ข่าวการเมือง » ไทยเสนอประชุม 3 ฝ่ายเดินหน้าพัฒนาเขตศก.ทวาย

ไทยเสนอประชุม 3 ฝ่ายเดินหน้าพัฒนาเขตศก.ทวาย

28 เมษายน 2018
192   0

นายกฯหารือประธานาธิบดีเมียนมาพร้อมร่วมือทุกมิติ แนะให้เร่งกระบวนการลงทะเบียนแรงงานให้เสร็จโดยเร็ว เสนอประชุม 3 ฝ่าย ไทย เมียนมา ญี่ปุ่น ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย

สุธิดา ปล้องพุดซา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ซึ่งติดตามคณะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 27-28 เมษายนนี้ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีมีโอกาสพบและหารือกับนาย อู วิน มยิน (H.E. U Win Myint) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่โรงแรมแชงกรี-ลา โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับนายอู วิน มยิน ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ รัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลเมียนมาทุกด้าน โดยเฉพาะการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

“นายกรัฐมนตรีเสนอให้เมียนมาเร่งกระบวนการลงทะเบียนแรงงานให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติดตามแนวชายแดน และแก้ปัญหาการค้าขายสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยไทยและเมียนมามีความพอใจในความร่วมมือที่มีระหว่างกันทุกมิติ ทั้งเห็นว่าในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิด ไทยและเมียนมาควรสร้างความเชื่อมโยงให้มากที่สุด และต้องเชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคด้วย สำหรับโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย นายกรัฐมนตรีขอให้เร่งการเจรจา 3 ฝ่ายคือ ไทย เมียนมา และญี่ปุ่นโดยเร็ว เพื่อให้โครงการดำเนินต่อไปได้ ขณะเดียวกันผู้นำทั้งสองย้ำว่าประเด็นด้านชายแดนจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในรัฐยะไข่ นายกรัฐมนตรีเห็นพัฒนาการทางบวกและความตั้งใจจริงของเมียนมาในการแก้ปัญหานี้ และเห็นว่าควรมุ่งเน้นการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและมิติทางสังคม ขณะเดียวกันความช่วยเหลือด้านการพัฒนาต่าง ๆ ประชาคมระหว่างประเทศซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านการเงินและทรัพยากรต่างๆ สามารถมีส่วนร่วมและช่วยสนับสนุนได้

“นายกรัฐมนตรีเห็นว่ากระบวนการสันติภาพและกระบวนการปรองดองในเมียนมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตย เศรษฐกิจและสังคมของเมียนมา ซึ่งจะช่วยเกื้อหนุนให้เกิดความมั่นคงของภูมิภาคด้วยเช่นกัน และในโอกาสที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม ACMECS ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2561 นายกรัฐมนตรีจึงใช้โอกาสนี้เชิญประธานาธิบดีและภริยาเข้าร่วมการประชุม ACMECS ที่กรุงเทพฯในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย