จากสำนึกสู่ปากกา » ท่องลุ่มน้ำปากพนังเพื่อพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน (1)

ท่องลุ่มน้ำปากพนังเพื่อพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน (1)

27 กุมภาพันธ์ 2018
2943   0

ผมรับปากชาวนครศรีธรรมราชที่ทำท่องเที่ยวชุมชนเอาไว้ว่า ผมจะขับรถลงไปสักวันเพื่อลุยสำรวจและบอกกับชาวบ้านว่าควรจะทำอย่างไรในเส้นทางการพัฒนาท่องเที่ยวของชุมชนในพื้นที่ตรงนี้
สิบปีก่อน ผมแวะเข้าไปที่บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา นครศรีธรรมราชเพื่อผลักดันให้ที่นี่เป็น
หมู่บ้านท่องเที่ยวโอท็อป
ผมนำทีมจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ในครั้งนั้นลงพื้นที่เพื่อทำข้อมูลและพิมพ์หนังสือเป็นภาษาอังกฤษจำนวน  10,000  เล่มออกแจกให้สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในไทยรวมถึงสถานกงสุลทั้งหมด สถานทูตไทยและสถานกงสุลไทยทั่วโลก หน่วยงานด้านทูตพาณิชย์ทั่วโลก โดยผมขนหนังสือใส่ซองสีน้ำตาลไปให้ตามสถานที่ต่างๆด้วยตัวเองเพราะไม่ไว้วางใจทีมงาน
ครั้งนั้นผมขึ้นเครื่องบินไปลงนครศรีธรรมราชแล้วว่าจ้างรถตู้เข้าไปทำงาน ไม่เคยขับรถไปเองสักครั้ง
เหมือนคนป่าจะเข้าป่า  นครศรีธรรมราชอยู่ตรงไหน ผมรู้ แต่ขับรถจากภูเก็ตไปยังไง
คือปัญหา
ผมถามผู้รู้หลายคน นับจากพันตำรวจเอกประภาษ  พลรบ ที่อธิบายเส้นทางให้ รวมไปถึงคุณรัตน์ที่อธิบายเส้นทางให้และลงเอยด้วยคนแนะนำว่าให้ตั้ง จีพีเอส.เอาไว้
รถโตโยต้าฟอร์จูนเน่อร์ของผมคันนี้ จีพีเอส.เคยด่าผมให้เคารพและอยู่ในกฎระเบียบจราจรมาแล้วเพราะผมไม่ยอมทำตาม มีที่ไหน ผมเลี้ยวเข้าที่พักของผม ยังบอกว่า ถอยหลังออกเดี๋ยวนี้ ผมเลยโกรธกับจีพีเอส.ไม่ใช้งานกันนานหลายปี
หนนี้ผมตั้งเอาไว้ว่าจะไปบ้านการะเกด  อำเภอเชียรใหญ่  นครศรีธรรมราช
ผมตื่นตอนตีสี่เศษ อาบน้ำขนของจัดรถอีกรอบเสร็จราวตีห้า เข้าไปบอกแม่ว่าจะเดินทางแล้วเวลา 05.19  น.ผมเคลื่อนรถออกจากบ้านที่ภูเก็ตมุ่งหน้าไปยังสะพานสารสินเข้าพังงาและเข้าสู่เส้นทางที่ต้องการจะไป
เช้ามืด มีแต่รถบรรทุกพ่วงที่ขับเป็นเจ้าถนนเหมือนกับนายทุนก่อสร้างถนนปานนั้น ถนนมีสามเลน เพื่อนคุมกันหมดทั้งสามเลน ผมไม่รู้จะแซงทางไหน ฝนตกโปรยปรายในยามอรุณรุ่ง แม้นว่าจะไม่ค่อยจะมีรถยนต์แต่รถบรรทุกยังมี
ด่านจุดเช็คพอยท์มีแต่จ่าเฉยยืนอยู่ไม่ยอมหลับนอน ส่วนตำรวจชั้นยศอื่นยังไม่รู้ว่าตื่นนอนแล้วยัง ใจหนึ่งจะจอดแวะซื้อสัปปะรดไปฝาก แต่อีกใจหนึ่งกลัวเสียเวลา จึงมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางเลี่ยงโคกกลอยไปออกทับปุดและไปตามจีพีเอส.บอกทาง
จนกระทั่งไปถึงบางสวรรค์ในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ผมเห็นตลาดสดบางสวรรค์เลยจอด ใจหนึ่งอยากจะทานข้าว แต่ไม่มีโต๊ะให้นั่งจึงซื้อกับข้าวติดไปเพื่อกันเหนียว เกิดผิดพลาดทางเทคนิคด้านอาหารขึ้นมา ก็ยังมีกับข้าวรองรับอยู่ และไม่วายที่จะซื้อหมูปิ้งไม้ละห้าบาทมาหกไม้พร้อมกับข้าวเหนียวห่อละห้าบาทมาหนึ่งห่อ
อย่างน้อยคนป่าอย่างผมไม่อดตายแน่นอนแล้ว ไม่ต้องหาอาหารลิงบรรเทาหิว
ในที่สุด จีพีเอส.ทรยศ พาผมเข้าไปส่งในพื้นที่บ้านท่ายาง ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และสรุปออกมาว่า ท่านถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
ผมจึงตัดสินใจโทรศัพท์คุยกับทางทีมงานในนครศรีธรรมราช
ขับรถไปนครศรีธรรมราช ผมขับจนเมื่อยปาก เพราะต้องจอดถามเป็นระยะ เนื่องจากไม่คุ้มเคยเส้นทาง และท้ายสุดชาวบ้านตรงแถวท่ายางให้ผมมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนเอเชีย ผมทำตาม และไปจอดที่ป้อมยามชุมชนเพื่อสอบถาม
คนคอยอธิบาย บอกเส้นทางแบบวกไปวนมาจนผมมึนหัว ท้ายสุดต้องใช้บริการของชาวท่องเที่ยวชุมชนที่เชียรใหญ่คอยบอกเส้นทางเพื่อป้องกันการผิดพลาดในเส้นทางเนื่องจากผม
โดนบีบด้วยเงื่อนเวลาที่จะต้องไปก่อน  10.30  น.
ผมมองป้ายบอกทางเป็นระยะ  จนกระทั่งในที่สุดเจ้าถิ่นถามผมว่า ถึงไหนแล้ว พอผมบอก เขาบอกให้ยูเทอร์นกลับเพื่อไปขึ้นเรือล่องลุ่มน้ำปากพนังที่บริเวณเชียรใหญ่ไปยังพื้นที่
ชาวบ้านนครศรีธรรมราชหนนี้ยังมีน้ำใจยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีใครขับรถคอยปาดหน้าแบบในอดีตที่ผมเคยประสบตอนเช่ารถตู้  ผมจอดปั้มน้ำมันหลายต่อหลายครั้งเพื่อเข้าห้องน้ำปัสสาวะเพราะผมอัดน้ำเต็มที่สำหรับการป้องกันความเครียดจากการไม่ชำนาญเส้นทาง  อย่างน้อยที่สุดโอเลี้ยงหมดไปสองแก้ว และผมดื่มน้ำชาเจียวกู่หลานที่แช่แข็งเอาไว้เพื่อกำกับร่างกายมิให้เกิดความเครียดเพราะเวลาบังคับ
นครศรีธรรมราชมีของดีมากมาย แต่คนนครศรีธรรมราชไม่มองของดีที่ซุกซ่อนเอาไว้อันเป็นสมบัติล้ำค่าของการท่องเที่ยว และนครศรีธรรมราชหากวางระบบให้ดีที่นี่คืออู่ข้าวอู่น้ำของพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้
แต่บางจุดมีปัญหาเพราะหาปั้มน้ำมันไม่เจอ ผมไม่เคยประมาทในการเดินทาง ผมจะเติมน้ำมันจนเต็มถังและประเมินสถานการณ์เส้นทางสำหรับการเดินทางเสมอ…..อ่านต่อพรุ่งนี้