ข่าวการเมือง » หวังเด็กไทยแยกประโยชน์ส่วนตัว-ส่วนรวมเป็น

หวังเด็กไทยแยกประโยชน์ส่วนตัว-ส่วนรวมเป็น

23 กรกฎาคม 2018
944   0

ประธานป.ป.ช.เปิดหลักสูตรต้านทุจริตการศึกษา หวังเด็กไทยในอนาคตมีจิตสาธารณะ รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัว-ส่วนรวม ตั้งเป้าภายใน 5 ปีคะแนน CPI อยู่ที่ร้อยละ 50

 

 

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวบรรยายพิเศษเรื่องหลักสูตรต้านทุจริต ศึกษาความความหวังในการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ว่า ปัญหาการทุจริตเป็นเรื่องสำคัญ ทุกรัฐบาลจึงประกาศเป็นวาระแห่งชาติในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เรื่องเป้าหมายดำเนินการ  ป.ป.ช.ได้ตั้งเป้าดัชนีรับรู้การทุจริตหรือค่า CPI สิ้นปี 2564 ต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทาย เพราะมีตัวชี้วัดย่อย 9 ตัว เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การลงทุน โอกาสการลงทุน และเพิ่มตัวชี้วัดเรื่องความหลากหลายทางประชาธิปไตย ทำให้คะแนนของไทยลดลง เพราะประเทศอยู่ในช่วงรัฐบาลพิเศษ แต่ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

“ดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่น หรือ CSI ที่สำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  สำรวจผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐในโครงการลงทุนขนาดใหญ่พบว่าปี 2552 ภาคเอกชนต้องจ่ายเงินให้กับนักการเมืองและข้าราชการกว่าร้อยละ 35 ของงบโครงการนั้น ๆ และในช่วงปี 2560 ลดลงมา ต้องจ่ายสินบนร้อยละ 5-15 ทำให้แต่ละปีต้องสูญเสียงบลงทุนจากการทุจริตถึงแสนล้านบาท ขณะที่ประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ยอมรับว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาการทุจริตล่าช้า เหตุเพราะก่อนหน้านี้มีคดีสะสมและเรื่องการทุจริตนักการเมืองท้องถิ่นร้อยละ 60 เกี่ยวข้องทุจริตจัดซื้อจัดจ้างร้อยละ 50 ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช.มีบุคคลกร 2,500  คน โดยจะเร่งสะสางคดีค้างเก่าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว” ประธานป.ป.ช. กล่าว

 

 

 

พล.ต.อ.วัชรพล  กล่าวว่า ประชาชนฝากความคาดหวังให้มีการป้องกันการทุจริตด้านการศึกษา เพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ  โดยในส่วนของหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ทางป.ป.ช.ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาขึ้น 5 หลักสูตรในการศึกษาทุกระดับ โดยมีหัวใจสำคัญ 4 วิชา คือ 1.การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3.จิตพอเพียงต้านทุจริต และ4.พลเมืองและการรับผิดชอบต่อสังคม

“ผมมองว่าหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเป็นความหวังของสังคมไทย เพราะเด็กไทยในอนาคตจะมีจิตสาธารณะ รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งจะกลายเป็นกำลังหลักสำคัญในการต่อต้านการทุจริตของประเทศในอนาคต ขณะนี้เดินมาถูกทางแล้ว และคิดว่าภายใน 5 ปี จะเห็นผลว่าการต่อต้านการทุจริตของไทยจะดีขึ้นอย่างเห็นผลแน่นอน และหวังว่าค่าดัชนีรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะมีคะแนนถึง 50 คะแนน” ประธานป.ป.ช. กล่าว

ส่วนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยป.ป.ช. ที่ประกาศบังคับใช้แล้ว มีบริบทการทำงานที่เข้มข้น การทำงานจะรวดเร็วขึ้น เป็นครั้งแรกที่กฎหมายมีกรอบเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานหรือการไต่สวนตรวจสอบเบื้องต้น 2 ปีและขอขยายได้ 1 ปี  ซึ่งบุคคลที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่มีโทษรุนแรง และยังกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามป.ป.ช.กำหนดมีหน้าที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่วนตำแหน่งที่ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนดให้ยื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัด หากป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเก็บเงินที่เกิดจากการทุจริตกว่าแสนล้านบาทต่อปีมาพัฒนาประเทศได้.-สำนักข่าวไทย