ข่าวภูเก็ต » ตรึงพังงา 2 เรือแสงสมุทร ถูกกักไว้เป็นของกลางคดีจับฉลามวาฬขึ้นเรือ

ตรึงพังงา 2 เรือแสงสมุทร ถูกกักไว้เป็นของกลางคดีจับฉลามวาฬขึ้นเรือ

21 พฤษภาคม 2018
270   0

เจ้าท่าฯ ภูเก็ตเข้าตรึงพังงาเรือแสงสมุทร 2 และ 3 แล้ว หลังถูกกักไว้เป็นของกลางในคดีจับฉลามวาฬขึ้นเรือ ขณะที่ความคืบหน้าของคดียังอยู่ในชั้นสอบสวน-ออกค้นหาต่อช่วยฉลามวาฬหากรอดชีวิตแต่บาดเจ็บ ตายนำซากผ่าพิสูจน์ประกอบสำนวนในคดี

 

 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 พ.ค.2561 ที่บริเวณแพปลาแสงอรุณภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต นำโดย นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้เข้าดำเนินการตรึงพังงาหรือล็อกพวงมาลัยเรือแสงสมุทร 2 กับเรือแสงสมุทร 3 ซึ่งถูกกักไว้เป็นของกลางในคดีจับฉลามวาฬขึ้นเรือก่อนปล่อยลงทะเล พร้อมกับทาสีเรือเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเรือดังกล่าวถูกสั่งกักไว้และไม่อนุญาตให้นำออกนอกบริเวณที่สั่งกักไว้ จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีถึงที่สุด

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด กรณีฉลามวาฬในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 17 ราย ประกอบด้วยไต๋เรือแสงสมุทร 2และแสงสมุทร 3 รวมทั้งลูกเรืออีก 15 คน ส่วนจะถึงตัวเจ้าของเรือหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฉลอง

 

 

ขณะที่การออกลาดตระเวนตรวจสอบหาฉลามวาฬหลังถูกปล่อยลงทะเล หลังจากเมื่อวานนี้(19 พ.ค.) ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกสำรวจคลอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 24 ตารางกิโลเมตร หรือ เป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร ระหว่างเกาะโหลน เกาะเฮ เกาะบอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องส่องทางไกล รวมทั้งบินโดรน และใช้เครื่องเอ็กโก้ซาวน์ ในการค้นหา ซึ่ง เครื่องเอ็กโก้ซาวน์ จะตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ทะเลได้ รวมทั้งถ้าฉลามวาฬดังกล่าวเสียชีวิตและจมอยู่ใต้ทะเลก็จะมองเห็นเป็นรูปร่างของฉลาม แต่จากการตรวจสอบพบแค่ฝูงปลาขนาดเล็ก และยังไม่พบฉลามวาฬในพื้นที่ที่ค้นหาแต่อย่างใด ซึ่งในการค้นหาจะทำต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3 – 4 วัน

สำหรับการหาฉลามวาฬในครั้งนี้ จะมี 2 กรณี คือ 1.หากพบฉลามวาฬตัวดังกล่าว ยังมีชีวิตและได้รับบาดเจ็บจะรีบดำเนินการช่วยชีวิต และ รีบนำไปรักษาที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งได้จัดเตรียมรถพยาบาลสำหรับสัตว์ทะเลหายากไว้พร้อมแล้ว เมื่อรักษาหายก็จะปล่อยกลับคืนสู่ทะเลต่อไป และ 2.หากพบว่าฉลามวาฬเสียชีวิตแล้ว จะเร่งดำเนินการผ่าพิสูจน์สูตรซากอย่างเร่งด่วน โดยทีมสัตวแพทย์และนักวิชาการประมง ของ ศวทม.เพื่อหาสาเหตุการณ์ตายที่แท้จริงต่อไป และนำผลการการชันสูตรไปสนับสนุนใช้เป็นหลักฐานทางคดี ส่งให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดทั้งในส่วนของไต๋ ลูกเรือ และเจ้าของเรือต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามฉลาดวาฬตัวดังกล่าวมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก โดยนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ให้เหตุผลว่า เนื่องจากฉลามวาฬเป็นสัตว์ที่มีกระดูกอ่อน การยกขึ้นมาไว้บนและวิธีการปล่อยกลับทะเลอาจจะทำให้ได้รับบาดระบบภายในได้ เนื่องจากฉลามวาฬมีน้ำหนักมาก สำหรับวิธีที่ถูกต้องในการปล่อยฉลามวาฬที่ติดอวนจะต้องไม่ยกพ้นจากผิวน้ำมาวางไว้บนเรือชาวประมงจะต้องปล่อยอวนให้เอียงและปล่อยให้ว่ายน้ำออกไปเอง ซึ่งเรื่องนี้ชาวประมงส่วนใหญ่ทราบดีอยู่แล้ว สำหรับกรณีนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดวิธี และอาจจะทำให้ฉลามได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือตายได้