ข่าวภูเก็ต » ท่องเที่ยวและกีฬาจัดเสวนาและเดินรณรงค์ต่อต้านภัยค้ามนุษย์ที่แฝงมากับการท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวและกีฬาจัดเสวนาและเดินรณรงค์ต่อต้านภัยค้ามนุษย์ที่แฝงมากับการท่องเที่ยว

7 มิถุนายน 2018
81   0

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดจัดเสวนา-เดินรณรงค์สร้างการรับรู้ถึงภัยของการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงมากับการท่องเที่ยว ที่จังหวัดภูเก็ต มุ่งประชาสัมพันธ์และรณรงค์ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและสตรีในสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความเสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ

 

 

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 มิ.ย.2561 ณ โรงแรมป่าตองรีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชาสัมพันธ์และรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภัยของการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงมากับการท่องเที่ยว ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดขึ้น โดยรูปแบบของงานแบ่งเป็นการเสวนาให้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยของการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงมากับการท่องเที่ยว โดยวิทยากรคือ พ.ต.ท.ธงฉาน ตันบุญเจริญ สารวัตรกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.) นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต และนายสรายุทธ มัลลัม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และภายหลังจบการเสวนา มีการจัดขบวนเดินรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภัยของการค้ามนุษย์ ที่แอบแฝงมากับการท่องเที่ยว ตั้งแต่ด้านหน้าของโรงแรมป่าตองรีสอร์ท เดินเลียบชายหาดไปสู่ถนนซอยบางลา

นางกาญจน์กุระ ฮัยสคาเนน หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การต่อต้านการค้ามนุษย์ในประเทศไทยถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ รัฐบาลจึงมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน และมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2560 ตลอดจนมีการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2564) ที่ให้ความสำคัญยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 5 ด้านได้แก่ ด้านการพัฒนากลไกเชิงนโยบายและการขับเคลื่อน ,ด้านการดำเนินคดี ,ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ , ด้านการป้องกันและด้านการพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย

ปัจจุบันการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทย มีความร่วมมือในระดับประเทศ ระดับทวิภาคี และระดับภูมิภาค รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในกรอบสหประชาชาติ และได้ขยายความร่วมมือแบบบูรณาการอย่างครอบคลุมรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน และความร่วมมือในกรอบภูมิภาค

โดยประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก(ACTIP) และความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะในการดำเนินการและพัฒนาบุคลากรด้านการบังคับใช้กฎหมาย

 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นองค์กรสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งต้องดำเนินการด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และมีสถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2560 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทั้งสิ้น 35,381,210 คน ขยายตัวร้อยละ 8.77 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและก่อให้เกิดรายได้รวม 1,824,042.35 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 11.66 สำหรับแนวโน้มในปี 2561 คาดว่าประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทั้งหมดรวมกว่า 37 ล้านคน และมีรายได้จากตลาดต่างประเทศที่ 2 ล้านล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.44%

ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในบ้านเรามาจากหลากหลายสัญชาติจากทั่วโลก ไทยจึงอยู่ในสายตาชาวโลก และต้องยึดหลักสากลในการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสันติไมตรี

ประเด็นการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกนี้ทั้งการนำเข้า การส่งออก และเป็นประเทศจุดพักของเป้าหมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ละประเทศต่างมีกฎหมายในการควบคุมดูแลเรื่องของสิทธิมนุษยชนและการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อ ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงมากับการท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการสนองต่อนโยบายของรัฐบาล และสอดคล้องกับนโยบายยุทธศาสตร์และมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่ 2(พ.ศ.2560-2564) ในยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการป้องกัน จึงได้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์และรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภัยของการค้ามนุษย์ที่แอบแฝงมากับการท่องเที่ยวขึ้น โดยได้จัดการเสวนาใน 4 พื้นที่เป้าหมาย คือพัทยา เชียงใหม่ อุดรธานีและภูเก็ต โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและการจัดขบวนเดินรณรงค์ในทุกพื้นที่ ซึ่งนับเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศที่มีความสำคัญ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและสตรีในสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความเสี่ยงต่อการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภัยของการค้ามนุษย์ที่แฝงมากับการท่องเที่ยวและพัฒนาความร่วมมือกับเครือข่ายในการเฝ้าระวังป้องกันการท่องเที่ยวที่แสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวไทย แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ