ข่าวภูเก็ต » ภูเก็ตยังค้นหาอีก 1 รายผู้สูญหายเหตุเรือล่ม

ภูเก็ตยังค้นหาอีก 1 รายผู้สูญหายเหตุเรือล่ม

11 กรกฎาคม 2018
74   0

ภูเก็ตยังไม่หยุดปฏิบัติการค้นหาอีก 1 รายผู้สูญหายเหตุเรือล่ม ผู้ว่าฯ ระบุการหยุดการปฏิบัติการค้นหา ต้องเป็นความตกลงระหว่างศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ตกับทางการจีน ต้องเห็นชอบร่วมกัน
 
เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (11 ก.ค.) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร  ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย  พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี เจริญพล คุ้มราศรี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พ.อ.ศานติ ศกุนตนาค เสนาธิการ มณทลทหารบกที่ 45 และนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ซึ่งเป็นผู้แทนจากกรมเจ้าท่า ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์เรือฟินิกซ์ล่ม การให้การช่วยเหลือเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต การกู้เรือฟินิกซ์และความคืบหน้าด้านคดีที่เกิดขึ้น
 
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า ขณะนี้ยอดผู้รอดชีวิต เรือฟินิกซ์ล่มจำนวน 42 คน ผู้เสียชีวิต 45 ราย พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 43 ราย สูญหาย 2 ราย ในจำนวนนี้ ติดอยู่ใต้ท้องเรือ 1 รายรอเก็บกู้ ฌาปนกิจศพแล้ว จำนวน 5 ศพ นำกลับไปประกอบพิธี ณ ประเทศจีน 2 ศพ โดยในวันนี้จะมีการฌาปนกิจศพเพิ่มอีก 7 ศพ ทั้งนี้เรื่องการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความต้องการของญาติผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามในการสวดพระอภิธรรมศพจะมีขึ้นในทุกๆ คืน โดยในช่วงเช้าของวันนี้มีการทำพิธีเรียกขวัญ และสวดส่งวิญญาณที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง
 
ขณะที่ความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออีก 1 ราย จะปฏิบัติการออกค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบ ซึ่งการหยุดการปฏิบัติการค้นหาจะเป็นความตกลงระหว่างศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ตกับทางการจีน ต้องเห็นชอบร่วมกัน
 
พลเรือตรีเจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในนาม ศรชล.เขต 3 กล่าวว่า จากกรณีเกิดเหตุขณะนี้มีผู้สูญหายจำนวน 2 คนหนึ่งในนั้นมองเห็นด้วยตาว่าติดอยู่ใต้ซากเรือ เช้าวันนี้ได้ปล่อยกองกำลังออกไปกู้ซากเรือแล้วส่วนอีก 1 รายจะใช้แบบจำลองการเคลื่อนตัวของผิวน้ำซึ่งคาดว่าจะอยู่บริเวณเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ พังงาและสตูล
 
ด้าน พ.อ.ศานติ  ศกุนตนาค เสนาธิการ  มณทลทหารบกที่ 45 กล่าวว่า ในนามกองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 41 และ 45 ได้สนับสนุนการค้นหาอย่างต่อเนื่องโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำในการค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้สั่งการให้กำลังพลเดินเท้าปูพรมบริเวณชายหาดที่คาดว่าน่าจะหายไปติดในจังหวัดกระบี่ภูเก็ตและพังงาซึ่งการค้นหายังคงต้องดำเนินการต่อไป
 
ขณะที่พลตำรวจตรี ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) มีการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลาง ตรวจสอบบริษัทเรือทั้งสองลำ ค้นหาวัตถุพยาน เอกสารเพื่อหาข้อเท็จจริงว่าบริษัททั้งสอง มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และดำเนินการให้บริการการท่องเที่ยวได้มาตรฐานหรือไม่ หลังจากนี้จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ ให้รายงานกลับมาให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ขณะที่การสอบถามพยานยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากความต้องการของรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนเรื่องของการหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุการณ์สูญเสียดังกล่าวเกิดจากสภาพอากาศหรือไม่ อย่างไรก็ตามผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ
 
ทางด้าน นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ซึ่งเป็นผู้แทนจากกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมเจ้าท่าให้มากำกับดูแลในส่วนที่กรมเจ้าท่ามีความรับผิดชอบ ซึ่งได้ประสานงานกับศรชล.เขต 3 อย่างต่อเนื่อง คาดว่า 2 คนที่สูญหายอาจจะอยู่ใต้เรือ จึงจำเป็นจะต้องพลิกเรือเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เรือเสียหาย ต้องใช้เจ้าหน้าที่ ที่มีความเชียวชาญ เรื่องการกู้เรือ ในการเข้าดำเนินการเนื่องจากจุดที่เรือจมมีความลึก เกือบ 45 เมตร โดยการกู้เรือนั้นวางแผนจะใช้เครน 400 ตันจากประเทศมาเลเชีย ในการทำเรือให้ตั้งตรง แล้วสูบน้ำออก การกระทำดังกล่าวจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปยุ่งนอกจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ อุปกรณ์ในการกู้เรือยังเดินทางมาไม่ถึงจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 10 วัน และจะใช้เวลา 15 วันสามารถกู้เรือได้ แต่ต้องขึ้นอยู่ตามสภาพอากาศ