ข่าวเศรษฐกิจ » ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเล็งปรับจีดีพี -ส่งออกขึ้นไตรมาส 2 นี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเล็งปรับจีดีพี -ส่งออกขึ้นไตรมาส 2 นี้

29 มีนาคม 2018
393   0

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงการส่งออกปีนี้เติบโตร้อยละ 4.5 จับตามาตรการกีดกันการค้าสหรัฐ-จีน กระทบบาทแข็ง เล็งปรับจีดีพี -ส่งออกขยับขึ้นไตรมาส 2 ปีนี้

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการณ์ขยายตัวการส่งออกปีนี้เติบ โตร้อยละ 4.5 แม้ว่าสหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการกีดกันทางการค้า เนื่องจากยังมีความต้องการสินค้าจากตลาดโลก อย่างไรก็ตามหากไม่มีมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ การส่งออกของไทยมีโอกาสโตได้ถึงร้อยละ 7 โดยขอติดตามรายละเอียดมาตรการกีดกันทางการค้าสหรัฐที่มีต่อจีน ซึ่งจะชัดเจนในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ หากไม่มีผลกระทบที่รุนแรง มีโอกาสที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะปรับจีดีพีและส่งออกปีนี้ขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะใกล้เคียงกับตัวเลขจีดีพีของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และกระทรวงการคลัง

แต่จนถึงขณะนี้ยังขอคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ก่อนที่โตร้อยละ 4 และยังคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50ในการประชุมครั้งหน้า หลังจากที่การประชุมกนง.เมื่อวานนี้(28 มี.ค.) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ หรือ เสียงแตก

นอกจากนี้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการที่ไทยติดในรายชื่อประเทศคู่ค้าของสหรัฐที่บิดเบือนค่าเงิน ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของทางการ อาจส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในจังหวะที่รวดเร็วและผันผวน รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะออกมาตรการกีดกันสินค้าจากไทยโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบมากจากเงินบาทที่แข็งค่าคือ ยางพารา อาหารทะเลสด เม็ดพลาสติก เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทิศทางค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะแข็งค่าต่อเนื่อง มีโอกาสแตะ 31.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐยังไม่เปลี่ยนสัญญาณดอกเบี้ย และยังมีความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

นายศิวัสน์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่าการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐในสินค้าเครื่องซักผ้า แผงโซลาร์เซลส์ เหล็ก และอลูมิเนียมที่มีผลบังคับใช้แล้ว มาตรการของสหรัฐในการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ จะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกของไทยโดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน เช่น อุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ