ข่าวภูมิภาค » แจ้งจับ “ป้าติ้น-หมวดโค้ก” ฉกสำนวนสลาก 30 ล้านงวด 1 เม.ย.59

แจ้งจับ “ป้าติ้น-หมวดโค้ก” ฉกสำนวนสลาก 30 ล้านงวด 1 เม.ย.59

14 มีนาคม 2018
164   0

อัจฉริยะ แจ้งจับ”ป้าติ้น-หมวดโค้ก” ฉกสำนวนสลาก 30 ล้านป้าติ้ว งวด 1 เม.ย.ปี59 แฉถูกทหารข่มขู่จนไม่กล้าแจ้งความ

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำพยานหลักฐาน เข้าแจ้งความกับพันตำรวจเอกสุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับร้อยตำรวจโทสมประสงค์ ปสาทรัตน์ หรือหมวดโค้ก รองสารวัตรสอบสวน สน.ประเวศ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และนางเรวดี หาแก้ว หรือป้าติ้น ในข้อหาลักทรัพย์เอกสารลับทางราชการ , นำไปซึ่งเอกสารลับทางราชการ และเอาเอกสารราชการลับไป

นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า หลังนางเรวดีนำเอกสารที่ได้จากร้อยตำรวจโทสมประสงค์ มาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยอ้างว่าร้อยตำรวจโทสมประสงค์ฝากเอกสารมาให้ตำรวจกองปราบ แต่ข้อเท็จจริงขณะนั้นไม่มีการโอนคดีมากองปราบปราม และไม่มีพนักงานสอบสวนกองปราบปรามขอเอกสารจากพันตำรวจโทสมประสงค์ตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านางเรวดี และร้อยตำรวจโทสมประสงค์ มีความสนิทสนมเกินกว่าตำรวจและผู้แจ้งความทั่วไป และร้อยตำรวจโทสมประสงค์ยังได้นำหลักฐานไปเบิกความต่อศาลในคดีที่นางเรวดียื่นฟ้องนางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือป้าดา ในฐานยักยอกทรัพย์ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีพยานหลักฐาน และคณะกรรมการรับผิดชอบคดีของกองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งไม่ฟ้อง โดยใช้ตำแหน่งของตนยืนยันว่านางเรวดีถูกล็อตเตอรี่จริง จนศาลประทับรับฟ้องและนางสุดารัตน์ถูกคุมขัง 3 วัน

ซึ่งก่อนหน้านี้นางสุดารัตน์ และนางจรูญ (สงวนนามสกุล) หรือป้าติ้ว จะเดินทางมาแจ้งความด้วยตนเอง แต่เนื่องจากถูกข่มขู่ผ่านทางโทรศัพท์ ไม่ให้เดินทางมาที่กองปราบปราม จึงไม่กล้าเดินทางมา สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่นางเรวดีนำทหารมาข่มขู่ และพยายามยึดโทรศัพท์มือถือผู้เสียหายทั้ง 2 คน จึงได้มอบอำนาจให้นายอัจฉริยะดำเนินการ

ขณะที่การสอบปากคำวันนี้ พลตำรวจตรีธีระพงศ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำนายอัจฉริยะด้วย โดยเปิดเผยว่าได้มีการแต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ส่งหมวดโค้กกลับไปปฎิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนที่ สน.ประเวศแล้ว หลังถูกสั่งให้มาช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เนื่องจากหมวดโค๊กทำสำนวนค้างจำนวนมาก และเป็นการบริหารงานภายใน ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าหมวดโค้กทำงานเป็นหน้าห้องให้กับตัวเองนั้นไม่เป็นความจริง อีกทั้งคดีนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ตัวเองจะมาปฏิบัติหน้าที่ ที่ผ่านมาหมวดโค้กไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ตนฟังและไม่เคยมาปรับทุกข์ ยืนยันหากกรรมการตรวจสอบพบการกระทำความผิดหมวดโค้กก็จะต้องถูกดำเนินคดี.