ข่าวภูเก็ต » กบ.ปคม.จัดโครงการ “สิบแปดต้องห้าม” ค้ามนุษย์ กำหนดภูเก็ตเป็นพื้นที่สีแดงต้องเฝ้าระวัง

กบ.ปคม.จัดโครงการ “สิบแปดต้องห้าม” ค้ามนุษย์ กำหนดภูเก็ตเป็นพื้นที่สีแดงต้องเฝ้าระวัง

22 มิถุนายน 2018
194   0

กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จัดโครงการ “สิบปิด ต้องห้าม” ให้ความรู้นักเรียน นักศึกษาป้องกันการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ผิด ลดความเสี่ยงในการเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ ระบุ กำหนดภูเก็ตพื้นที่สีแดง เสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ จับตาเฝ้าระวังพฤติกรรมกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ แรงงานประมง

 

 

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2561 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้จัดอบรมโครงการ “สิบปิด ต้อบห้าม” มี พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนักศึกษา และคณะอาจารย์ รวมจำนวน 200 คน เข้าร่วมอบรม ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต

พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์การค้ามนุษย์ในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลง มีความซับซ้อนของสภาพปัญหา ที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงการเข้าถึงสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้โดยง่าย จึงทำให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมหรือค่านิยมที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภควัตถุนิยม การใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเกินตัว การแต่งกายที่ไม่เหมาะสม การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจนำไปสู่ปัญหาการขายบริการทางเพศ การค้าประเวณี หรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในรูปแบบของการค้ามนุษย์

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาการค้าประเวณี โดยเฉพาะการค้าประเวณีเด็ก มีการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ทั้งการจัดทำนโยบายยุทธศาสตร์ มาตรการ บันทึกข้อตกลง บันทึกความเข้าใจ เพื่อให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันนำนโยบายไปปฏิบัติ ทั้งนโยบายด้านการป้องกัน ด้านการดำเนินคดี และด้านการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องและการรณรงค์ เพื่อการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาการค้าประเวณี โดยเฉพาะการค้าประเวณีเด็ก

โดยได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ และการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะรูปแบบการค้าประเวณีเด็ก แบ่งเป็น 3 ระดับ (สีแดง สีเหลือง สีเขียว) และได้ยกร่างคำสั่งปฏิบัติการปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบการค้าประเวณีเด็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ถือปฏิบัติอันจะเป็นการช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้

 

 

พล.ต.ต.กรไชย  กล่าวต่อไปว่า จากสถิติและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้พบว่า การค้ามนุษย์ในรูปแบบการค้าประเวณีเด็ก ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสู่การตั้งกลุ่มหาลูกค้ากันเอง มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังยากต่อการปราบปราม ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จึงได้จัดอบรมโครงการ “สิบปิด ต้องห้าม” ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกในการป้องกัน การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ผิด เพื่อกำจัด ลดความเสี่ยงในการเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ และเพื่อให้น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ได้รู้ถึงวิธีการป้องกันการถูกหลอกลวงมิให้ตกเป็นเหยื่อจากกระบวนการค้ามนุษย์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งช่วยเป็นเครือข่ายในการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดในเรื่องดังกล่าวด้วย โดยเน้นที่กลุ่มนักศึกษา จำนวน 200 คน และดำเนินการครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

“โครงการ สิบแปดต้องห้าม ค้าประเวณี ได้จัดมาเป็นปีที่ 3 แล้ว กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ตระหนักว่า กลุ่มคนซึ่งเป็นกลุ่มหลักในการที่เราจะเข้าถึง คือกลุ่มเสี่ยง อาจจะมีตั้งแต่ผู้ประกอบการ สถานบริการ และที่สำคัญที่สุดคือเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยในตอนนี้ เพราะว่าจำนวนเยาวชนในประเทศไทยนั้นมีเป็นจำนวนมากและมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้ ให้ระมัดระวังการใช้สื่อเกี่ยวกับไอทีทั้งหมด ด้วยเห็นว่าปัจจุบันนี้มีการหลอกลวงขายของ หลอกลวงให้ไปถูกกระทำบางสิ่งบางอย่าง จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้นี้แก่เยาวชน เพราะถ้าไม่รู้เท่าทัน ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ได้ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีดำริที่จะต้องดำเนินการแบบขั้นรุนแรงกับการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เชื่อเหลือเกินว่าในไม่ช้านี้ก็จะมีผลของการลงความเห็นของประเทศสหรัฐอเมริกาที่จะให้เทียร์เราอีกครั้ง ก็น่าจะเป็นผลดี เพราะเรามีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น ระบบการใช้กฎหมายต่างๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล มีระบบที่ใช้ระยะเวลาสั้นลงแต่มีคุณภาพมากขึ้น คิดเป็นประมาณ 98% ในการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม”

 

 

สถานการณ์การค้ามนุษย์ ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น คนไทยเริ่มเป็นเหยื่อน้อยลง กลับกลายเป็นคนต่างชาติที่เข้ามาแล้วก็มาอยู่ในประเทศไทย มาถูกบังคับใช้เรื่องการค้ามนุษย์ เราก็เริ่มเปลี่ยนวิธีการของการเข้าถึงในการควบคุม ในการป้องกัน ในกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามา บางครั้ง มีทั้งดีและไม่ดี เป็นกลุ่มคนที่เราเฝ้าระวังอีกส่วนหนึ่ง ณ เวลานี้”

ส่วนพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ซึ่งได้พื้นที่เสี่ยงไว้ 3 ระดับ คือสีแดง สีเหลือง สีเขียว เพราะฉะนั้นในประเทศไทยก็จะแบ่งเป็นโซน เหนือ ใต้ ออก ตก ภูเก็ตแน่นอนเป็นพื้นที่สีแดง ส่วนจะเป็นพื้นที่สีแดงแบบมีคุณภาพหรือไม่นั้น  ก็ต้องประเมินกันในปีนี้ ขณะที่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี อุบลราชธานี หนองคายซึ่งเป็นจังหวัดแนวตะเข็บชายแดนระหว่างลาวกับไทย ซึ่งมีโอกาสที่จะเดินทางเข้ามาได้ง่ายทางเรือและใช้เวลาสั้น เป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน และเราเชื่อว่าในปีนี้สีแดงจะกลายเป็นสีเหลือง และจากสีเหลืองจะกลายเป็นสีเขียว คือลดลงไปตามระดับ”

กรณีของภูเก็ต ที่ต้องถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดง ด้วยภูเก็ตเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เป็นแหล่งเศรษฐกิจ มีกลุ่มคนหลากหลายอาชีพ มีประชากรแฝงเข้ามามากมาย เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้เข้ามาทำมาหากิน มีโอกาสที่จะนำเด็กหรือกลุ่มคนที่มีความชอบเรื่องมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอายุน้อยๆ เข้ามา อย่างนี้ต้องเฝ้าระวังเรื่องค้าประเวณี เนื่องจากเป็นธรรมชาติของเมืองที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว”

“อย่างไรก็ตาม สำหรับภูเก็ต นั้น กลุ่มที่เราเฝ้าระวัง คือแรงงานภาคประมง เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่า IUU ยังให้ใบเหลืองอยู่ แต่การที่เราออกกฎหมายมากมายโดยรัฐบาลชุดนี้ ก็ทำให้สภาพการบังคับใช้กฎหมายแรงงานดีขึ้น ในเรื่องของการค้าประเวณีเราระมัดระวัง กลุ่มบุคคลใช้ไอทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอขายทางไอที ไอดีไลน์ เฟซบุ๊ก ทุกอย่างตอนนี้ตำรวจเฝ้าระวัง และก็จับตาดูอยู่” พล.ต.ต.กรไชย กล่าวในที่สุด