จากสำนึกสู่ปากกา » อุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยว

อุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยว

13 กุมภาพันธ์ 2018
143   0

 

รถตู้คว่ำ มีผู้โดยสารบาดเจ็บ รถบัสประสบอุบัติเหตุ มีผู้โดยสารบาดเจ็บและล้มตาย รถแท็กซี่สารพัดป้ายแซงซ้ายปาดขวาจนเกิดอุบัติเหตุ มีคนบาดเจ็บและคนตาย

เป็นข่าวที่ถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติในเมืองท่องเที่ยวอย่างจังหวัดภูเก็ต

ผมเป็นคนเข้าใจในเรื่องพวกนี้ดี

คนที่มีอาชีพขับรถตู้ และรับจ้างบริษัทเรือและเคาน์เตอร์ทัวร์ที่ขายทัวร์ทางน้ำให้กับนักท่องเที่ยวที่พักตามโรงแรม

ตอนเย็นของทุกวัน คนขายทัวร์ตามเคานเตอร์ทัวร์ต่างๆ จะแจ้งไปยังบริษัทเรือว่า วันรุ่งขึ้นจะมีนักท่องเที่ยวจากเคาน์เตอร์ทัวร์ของเขากี่ราย กี่คนและพักที่โรงแรมไหนบ้าง พร้อมกับในยุคใหม่จะแจ้งชื่อนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวผ่านไลน์ของคนขับรถตู้บ้าง คนขับรถบัสบ้าง คนขับรถแท็กซี่สารพัดป้ายบ้าง

แต่ละวันคนขับรถเหล่านี้จะตื่นในเวลาที่แตกต่างกัน บางคนนอนดึก ตื่นสายกว่าวันก่อน พอตื่นสายขึ้นมาตกใจ จะไม่ทันเวลา รีบบึ่งรถออกจากบ้าน จะเล่นแซงซ้ายในช่องที่ให้รถจักรยานยนต์วิ่งเป็นหลักใหญ่ บางจังหวะจะปาดขวาออกไปแล้วค่อยปาดกลับเข้ามาในเลนทำให้

บ่อยครั้งเบรกไม่ทันเพราะข้างหน้าเบรกกะทันหัน หรือมีอะไรตัดหน้า

เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและเกิดการบาดเจ็บ หรือล้มตายกันขึ้น

การที่คนขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวต้องขับเร็ว ทุกคนทราบเป็นการดีว่า จะต้องไปส่งนักท่องเที่ยวลงเรือให้ทันก่อนเรือออก เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว โปรแกรมต่างๆจะเกิดปัญหาในระหว่างวัน

นั่นคือเหตุการณ์ปกติ

ในตอนเย็นเช่นเดียวกัน รถบัสและรถตู้เหล่านี้จะต้องเร่งความเร็ว เพื่อให้ทันกับการไปส่งตามสถานที่ที่มีการแสดงในยามค่ำคืน เพราะหากไม่ทันอาจจะเกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากการแสดงทั้งหลายทั้งปวงจะเล่นตรงตามเวลา เพราะบางแห่งทำการแสดงถึงสองรอบ

จึงต้องเร่งทำความเร็วของรถเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและว่องไว

ทำให้ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ

เพราะบ้านเรา รถสามล้อพ่วงนิยมขับกลางถนนในยามค่ำคืนที่ไฟท้ายแทบจะไม่มี หรือหากมีก็มืดสลัวๆรวมไปถึงยามเช้ามืดและคนขับขี่สามล้อพ่วงจะไม่แยแสใครทั้งสิ้นขับอ้อยอิ่งปล่อยให้รถตามหลังติดเป็นแพ จนบางรายอาจจะหมั่นไส้เสยท้ายให้เป็นข่าวบาดเจ็บและตายกันมาในอดีต

ไม่ต่างจากรถจักรยานยนต์บางคัน ขับกลางถนน ใครบีบแตรยังไงไม่ใส่ใจและไม่สนใจ แถมยังหันไปด่าพ่อล่อแม่อีกต่างหาก

จึงไม่ค่อยจะแปลกใจว่า หลายครั้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์โดนชนเอาในเลนรถยนต์ทั้งที่มีเลนรถจักรยานยนต์แล้ว แต่ไม่ยอมขับขี่เพราะไม่เท่ห์และไม่เร้าใจ

จึงมีการตายในเลนรถยนต์บ่อยครั้งและพยายามจะบอกสังคมว่า รถยนต์บ้าง รถบรรทุกบ้างขับเร็วไม่ยอมเบรก ไม่ยอมชะลอ แต่ไม่บอกว่า ตัวเองไปปาดหน้ารถเขาจนรถเขาเบรกไม่ทันและไปเหยียบเอาตาย

เพราะระบบการคมนาคมขนส่งของบ้านเราพิการ

คนขับรถช้า มือใหม่หัดขับ ขับเสียกลางถนน เลนขวาสุด ขับไปกินลมไป ไม่ยอมเข้าซ้าย ตามอุปนิสัยของตัวเองที่เป็นมาโดยแก้ไม่ได้จากอดีตจนปัจจุบัน

รถตู้บางคันขับช้า ขับอ้อยอิ่งก็อยู่เลนขวา

คนขับรถบรรทุกพ่วง รถหนักทั้งหลายตามกฎหมายบอกว่าให้ขับเลนซ้าย ก็ไม่กล้าขับเพราะว่ากลัวจะไปวิ่งทับเอารถจักรยานยนต์ที่ไม่ชอบวิ่งในเลนของตัวเองจึงต้องเข้ามาวิ่งในเลนขวาให้รถติดเป็นแพ

ตำรวจจราจรก็มีน้อยไม่ค่อยจะมีเวลาออกมาตรวจจับรถช้าแต่วิ่งขวาและรถจักรยานยนต์วิ่งเลนขวาไม่วิ่งในเลนตัวเองเนื่องจากไม่มีนโยบายเพราะว่านโยบายสั่งให้จับได้แต่คนไม่ใส่หมวกกันน็อค เลยปล่อยปละละเลยกันไปจนกระทั่งเกิดเหตุเศร้าสลดก็มีแต่คนขี่จักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปช่วยเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจรับงานเยอะ คนน้อยไม่ค่อยจะว่างแวะเข้าไปทำสำนวนคดีในที่เกิดเหตุหรือกว่าจะมา คนเจ็บที่หายใจพะงาบๆเพื่อรอให้ปากคำตำรวจก็เบื่อคอยเลยตายให้รู้แล้วรู้รอดไป

รถเก่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เรามักจะเจอเสมอ

คำว่าเบรกแตกจึงมักจะใช้ได้สำหรับรถบัสขนาดใหญ่ รถบรรทุกเพราะว่า รถเหล่านี้มักจะไม่มีเวลาว่างในการเข้าไปตรวจเช็คช่วงล่างและระบบเบรคสักเท่าใดนัก

เราจึงพบเหตุการณ์เช่นนี้สม่ำเสมอและถือว่าเป็นเรื่องปกติ หากรถคันไหนเบรกแตก ใครอยากจะตายก็ขับอ้อยอิ่งรอให้รถเหยียบแล้วกัน

จะได้ตายอย่างสมศักดิ์ศรีคาถนน

วันนี้บ้านเมืองเรา มีป้ายห้ามอะไร คนจะฝืนป้ายห้ามเหล่านั้น ไม่ใส่ใจและไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

เพราะความถูกต้องวันนี้คือ

รู้จักคนที่มีอำนาจในการออกใบสั่งมากน้อยแค่ไหน

หากรู้จักก็ถือว่า

สามารถทำความผิดได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวและยำเกรงอะไรทั้งสิ้น