จากสำนึกสู่ปากกา » ท่องลุ่มน้ำปากพนังเพื่อพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน (2)

ท่องลุ่มน้ำปากพนังเพื่อพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน (2)

28 กุมภาพันธ์ 2018
4070   0

บริเวณสุขใจรีสอร์ท เป็นพื้นที่ที่ผมเข้าไป ห่างจากตัวถนนใหญ่พอประมาณ ถนนกำลังทำเพราะแว่วข่าวว่านายกรัฐมนตรีหรือใครไม่ทราบจะเดินทางเข้ามา ปฏิบัติการผักชีโรยหน้าจึงเกิดขึ้น มิน่า ผมถึงสงสัยว่าทำไมไม่ค่อยจะมีผักชีโรยกับข้าวแถวย่านนี้
ผมขอเจ้าของสถานที่เข้าห้องน้ำเสียก่อน เพราะปวดปัสสาวะเนื่องจากระหว่างเส้นทางผมจะดื่มน้ำตลอดทางเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายมิให้อ่อนล้า
เรือลำนี้เป็นเรือเครื่องพาเที่ยว จุคนได้ไม่มากนัก
แม่น้ำปากพนังจะเปลี่ยนชื่อไปตามเส้นทางที่ผ่าน ตรงเส้นนี้เขาเรียกว่าแม่น้ำเชียรใหญ่ เรือพาอ้อมไปดู ผมขอดูตรงสะพานการะเกดเพื่อดูว่าจะทำ
เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนอย่างไรบ้าง
ถ้าถามใจของผมแล้ว ไม่มีอะไรน่าจะพัฒนาเป็นเขตพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนได้เลย แต่ถ้าหากอยากจะทำจริงๆ จะต้องเริ่มต้นนับจากศูนย์ใหม่
บางช่วงจังหวะจะมีบ่อเลี้ยงกุ้ง  บางช่วงจังหวะจะทำนา บางช่วงจังหวะจะปล่อยรกร้าง
ในแม่น้ำแห่งนี้มีความลึกประมาณ 15-25 เมตร อดีตเคยมีกุ้งแม่น้ำชุกชุม แต่ในปัจจุบันมีบ้างแต่ไม่มากนัก
มีปลาเหมือนกันแต่ไม่มากมายก่ายกองเช่นอดีต
มีรีสอร์ทของเจ้าของเรือที่ขายห้องพักคืนละ 450  บาท เจ้าของเรือบอกว่า อยากจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมไล่ตามข้อมูลทีละอันจนกระทั่งได้ข้อยุติประการหนึ่ง
เมื่อเรือหักเลี้ยวกลับไปเพื่อไปยังบ้านที่เป็นเป้าหมาย
ผมยืนดูเป็นระยะสลับกับการนั่งและการสอบถาม ที่นี่มีนกกระยางขายาวและนกอะไรอีกอย่างไม่รู้ คอยบินและโฉบลงผิวน้ำเพื่อจับปลาที่โผล่ขึ้นมาหายใจ
ข้างทางพอจะมีผักบุ้งหร๋อมแหร็มโผล่ขึ้นมาบ้าง มีต้นกะเฉดออกมาบ้าง และบางจุดพอจะมีกระชังโผล่ให้เห็นบ้าง
ผมบอกกับเขาไปว่า เดี๋ยวให้ถึงบ้านเป้าหมายแล้วจะบอกทีเดียวว่าจะต้องทำอะไรและทำแบบไหนบ้าง
  เรือเข้าจอดเทียบท่าที่ยื่นออกมานิดหนึ่ง  ดินเพิ่งจะปรับจากการให้รถเกรดปรับพื้นที่ ดินโคลนที่แห้งกรอบพอจะนิ่มนุ่มในบางจุดที่เดินเหยียบ ผมเห็นต้นมะม่วงหิมพานต์แตกยอด ผมยืนมองเส้นทางที่จะอ้อมไปเด็ดยอดอ่อนว่าจะไปอย่างไร
จนกระทั่งผมเดินเข้าไปยังต้นได้ยอดอ่อนไม่มากนักเพราะมดแดงหวงมาก คอยกัด ตามแขนและพยามยามจะมุดเข้าไปในเสื้อเพื่อกัดและไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก
ผมเด็ดได้หลายใบและกำไว้ในมือขณะที่เดินสำรวจ ชาวบ้านยังเป็นบ้านๆแบบดิบๆไม่พัฒนาและประสีประสาด้านการท่องเที่ยว
ผมแหงนหน้ามองต้นโตนดที่มีบ้าง ผมถามว่ามีหิ่งห้อยบ้างไหม เขาตอบว่ามี
บ้านเรือนของผู้คนในละแวกนี้จะปลูกห่างๆตามประสาบ้านนอกที่มีพื้นที่เหลือเฟือ
ผมเริ่มจะมองเห็นลู่ทางในการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนแล้ว
ตำรวจท่องเที่ยวเอารถตำรวจท่องเที่ยวเข้ามาร่วมด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอุตสาหกรรมเข้ามานั่งร่วมด้วย และมีใครเข้ามามั่งผมไม่ได้ถาม เพราะ
ผมไปไหนมาไหนก็ตามถ้าไปเพื่อสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ผมจะเดินดูความน่าจะเป็นในการพัฒนาให้เป็นเขตท่องเที่ยวชุมชน
กับข้าวแบบพื้นบ้านตามสไตล์นครศรีธรรมราชเอามาวางเรียง กับข้าวส่วนใหญ่จะไปทางปลาร้า ปลาส้มที่ผมไม่ค่อยจะสันทัดสักเท่าใดนัก แต่กระนั้นก็ตาม ผมไม่เคยใส่ใจว่าจะต้องทำกับข้าวตามใจปากให้กับผม ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม หากไม่ชอบก็ทานพอเป็นพิธีเป็นมารยาท เพื่อให้ในกระเพาะมีอาหารให้น้ำย่อยได้ย่อยสลายอาหารไม่ทำให้
เป็นโรคกระเพาะอาหาร
ทุกคนก้มหน้าก้มตาทานข้าว
ผมตัดหยวกกล้วยจากแกงไก่เพราะผมพยายามเลี่ยงไก่ เลี่ยงเนื้อ หากไม่มีอะไรจะกินจริงๆนั่นแหละผมถึงกัดฟันกินข้าวมันไก่และยอมกินไก่ ได้ไก่ฝอยที่ชาวบ้านทำขายมาพอประทังร่วมกับใบอ่อนของต้นกาหยี ที่พอจะประทังได้ ก่อนที่ผมจะตบท้ายด้วย
ขนมลา
ผมเห็นช่องทางในการพัฒนาทั้งระบบแล้ว
แต่ชาวบ้านจะเดินตามแนวคิดของผมหรือไม่
แต่นั่นแหละส่วนใหญ่เน้นหนักไปในทางที่ต้องการงบจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนมากกว่าที่จะเดินหน้าช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นเสียก่อน…..เป็นจุดบอด…..อ่านต่อตอนที่สามน่ะครับ