จากสำนึกสู่ปากกา » ดนตรีไทยที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน

ดนตรีไทยที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน

12 กุมภาพันธ์ 2018
172   0

ผมเป็นคนชอบฟังดนตรีไทย เพราะมีเสน่ห์ สมัยตอนเรียนปริญญาตรี ผมเป็นนักกิจกรรม ชีวิตถ้าไม่ขลุกกับค่ายมวยที่ผมเป็นประธานชมรม ก็ต้องไปขลุกที่ห้ององค์การนิสิตที่ติดกับห้องดนตรีไทย เพื่อนในรุ่นและในปีเดียวกันจะไปเป็นนางรำ เล่นเครื่องดนตรีและบ่อยครั้งที่ผมได้รับเกียรติให้ไปช่วยแบกเครื่องดนตรีเวลาไปออกงานที่อื่น

ตลาดน้ำตลิ่งชัน จะจัดสถานที่ให้บรรดาผู้สูงอายุที่เกษียณอายุราชการมาจากการทำงานราชการ แต่ละคนหลงใหลในดนตรีไทย บ้างก็ตีระนาด บ้างก็เป่าขลุ่ย บ้างก็เป่าปี่ บ้างก็ตีฉิ่ง บ้างก็ร้องด้วยเล่นเครื่องดนตรีด้วย เมื่อคนที่ชอบแต่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน วันดีคืนดีมาจับมือกันเล่นดนตรีไทยทุกวันเสาร์และอาทิตย์ที่ตลาดน้ำเปิดทำการขาย

กลายเป็นภาพที่คนต่างชาติมักจะถ่ายทำคลิปส่งไปให้เพื่อนบ้าง ถ่ายภาพเก็บส่งไปให้เพื่อนบ้าง บางคนมานั่งฟังซาบซึ้งถึงกับนั่งหลับไปบ้าง อิริยาบถของแต่ละคนแตกต่างกันไป

ผมมักจะไปนั่งที่ตลาดน้ำตลิ่งชันบ่อย เพราะผมเป็นที่ปรึกษาตลาดน้ำตลิ่งชัน แต่ผมไม่คิดเงินเพราะอยากจะให้ตรงนี้คือด่านในการรับนักท่องเที่ยวจากตรอกข้าวสาร ท่าน้ำปิ่นเกล้า แถวเทเวศร์ ไล่เรื่อยไปถึงปากคลองตลาด จนถึงแถวย่านท่าเรือสาทร เพราะคนต่างชาติจะมาพักแถวย่านติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วค่อยเช่าเรือหางยาวเข้ามาเที่ยวยังตลาดน้ำตลิ่งชันในยามเช้าเพราะยามค่ำคืนเอาไว้เที่ยวราตรีตามแถวที่บอก

ผมคุยกับนักดนตรีไทยทั้งหลายว่า

ทำไมไม่แกะเพลงสากลเล่า

พอนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา หาเพลงดังๆของจีนออกมาไว้สักเพลงหรือสองเพลง ทันทีที่นักท่องเที่ยวจีนกำลังเดินผ่าน เล่นเพลงจีนผ่านเครื่องดนตรีไทย พอฝรั่งเดินผ่าน เล่นเพลงสากลที่ดังๆมันๆให้เขาได้ยิน วันว่างให้เล่นเพลงสะระหม่าอันเป็นเพลงปี่ไหว้ครูมวยเพื่อปลุกใจให้คนอยากจะเข้ามายืนดูลีลาการเล่นและการร้อง

ครูวัยกว่าหกสิบสองปี ร้องเพลงไทยได้ไพเราะอย่างมาก เสียงสดใสราวกับสาวรุ่น ใครได้ยินเป็นต้องเดินตามเสียงเข้ามาฟัง เพราะนึกว่าสาวรุ่นแรกแย้มมาร้องเพลงไทยเดิมอันเป็นศิลปะของไทยดั้งเดิม

เพราะศาลาที่เคยร้องในอดีต หลังคาเริ่มรั่วและผุกร่อนไปตามเวลา

วันนี้จึงย้ายเข้ามาในตัวอาคารที่เป็นกองอำนวยการตลาดแทนและจะมีการจัดให้ขยายเนื้อที่และวางเก้าอี้ให้คนได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่ขับขาน

ผมนั่งฟังแล้ว ผมเคยถามตัวเองว่า ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เรามีโรงเรียน เรามีเครื่องดนตรีไทย เรามีนักเรียนและนักศึกษาที่หลงใหลในดนตรีไทย น่าจะต้องเอาออกมาอวดต่อสังคม อวดต่อผู้คนและอวดคนต่างชาติบ้าง

ทุกครั้งที่ผมไปที่สยามนิรมิต และผมเห็นคนนั่งแกะผลไม้ ผมเห็นการแห่กลองยาวเพื่อมาเชื้อเชิญคนที่นั่งทานข้าวในห้องอาหารชั้นสองลงไปร่วมสนุกสนานกับการละเล่นนอกสถานที่หรือกลางลานแสดงแล้ว ผมประทับใจ ซาบซึ้งใจและแอบดีใจลึกๆว่า ที่นี่อนุรักษ์ความเป็นไทยๆเอาไว้

มีกระบือหรือที่เขาเรียกว่าควาย ยืนยิ้มคอยรับแขกที่เดินผ่านไปผ่านมา ยืนตากแดดจนผิวดำมะเมี่ยมไม่ยอมขาวสักที มีการสาธิตการปลูกข้าวให้ชาวต่างชาติรู้ว่านี่คือต้นข้าวเพราะยามนี้แทบจะเรียกว่าทั้งภูเก็ตไม่มีแปลงปลูกและทำนาข้าวเหลือเอาไว้ทั้งที่ในอดีตมีแทบจะรายรอบ

แต่วันนี้เจ้าของที่นาขายเกลี้ยงเพื่อสร้างอาคารพาณิชย์

ผมเคยไปนั่งดูคนที่มากราบไหว้หลวงพ่อแช่มที่วัดฉลองภูเก็ต น่าเสียดายที่ไม่มีจิตอาสามาเล่นดนตรีไทยขับกล่อมบรรเลง โดยมีกล่องรับบริจาคจากผู้สนใจให้เป็นค่าใช้จ่าย

น่าจะเพิ่มบรรยากาศที่ย้อนอดีตไปได้ไม่มากก็น้อย

ประเทศไทยมีของดีๆซ่อนเอาไว้เยอะแยะ เราไม่เคยขุดเอาของดีมาใช้

เราปล่อยให้คนเก่าคนแก่ที่มีของดีติดตัวเก็บของดีอันนั้นตายไปพร้อมกับตัวเอง

โดยไม่มีใครสืบทอดและรับการถ่ายทอดกลับคืนมาแต่อย่างใด

หลายมรดกทางวัฒนธรรมของไทยจึงสูญพันธ์ไปกับคนรู้คนสุดท้ายที่หาคนมารับมรดกการถ่ายทอดไม่ได้

ขนมไทยๆเช่นเดียวกัน สูญพันธ์ไปกับคนทำคนสุดท้ายที่ไม่มีคนท้ายสุดอื่นเข้ามารองรับการถ่ายทอดแต่อย่างใด

ผมมักจะแอบไปยืนฟังและนั่งฟังการแสดงดนตรีไทยเสมอ

หนนี้ไปนั่งฟังการละเล่นดนตรีไทยแล้วอดที่จะเอาภาพการแสดงและการละเล่นมาอวดให้ท่านดูอิริยาบถของแต่ละคนแต่ละอย่างที่นั่งฟังว่าเขาฟังกันอย่างไร

เรามีของดีจะอวด แต่เราไม่ค่อยจะเอาของดีออกมาอวด

นอกจากแต่ละคนเที่ยวอวดดีทั้งที่ไม่มีดีจะอวด