จากสำนึกสู่ปากกา » พัฒนาคลองมุดงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอย่างไร ?(1)

พัฒนาคลองมุดงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอย่างไร ?(1)

24 กุมภาพันธ์ 2018
2955   0

ผมขึ้นไปที่จุดชมวิวของเทศบาลวิชิต และผมเองเห็นว่า จุดชมวิวตรงนี้น่าจะต้องพัฒนาให้กลายเป็น
แหล่งท่องเที่ยวชุมชน
ผมมองศักยภาพของพื้นที่ตรงบริเวณแถบนี้แล้ว บอกได้คำเดียวว่า
ตรงนี้ทำเลกินขาด
ถามว่าทำไมทำเลกินขาด
เห็นจะต้องคุยกันสักสองหรือสามตอนในเรื่องนี้
ผมได้มีโอกาสนั่งทานข้าวที่บ้านคุณธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ในโอกาสเลี้ยงตรุษจีนและขอบคุณแต่ละท่านที่เคยช่วยเหลือเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกมา  และได้นั่งโต๊ะเดียวกับนายกเทศมนตรีเทศบาลวิชิต
ผมถามว่า ขอบเขตพื้นที่ถึงตรงไหน คลองมุดงครอบคลุมไหม
ได้รับคำตอบว่าครอบคลุม
นายกฯบอกกับผมว่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของชาวบ้านพัฒนายาก เพราะไม่มีที่สาธารณะ
ผมบอกว่านั่นแหละคือสิ่งที่พัฒนาง่ายที่สุด เพียงแต่ว่าวันก่อนที่ผมนั่งสนทนา ผมเน้นไปสองหรือสามอย่างเท่านั้นเอง
วันนี้จะบอกให้ครอบคลุมไปทั้งหมด
ประการแรก ท่านมีป่าชายเลน ที่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งถนนและมีคลองขวางกั้นอยู่ ที่ป่าชายเลนแห่งนี้มีลิงอยู่ ลิงจะหิวหรือไม่ก็ตามแต่เอาเป็นว่าตรงนี้คือ
แลนด์มาร์คของการทำเงินด้านท่องเที่ยวชุมชนอย่างมาก
ในยามเช้า เรือตังเกลำไหนไม่ออกหาปลา หมายถึงเรือหางยาว ดัดแปลงให้เป็นเรือที่มีที่นั่ง สำหรับให้คนต่างชาติได้ลงเรือไป
โยนกล้วยให้ลิงกิน
พาไปดูลิง
อาจจะมีคนถามผมว่า แล้วจะมีใครไปดูลิง
ผมอาจจะต้องบอกว่า ไปดูที่เขาโต๊ะแซะ วันนี้รถแท็กซี่ป้ายเขียว รถตู้ รถตุ๊กตุ๊ก รถเครื่องรับจ้าง พานักท่องเที่ยวรัสเซียขึ้นมาดูลิงบนเขาโต๊ะแซะ
จนกระทั่งมีคนหัวใส เอากล้วยตั้งขายหวีละยี่สิบบาทแต่งอมให้เอาไปแจกลิงบนเขาโต๊ะแซะ
ทำไมขายไม่ได้ คนแวะไปดูลิง ชาวบ้านในละแวกนั้นปลูกกล้วย ปล่อยให้สุก เอากล้วยสุกมาขายนักท่องเที่ยวหรือ เอาถั่วต้มมาขายนักท่องเที่ยวให้เอาไปแจกลิง
ชาวบ้านได้มีรายได้จากการขายกล้วย ขายถั่ว
_คนทำประมงมีรายได้จากการเอาเรือหางยาวหาปลา พานักท่องเที่ยวไปดูลิง
ผมเรียนแจ้งนายกฯไปว่า ในยามค่ำคืน ตรงนี้พอสักทุ่มเงียบกริบเป็นป่าช้าในสมัยก่อน เพราะแต่ละคนปิดประตูบ้านเข้าไปดูละครและทุกวันศุกร์จะปิดประตูบ้านไปฟังนายกรัฐมนตรีพูดอย่างตั้งใจ
ทำอย่างไรถึงจะปลุกกระแสให้คนเดินทั้งวันทั้งคืน
นั่นก็คือ
ผมเรียนท่านนายกฯไปว่า ไปศึกษาว่าต้นอะไรที่ปลูกในป่าชายเลนได้ และต้นนั้นสามารถเพาะเลี้ยงหิ่งห้อยได้ด้วย  ลองถามประมงชายฝั่งและส่วนราชการที่ดูแลป่าชายเลน จำได้ว่าสมัยตอนเป็นเด็กเคยไปยืนดูหิ่งห้อยตรงทางไปเกาะสิเหร่สมัยที่เป็นถนนลูกรังและไม่มีบ้านคนมากเช่นทุกวันนี้
หากเราสามารถหาหิ่งห้อยมาใส่ตรงต้นไม้ที่หิ่งห้อยเกาะทำมาหากินแล้ว
ยามราตรีที่มืดมิดถ้าตรงนี้มีหิ่งห้อย ชาวบ้านจะทำอะไร ก็นั่งเรือหางยาวไปชมหิ่งห้อย รอบละสิบคนหรือแปดคนก็ว่ากันไป แต่ต้องตกลงกันให้ดีอย่าให้เรือชนกันกลางลำคลองเสียก่อน เดี๋ยวจะวุ่นวาย
ทีนี้ถามว่าในยามราตรีตรงนี้น่าเที่ยวไหม
เมื่อทำให้มีหิ่งห้อยเกาะ คนอยากจะมาเที่ยว กลางคืนปิดถนนอย่าให้รถวิ่ง เอาจักรยานมาให้คนต่างชาติที่เข้ามาปั่นแทน พอปั่นเหนื่อย เขาก็แวะหาน้ำดื่ม ชาวบ้านขายน้ำได้อีก
คนทำมาหากินด้วยการทำประมงพื้นบ้าน ออกไปวางเบ็ดตกปลาเพื่อเอามาขาย
ต่อไปนี้ไม่ต้องไปง้อคนซื้อ เอามาตั้งเรียงกันตรงริมฟุตบาธนั่นแหละ
และในบริเวณตลาดสดตรงนั้นปรับสภาพให้เป็น
ตลาดอาหารทะเล
ชาวประมงหาปลาได้ หาสัตว์น้ำได้ เอามาตั้งขายริมถนน
นักท่องเที่ยวมายืนเลือก ชอบแบบไหน ชอบกินอะไร
สั่งซื้อ ให้เขาขูดเกล็ด หรือคว้านท้องหรือแต่งสวยทำหล่ออะไรก็ทำกันไป
จากนั้นหิ้วไปแผงลอยของชาวบ้านที่มาตั้งรับจ้างทำกับข้าว จะทำแกงส้ม ผัดเผ็ด นึ่งบ๊วย นึ่งมะนาว
ทอดกระเทียมก็ว่ากันว่าตามป้ายราคา
เช่นผัดกระเทียมให้กับเขาโดยเขาเอาอาหารทะเลมาเองจะอยู่ที่เท่าไหร่
ขี้คร้านจะได้ตังค์แล้วใช่ไหม อ่านต่อพรุ่งนี้