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. กล่าวว่า ภายหลังจากที่เกิดเหตุเรือล่ม ทาง ปปง.ได้เข้าร่วมทำคดีกับพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการณ์ จากการสอบสวนพบเส้นทางการเงินของ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เจ้าของเรือฟีนิกซ์ ผู้ต้องหา พบผู้ต้องหามีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับคนต่างชาติอย่างชัดเจน มีการโอนเงินจากต่างประเทศมายังผู้ต้องหา ผู้ต้องหาได้โอนเงินต่อไปยังเจ้าของอู่ต่อเรือ เพื่อชำระค่าต่อเรือฟีนิกซ์ และเมื่อมีการนำเรือมาประกอบการ ก็มีการโอนเงินจากผู้ต้องหาไปยังบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ มีการระบุคนโอนและคนรับอย่างชัดเจน โอนกันไปมาอย่างต่อเนื่อง

“เส้นทางการเงินชัดเจนมากระหว่างผู้ต้องหาที่อยู่ในประเทศไทยกับผู้ต้องหาที่อยู่ในประเทศจีน จึงสรุปได้ว่า ผู้ต้องหาเป็นนอมินีให้แก่คนต่างชาติ หลังจากนี้ ทาง ปปง.จะติดตามตรวจสอบเงินที่ได้จากการเป็นนอมินีของผู้ต้องหา ว่า ได้เอาไปลงทุนในส่วนไหนบ้าง เพื่อทำการยึดทรัพย์ต่อไป”

ขณะที่ พล.ต.ต.ปรีดีย์ พงศ์เศรษฐสันต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวว่า สำหรับการตรวจพิสูจน์หลักฐานชิ้นสำคัญ คือ เรือฟีนิกซ์ ที่ต้องรอให้ทางกรมเจ้าท่ากู้ขึ้นมา เมื่อกู้ขึ้นมาแล้ว ทางผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานสอบสวนจะเข้าไปดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ 1.การตรวจสอบทางกายภาพของเรือทั้งหมด ว่าสภาพเรือเป็นอย่างไร ชำรุดและเสียหายมากน้อยแค่ไหน 2.ร่วมกันพิสูจน์โครงสร้างเรือเปรียบเทียบกับแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติจากกรมเจ้าท่าตรงกับต่อเรือหรือไม่ ทั้งในส่วนของวัสดุและเครื่องยนต์ และ 3.ตรวจสอบแบบแปลนเรือว่าตรงตามมาตรฐานการต่อเรือระดับสากลหรือไม่ ทั้งในเรื่องโครงสร้างเรือ เครื่องยนต์ ซึ่งการตรวจสอบเรือลำดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากในการเป็นหลักฐานพยานของคดีนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เป็นแม่และพี่ชายของ น.ส.วรลักษณ์ มาสอบปากคำ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต มีทนายความ และที่ปรึกษาทนายความ น.ส.นลิน อินทรสมบัติ ทนายความผู้ถูกกล่าวหาคดีเรือฟีนิกซ์ล่ม พร้อมด้วย นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาทนายความ ได้เดินทางมาร่วมรับฟังการสอบปากคำเพื่อเตรียมยื่นคำขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

 

 

นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาทนายความ กล่าวว่า สำหรับที่ตนเดินทางมาในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตนมาทำธุระอยู่ที่จังหวัดพังงา และทราบว่าลูกความซึ่งเป็นแม่ และพี่ชายของ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวมาดำเนินคดี ตนจึงได้เดินทางมาดูการสอบสวน และเพื่อเตรียมยื่นประกันตัว ซึ่งการประกันตัวนั้นอยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

นายนิพิฎฐ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ผู้ต้องหาไม่มีโอกาสเสรีภาพในการต่อสู้คดี ในขณะที่หน่วยงานของภาครัฐทุกหน่วยงานเดินทางลงมาทำคดีนี้ แต่เราไม่สามารถหาพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีก็เหมือนมัดมือชกในการต่อสู้คดี แต่ตนมั่นใจถ้าผู้ต้องหาออกจากเรือนจำได้จะสามารถหาพยานหลักฐานมาสู้คดีได้ และตนคิดว่าภายในสัปดาห์นี้ตนจะเดินทางไป ป.ป.ช. ไปแจ้งเรื่องที่พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนจะพาดพิงไปถึงใครแล้วแต่ทาง ป.ป.ช.จะมีการสอบสวนต่อไป