บทวิเคราะห์การเมือง » การเมืองเร่าร้อน นักการเมืองวิ่งพล่าน

การเมืองเร่าร้อน นักการเมืองวิ่งพล่าน

10 กุมภาพันธ์ 2018
2557   0

พรรคเล็กเกิดบาน ท้ายสุดชาติเละ

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ในยุคที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคมที่มี 18 เสียง รวบรวมพลพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาด้วยกัน จัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ และเป็นนายกรัฐมนตรี ทำการบริหารประเทศจนกระทั่งในเวลาต่อมารวบรวมไพล่พลขยายพรรคกิจสังคมขึ้นมาจนใหญ่โต มีคนในตระกูลสารสินชื่อ พงส์ สารสิน เจ้าของกิจการน้ำอัดลมเป็นหนึ่งในนายทุน มีนักเลงโบราณอย่าง โกศล ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค มีนักการเมืองหน้าใหม่ หน้าเก่าเรียงรายเข้ามาในพรรคในระยะเวลาต่อมาและดำรงสถานการณ์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเสมอมา

พลันที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช วายชนม์ คนในพรรคกิจสังคมแตกกระจายไปยังพรรคต่างๆ เหลือพรรคกิจสังคมให้ มนตรี พงษ์พานิช สมศักดิ์ เทพสุทิน รักเกียรติ สุขธนะและสุวิทย์ คุณกิตติ คอยบริหารจัดการ โดยมีมนตรี พงษ์พานิช ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน

โกศล ไกรฤกษ์ ออกจากพรรคกิจสังคมไปร่วมกับสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยขยายฐานร่วมกับยิ่งพันธ์ มนะสิการ สร้างฐานพรรคประชากรไทยในจังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่สองพ่อลูกโกศล-จุติ ไกรฤกษ์ จะย้ายมาปักหลักในพรรคประชาธิปัตย์

และอีกหลายคนออกจากพรรคกิจสังคมในห้วงเวลาของการยุบพรรคเข้าร่วมกับพรรคไทยรักไทยในเวลาต่อมาเป็นอันสิ้นสุดพรรคเล็ก

ห้วงระยะของการยุบพรรคพลังประชาชน กลายเป็นคนของพรรคพลังประชาชนกระจัดกระจายแตกออกเป็นพรรคกิจสังคมที่มีสุวิทย์ คุณกิตติ กลับไปก่อตั้งอีกรอบ พรรคมาตุภูมิ ที่มีกลุ่ม ส.ส.ชายแดนใต้ร่วมกับบิ๊กบังและยกให้บิ๊กบังขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค อีกกลุ่มหนึ่งย้ายไปตั้งพรรคภูมิใจไทยเป้าหมายเพื่อเป็นรัฐบาลสถานเดียว

พลันที่การเมืองทะเลาะกันรุนแรงแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กลุ่มพลพรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งประกาศตัวเป็น กปปส.ออกมาขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และดำเนินคดีคนของพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปัจจุบัน

พลันที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ประกาศพร้อมจะกลับมาทำการเมืองอีกหน การเมืองเริ่มร้อนฉ่าและเป้าหมายก็พุ่งไปที่

ความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจบ้านเมือง

ความล้มเหลวในการรับปากว่าจะมีการเลือกตั้งในปลายปี 2561 ที่สหรัฐอเมริกา

ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลและเศรษฐกิจซบเซา

พร้อมๆกับการโจมตีการบริหารประเทศแบบประชานิยมในรูปแบบประชารัฐ

มีการทาบทามนักการเมืองรุ่นเก่าเพื่อเข้าพรรคในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเข้าค้นเพื่อตรวจหาอาวุธในเชิงกดดัน ทั้งในรูปของการกดดันธุรกิจจนกระทั่งนักการเมืองหลายคนต้องกลับลำหันเข้ามาร่วมพรรคการเมืองในคราวหน้าที่หนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพรรคพลังชล ที่มีนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคที่จะต้องเบนเข็มเข้าหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังจากการปล่อยตัวกำนันเป๊าะ หรือนายสมชาย คุณปลื้ม พ้นจากโทษกลับมาอยู่ที่บ้านตรงหาดวอนนภาศัพท์ย่านบางแสน

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของนายไชยยศ-ไชยา-เผดิมชัย สะสมทรัพย์ แห่งนครปฐม

ไม่วาจะเป็นกลุ่มพรรคชาติไทยที่มีคนในตระกูลศิลปะอาชาเป็นเจ้าของพรรค

หรือจะเป็นพรรคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นนับจากพรรคพลังชาติไทย และอีกหลายพรรคที่กำลังทาบทามตัวนักการเมืองเข้าสังกัด

ประชานิยมในรูปแบบประชารัฐขยับกลายเป็นชื่อพรรคประชารัฐขึ้นมา

นัยว่า มีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่งที่บรรดาลูกเจ้าสัวเจ้าของน้ำเมากับเจ้าของอาหารสัตว์จะลงชิงชัยในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในเขตกรุงเทพมหานครอย่างน้อยที่สุดเขตตลิ่งชันจะมีลูกเจ้าสัวติดอันดับรวยของโลกเข้ามาเล่นการเมืองในนามพรรคใหม่ที่ก่อตั้ง

หลายทุนการเมืองเริ่มมองจังหวัดที่ง่ายต่อการขนเงินไปทำความดีและเอื้อเฟื้อเผื่อแจกกันแล้ว

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า มีกระแสข่าวร่ำลือกันว่า มีการทำโพลของหน่วยงานความมั่นคงทั้งของทหารและตำรวจอย่างน้อยสองหน่วยเพื่อประเมินสถานการณ์การเมือง และผลการสำรวจปรากฏว่า คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยยังมาแรงทั่วประเทศประมาณ 300 เสียง ส่งผลให้นักการเมืองเก่าทางภาคอิสานและภาคเหนือไม่กล้าย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยเพราะ

กลัวสอบตก

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ในการทำสำรวจคะแนนนิยมพบว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมาอยู่ประมาณ 100 คน

ส่งผลให้เกิดการขยับตัวของบรรดาเซียนการเมืองที่

ส่งเสริมให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มารวมตัวจับมือกันก่อตั้งรัฐบาลที่ไม่เอาพลเอกประยุทธ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี

กลายเป็นประเด็นความปั่นป่วนภายในพรรคประชาธิปัตย์ขึ้น

ระหว่างคนของพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้กับคนของ กปปส.ที่จะย้อนกลับมาและนัยว่าคนภายในพยายามที่จะต่อต้านไม่ให้หวนย้อนกลับมาจนถึงขั้นที่ว่า

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.จะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา เพื่อรองรับคนที่เข้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้

จึงกลายเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตกับปัจจุบันจะต้องลงชนกันเองในหลายพื้นที่

อย่างน้อยที่สุดในจังหวัดภูเก็ตวันนี้เกิดการประกาศว่า ไม่แคร์บารมีของคนเก่าแก่พรรคประชาธิปัตย์ที่คุมอำนาจมายาวนาน และอย่างน้อยที่สุดมีสองนักการเมืองหน้าเก่าและหน้าใหม่เดินหน้าหาเสียงกันแล้ว โดยไม่แคร์และไม่ใส่ใจอำนาจบารมีดั้งเดิมที่เคยขยายอำนาจสุดขีดของบุคคลระดับเจ้าแม่แห่งพรรคเข้าขั้นระดับนางพญาหงส์ก็ว่าได้

อย่างน้อยที่สุดภาคใต้ในจังหวัดสงขลา ชุมพร พัทลุง ตรัง จะเกิดอาการสั่นสะเทือนและเกิดการแข่งขันกันระหว่างคนเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ในสังกัดพรรคใหม่และคนใหม่ที่เข้ามาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

กลายเป็นประเด็นว่า

นักการเมืองหน้าใหม่ของพรรคจะเอาใครมาเป็นทุนการเมือง

จึงกลายเป็นการเดินหน้าของพรรคการเมืองพรรคใหม่เพื่อเข้ามาทาบทามหานักการเมืองในภาคใต้เข้าชิงชัย

สถานการณ์การเมืองภายในประเทศจึงเกิดอุณหภูมิร้อนวูบวาบและสั่นไหวเหมือนกับอากาศแปรปรวนในบ้านเมืองไทยเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวฝนตกแบบทุกวันนี้

อย่างน้อยในจังหวัดภูเก็ต มีอดีตนักการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งประกาศเดินหน้าลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตและนักการเมืองหน้าใหม่ประกาศลงสมัครเขตสองของจังหวัดภูเก็ต ปล่อยให้คนมีบารมีดั้งเดิมนั่งกัดกรามมองด้วยอาการไม่ค่อยจะสู้พอใจสักเท่าใดนัก

เกิดอะไรขึ้น

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้ พรรคการเมืองหน้าใหม่กำลังวิ่งเข้าสู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจเพื่อหวังว่าจะได้รับทุนประเดิมในการลงทำการเมือง

ทุนจากไหน จะไหลไปทางไหนกลายเป็นประเด็นที่มีการพูดคุยกัน

นักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ฝีปากกล้าบางคนถูกทาบทามให้ลงพรรคการเมืองใหม่ที่หนุนหลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงขั้นหาทางออกด้วยการบอกกับคนที่มาทาบทามว่า เกิดจากการเมืองเพราะใครกับใคร เพราะฉะนั้นจะต้องให้ใครกับใครสองคนนั้นในพรรคประชาธิปัตย์อนุญาตเสียก่อนจึงย้ายพรรคได้

พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ยังมีสองขั้วความเห็น ขั้วทางบุรีรัมย์ต้องการผลักดันพลเอกประยุทธ์ อย่างออกหน้าออกตา แต่ขั้วก่อสร้างทุนการเมืองยังแหยงๆจากเที่ยวที่ผ่านมาที่เป็นฝ่ายค้านกว่าจะต่อสายไปขออภัยเจ้าของรัฐบาลได้ หืดขึ้นคอ

ยังกลายเป็นเรื่องคาราคาซังในวันนี้

พรรคเล็กจะต้องเข้ามาอย่างน้อยพรรคละสองสามคนเพื่อมารวมตัวกันยกมือหนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก

หลังการจัดตั้งรัฐบาลความวุ่นวายจะเกิดจากนักการเมืองพรรคเล็กที่ออกมาเรียกร้องและขอโครงการจนกระทั่ง

รัฐนาวาพาล่มอีกรอบ

ยึดอำนาจอีกหน

จับตามองอย่ากระพริบตาแล้วกัน