ข่าวภูมิภาค » พระวัดดังเมืองตรัง ถูกรถตู้ชน กระบะทับซ้ำ นอนตายสยองกลางถนน

พระวัดดังเมืองตรัง ถูกรถตู้ชน กระบะทับซ้ำ นอนตายสยองกลางถนน

30 มีนาคม 2018
442   0

สลด!! พระวัดดังเมืองตรัง อายุ 80 ปี มีอาการหลงลืม เดินออกจากวัดกลางดึกกว่า 20 กม.ตัดหน้ารถตู้เช่าเหมา โดนชนเข้าอย่างจังก่อนรถกระบะที่ขับตามมาชนช้ำแล้วหลบหนี จนร่างแหลกนอนจมกองเลือดมรณภาพบนพื้นถนน..

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 30 มี.ค.61 ร.ต.อ.ชนวีร์ ชุมจุล รองสว.(สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว ได้รับแจ้งเหตุรถตู้เช่าเหมาชนพระสงฆ์มรณภาพบริเวณถนนสาย ตรัง-ปะเหลียน หลักกิโลเมตรที่ 7.5 บ้านคลองลำเลียง หมู่ที่ 9 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ตำรวจสายตรวจตำบล นายวิชญาณ ขวัญนิมิตร กำนันตำบลทุ่งค่าย และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ที่เกิดเหตุ เป็นจุดที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง บนพื้นถนนใกล้กับเกาะกลางพบร่างของพระสงฆ์ นอนมรณภาพจมกองเลือดอยู่ในสภาพคว่ำหน้านุ่งเพียงสบง ไม่ห่มจีวร มีบาดแผลฉกรรจ์หลายจุดทั่วร่างกายขาทั้งสองข้างหักผิดรูป ศีรษะกะโหลกแตก ทราบชื่อต่อมาคือ พระชโลม หรือหลวงโลม อายุ 80 ปี 18 พรรษา พระประจำวัดสาริการาม ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง ภายในร่างกายไม่พบของมีค่าหรือเอกสารใดๆ ส่วนรถคันที่ชนพบจอดอยู่ริมถนน ห่างออกไปจากร่างประมาณ 200 เมตร เป็นรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 36-0041 ภูเก็ต ซึ่งจดทะเบียนเป็นรถตู้เช่าเหมา สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินกระจกแตก

สอบสวนนายบุญรัตน์ ช่วยการกล้า อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/254 ม.8 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ยืนรอให้การอยู่ที่เกิดเหตุว่า รถคันดังกล่าวเป็นของตนเองโดยได้ขับรถมาจาก จ.สตูล เพื่อไปส่งญาติกลับบ้านที่ จ.ภูเก็ต โดยสารมาภายในรถจำนวน 3 คนระหว่างเกิดเหตุตนเองขับมาด้วยความเร็วอยู่ทางเลนขวาจู่ๆ พระรูปดังกล่าวได้เดินลงมาจากเกาะกลางถนนตัดหน้ารถตนเองในระยะกระชั้นชิด ตนเองไม่สามารถควบคุมรถหรือเบรกได้แล้วทำให้รถได้ชนเข้าอย่างจัง ก่อนรถกระบะยี่ห้อไทรทัน ไม่ทราบสี และทะเบียน ที่ขับมาทางเลนซ้ายชนเข้าอีกครั้งก่อนจะรีบขับหลบหนีไป

จากการสอบถามพระครูสังวรธรรมวิมล (หลวงพ่อรงค์) เจ้าอาวาสวัดสาริการาม และเจ้าคณะตำบลบ้านโพธิ์ ทราบว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา (29 มี.ค.) อาตมายังเห็นพระชโลมเดินอยู่ภายในวัด โดยก่อนหน้านี้พระชโลม มีอาการหลงลืมเพ้อฝันอยู่ตลอดเวลา และชอบพูดแต่เรื่องในอดีต จนไม่สามารถปฏิบัติกิจทั่วไปได้มาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี และชอบเดินเท้าไปยังต่างอำเภอโดยไม่มีจุดหมายอยู่บ่อยๆจนทำให้ญาติโยมที่พบเห็นต้องนิมนต์กลับมาส่งที่วัดอยู่เป็นประจำซึ่งจุดที่เกิดเหตุได้ห่างจากวัดออกไปกว่า 20 กิโลเมตร อีกทั้งข้าวของเอกสารสำคัญ เช่นบัตรประจำตัว ที่อยู่ภายในกุฏิพระชโลมก็ได้เอาไปทิ้งหมดโดยไม่ทราบสาเหตุจนมาทราบข่าวว่าพระชโลมโดนรถชนมรณภาพแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการนำตัวคนขับรถตู้ไปสอบปากคำเพิ่มเติมและหาหลักฐานตามล่ารถกระบะคันที่ขับเข้าชนช้ำ เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานไปยังญาติของพระที่มรณภาพมารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

 

สนับสนุนเนื้อหา
thairath.co.th