ข่าวภูเก็ต » ศปก.พป.ตรวจสอบลำธารน้ำตกริมอ่าวเสน พบอยู่ในเขต พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484

ศปก.พป.ตรวจสอบลำธารน้ำตกริมอ่าวเสน พบอยู่ในเขต พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484

13 กุมภาพันธ์ 2018
134   0

ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลราไวย์ บูรณาการเข้าขยายผลดำเนินคดีกลุ่มนายทุนบุกรุกยึดถือครอบครองลำธารน้ำตก ริมอ่าวเสน จ.ภูเก็ต ตรวจสอบพบเกี่ยวข้องกับบ้านพักตากอากาศหรูที่เคยเป็นข่าว และที่ถูกทางจังหวัดภูเก็ต ระงับการก่อสร้าง และอยู่ในเขตป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 เนื้อที่กว่า 6 ไร่

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.) โดยการอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข.ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ต.ท.มนตรี บุญโยธิน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชุดเจ้าหน้าที่เทศบาลราไวย์ ร่วมบูรณาการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มทุนที่บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าไม้ บริเวณอ่าวเสน ตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นำโดย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบบริเวณพิกัดอ่าวเสน จุดที่คณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้าตรวจสอบเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ภายหลังมีการร้องเรียนถึงการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศหรูบนโขดหิน จนนำสู่การระงับการก่อสร้าง

จากการตรวจสอบของคณะเจ้าหน้าที่ ตรวจพบมีการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ฝั่งตรงข้ามบ้านพักตากอากาศหรูหลังดังกล่าวบนภูเขาชัน มีการก่อสร้างบ้านพักคนงาน จำนวน 9 หลัง และมีการก่อสร้างถังเก็บน้ำปิดเส้นทางน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาด้านบน ตรวจสอบพบบริเวณต่อเนื่องกันมีการบุกรุกยึดถือครอบครอง มีการทำรั้วปิดล้อมลำธารไว้ โดยมีการปลูกสับปะรดต่อเนื่องขึ้นไปบนภูเขา จากการตรวจสอบโดยละเอียดพบว่า ตรงพื้นที่ดังกล่าวเป็นลานหินลำธารน้ำขนาดใหญ่ ที่ไหลลงมาจากภูเขา เมื่อสอบถามคณะเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลราไวย์ พบว่าลานหินลำธารน้ำดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนที่ชาวบ้านเคยได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาก่อนในอดีต

จากการสอบถามผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านพัก ทราบว่า เป็นคนงานของ นายศุภชัย บุญหนา เจ้าหน้าที่จึงให้โทรศัพท์ประสานกับ นายศุภชัย บุญหนา นายจ้าง และได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ พร้อมแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเป็นผู้รับเหมาต่อช่วงของผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านฝั่งตรงกันข้ามกับพื้นที่ที่ตรวจสอบ และคนงานที่อยู่ในพื้นที่ก็เป็นคนงานของตนเอง และผู้รับเหมาหลัก ซึ่งตนเองทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ครอบครองของ นายธนาธร เทียนเงิน ซึ่งเป็นเจ้าของ และผู้ขออนุญาตก่อสร้างบ้านพักตากอากาศหรูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยอ้างว่ามีหลักฐานการเสียภาษี ภบท.5 ในขณะตรวจสอบพื้นที่ไม่สามารถนำเอกสาร ภบท.5 มาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจวัดค่าพิกัดทางดาวเทียมด้วยเครื่องมือ GPS ระบบ UTM : WGS 1984 บริเวณที่มีการครอบครองทำประโยชน์ จำนวน 8 จุด และได้นำค่าพิกัดดังกล่าวมาถ่ายทอดลงแผนที่ 1:50,000 ลำดับชุด L7018

ปรากฏว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี แต่อยู่ในเขตป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ท้องที่หมู่ที่ 1 ตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่บุกรุกยึดถือครอบครองได้ 6-0-4ไร่ เจ้าหน้าที่พิจารณาพบว่าเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 จึงร่วมกันทำบันทึกการตรวจสอบ และได้มอบให้ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ดำเนินการ้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อไป