ข่าวการเมือง » ศุภชัย พร้อมแจงแก้ร่างกฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส.และส.ว.

ศุภชัย พร้อมแจงแก้ร่างกฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส.และส.ว.

14 กุมภาพันธ์ 2018
15   0

ประธาน กกต.ไม่หนักใจทำหน้าที่ 1เสียง กกต.พร้อมแจงปรับแก้กฎหมาย ส.ส.- ส.ว.ยึดมติ กกต.เป็นหลัก 

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  กล่าวถึงการเป็นตัวแทน กกต.ในคณะกรรมการร่วมสามฝ่าย พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่า โดยส่วนตัว ไม่มีความกังวลอะไร พร้อมเป็นตัวแทนของ กกต. เพื่อไปทำหน้าที่  ประเด็นที่จะนำไปแถลงและชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมการร่วมสามฝ่าย เป็นการไปยืนยันมติของ กกต. ที่มีความเห็นแย้ง 6 ประเด็น  ประกอบด้วย  ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง  ส.ส. 5  ประเด็น และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.1 ประเด็น คือมาตรา 64  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้อำนาจศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับการสรรหาได้เพียงอย่างเดียว  ซึ่งไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 226

“จากที่เห็นรายชื่อกรรมการในส่วนของ สนช.และ กรธ. แล้ว ไม่รู้สึกกังวลใด ๆ  เพราะมีหน้าที่ที่ต้องปฎิบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  พร้อมชี้แจงเหตุผล ซึ่งเป็นไปตามมติของ กกต.”  นายศุภชัย  กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.มีมติที่จะทำความเห็นแย้ง  ในส่วนของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 5 ประเด็น  1 เรื่องที่ให้ผู้สมัครพรรคการเมืองมีหมายเลขแตกต่างกันไปตามเขตเลือกตั้ง  ซึ่ง กกต.เห็นว่าขัดกับมาตรา 224 (2)  ของรัฐธรรมนูญ  ที่กำหนดให้ กกต.มีบทบาทในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม  การมีหมายเลขแตกต่างกันในแต่ละเขตของแต่ละพรรคจะทำให้กระบวนการจัดเตรียมพิมพ์บัตรต้องกระจายออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น จะเสี่ยงต่อการเกิดบัตรปลอมมากขึ้น  แทนที่จะพิมพ์ในส่วนกลางที่สามารถควบคุมบัตรเลือกตั้งให้ปลอดภัย  ไม่สามารถปลอมแปลงบัตรได้ ทำให้ยากจะจัดการเลือกตั้งให้เกิดการสุจริต เที่ยงธรรมได้

2 ประเด็นมหรสพ  ที่กำหนดให้การหาเสียงของผู้สมัครสามารถจัดมหรสพได้  จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะการคำนวณค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้จะทำให้เกิดความได้เปรียบ  เสียเปรียบระหว่างพรรคใหญ่และพรรคเล็ก ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 224 (2)  3 มาตรา 62 วรรค 2 กรณีที่กำหนดค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองเท่ากัน  ตามหลักเกณฑ์ที่กรรมการการเลือกตั้งกำหนด

4 มาตรา 133 เรื่องขอบเขตอำนาจศาลให้ใบเหลืองหลังประกาศผลเลือกตั้งได้  เป็นการเขียนเกินขอบเขตของกฎหมาย  เพราะในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใบแดงกับใบดำเท่านั้น  ขัดกับสาระของรัฐธรรมนูญเท่ากับขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ  และ  5 มาตรา 138 ภายหลังประกาศเลือกตั้งให้มีการเลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งด้วย หรือที่เรียกว่าใบดำ ซึ่งในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ได้ทั้งใบดำและใบแดง  แต่ในกฎหมายเขียนให้ใบดำเพียงอย่างเดียว จึงถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ

ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.  กกต. เห็นแย้งในมาตรา 64  เรื่องที่ให้อำนาจศาลให้ใบดำเพียงอย่างเดียว  ซึ่งเป็นการเขียนให้สอดรับกับร่าง พ.ร.ป. ส.ส. ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญศาลสามารถให้ได้ทั้งใบดำและใบแดง