จากสำนึกสู่ปากกา » เศรษฐกิจที่หาดใหญ่

เศรษฐกิจที่หาดใหญ่

7 กุมภาพันธ์ 2018
412   0

 

ก่อนหน้านี้ ผมแวะลงไปหาดใหญ่บ่อย แต่ระยะหลังผมไม่มีภารกิจเลยไม่ได้ลงไปหาดใหญ่ในช่วงระยะสามปีที่ผ่านมา

แต่ผมยังมีพรรคพวกอยู่ที่นั่น

สมัยก่อน คนทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสงขลาจะต้องย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในหาดใหญ่เพราะว่า เจ้าของกิจการร้านค้าเยอะ

นักข่าวหนังสือพิมพ์รายวันและโทรทัศน์จึงต้องสถิตอยู่ที่ตัวหาดใหญ่มากกว่าตัวสงขลา ยกเว้นของส่วนราชการที่จะต้องไปตั้งตามที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสถิตย์ตรงไหนก็ต้องไปตั้งตรงนั้น

สมัยก่อนหาดใหญ่เมื่อเอ่ยชื่อถึง ทุกคนอยากจะไปเที่ยว ที่อยากจะไปเพราะต้องการซื่อสินค้าประเภทเครื่องไฟฟ้าหนีภาษี ผมยังเข้าไปปาดังเบซาร์ข้ามไปยังมาเลเซียและข้ามไปยังเมืองลันตูเพื่อหาซื้อเครื่องไฟฟ้ากลับมาขายเอากำไรเป็นทุนค่าเล่าเรียนของผมยังเคยทำในอดีต

หาดใหญ่ถือว่าเป็นแหล่งบันเทิงรองจากกรุงเทพฯ อาบอบนวดและสถานที่ขายโลกีย์ประเภทมีหญิงบริการที่เรียกว่าซ่องถือว่าหาดใหญ่กับภูเก็ตไม่แตกต่างกัน อาบอบนวดของหาดใหญ่จะมีคนจีนจากมาเลเซียเข้ามาในคืนวันศุกร์และวันเสาร์เพื่อใช้บริการอย่างคับคั่ง หมอนวดที่หากินอิสระบางคน มีพ่อค้าคนจีนชาวมาเลย์จะคอยส่งเสียเป็นรายเดือน โดยทุกวันศุกร์และวันเสาร์ พนักงานเหล่านี้จะหยุดงานเพื่อให้บริการทางเพศแก่พ่อค้าชาวจีนมาเลย์ที่เข้ามาเพราะถือว่าส่งเสียให้เป็นรายเดือน

ต่อมากิจการอาบอบนวดเริ่มซบเซาเพราะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเริ่มจะไม่ค่อยมาใช้บริการเท่าใดนัก จึงไปมุ่งที่แถวย่านด่านนอกเป็นหลักทำให้สถานบริการทางเพศในหาดใหญ่ซบเซาลงไป หลายโรงแรมที่เคยมีหญิงบริการปิดกิจการส่วนนี้เพราะโรคเอดส์ที่ระบาดจนคนจีนมาเลย์ไม่กล้าเข้ามาใช้บริการเพราะกลัวตาย

ถนนนิพัทธ์อุทิศสารพัดเลขจะเนืองแน่นไปด้วยร้านค้าและถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจราคาแพงที่ทุกคนอยากจะมี ร้านขายผ้า ร้านขายเครื่องไฟฟ้าและร้านขายหนังสือพิมพ์ ขายหนังสือและร้านขายของเต็มไปหมดรวมไปถึงคนที่นั่งขายของตามฟุตบาธของถนนเหล่านี้

ผมไปหนล่าสุดปรากฏว่า มีป้ายติดประกาศขายโรงแรม มีป้ายปิดประกาศขายอาคารพาณิชย์และคนที่นั่งขายของตามริมฟุตบาธก็ห่างหายไปเพราะขายไม่ออก

วันนี้ผมสอบถามพรรคพวกทางหาดใหญ่ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เขาบอกว่าเศรษฐกิจแย่มาก คนมาเลย์ไม่ว่าจะเป็นคนจีนหรือคนแขกไม่เข้ามาเที่ยว เงียบเหงามาก

การค้าซบเซา ทุกถนนที่ชื่อนิพัทธ์ไปไม่ค่อยจะรอด

โรงแรมต้องแข่งขันกันตัดราคาห้องพักเพื่อรอฟันในวันศุกร์กับวันเสาร์และวันเทศกาลสำคัญเพราะเป็นช่วงที่คนเข้ามาพัก แต่หลายกิจการโรงแรมเคยร่ำรวยและฟันกำไรมหาศาลจากอดีต วันนี้ประคับประคอง ไม่ค่อยจะจ้างพนักงานแต่จะเน้นเอานักศึกษามาฝึกงานที่ไม่ต้องจ่ายค่าแรงเพียงแค่เลี้ยงข้าว

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่เคยรุ่งเรืองในอดีตกลับกลายเป็นว่าวันนี้หาสปอนเซอร์ยากและแผงขายหนังสือพิมพ์ที่มีตลอดทุกหัว กลางและท้ายถนนกลับหยุดกิจการเกลี้ยงไม่มีใครเข้ามาซื้อ

ถามว่าเพราะอะไร

เพราะไม่มีใครอ่าน

เอเย่นต์หนังสือพิมพ์และซับเอเย่นต์หนังสือพิมพ์วันนี้ทยอยปิดเกือบหมดเหลือแค่รายเดียวและคนที่เคยขี่รถเครื่องไปเที่ยวส่งหนังสือพิมพ์ยังสมาชิกลดน้อยถอยลงจนแทบจะหาคนไปส่งไม่ค่อยจะมี

เมื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหาโฆษณาไม่ได้

หนังสือพิมพ์รายวันก็ย่ำแย่เพราะค่าข่าวไม่ออก

กลายเป็นปัญหาของนักข่าวที่เคยยึดแต่อาชีพทำข่าวมาตลอดต้องดิ้นรนหางานเสริม

บางคนพอจะมีสวนยางพาราอยู่บ้าง ก็ตกในภาระลำบากเพราะราคายางแผ่นรมควันไม่ถึงกิโลกรัมละ 40 บาท ชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ต้องจำทนเพราะไม่งั้นชาวพม่าที่รับจ้างกรีดยางจะไม่อยู่ด้วย

ทุนจากต่างถิ่นเข้ามาลงทุนห้างสรรพสินค้าเพื่อตีทุนท้องถิ่นเดิม

ทุนต่างถิ่นที่เปิดกิจการห้างสรรพสินค้าวันนี้แทบจะกระอักเลือดเพราะคนสั่งกาแฟแก้วนึงนั่งดื่มตั้งแต่เปิดห้างจนเกือบจะปิดห้างไม่ยอมลุก และบางคนทานข้าวจานเดียวนั่งแช่ในศูนย์อาหารแทบจะทั้งวันเพราะ

อากาศในศูนย์การค้ามันเย็นกว่าที่บ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ

รากหญ้ากำลังมีปัญหาในการปรับตัว

เราจะพารากหญ้าเหล่านี้ให้หลุดพ้นไปจากความยากแค้นลำบากในวันนี้ได้อย่างไร

ร้านขายผัดไทที่เคยรุ่งเรืองในย่านโอเดี้ยนที่สมัยก่อนเปิดบ่ายสองโมง และสองทุ่มก็ปิด คนยืนเข้าคิวซื้อผัดไทชนิดที่ไปสั่ง คนขายจะบอกว่ารอคิวยาวหน่อยน่ะ วันนี้เปิดร้านไม่มีใครมายืนรอคิวซื้อต้องเปิดสิบโมงเช้า บางวันสามทุ่มยังไม่ปิดเพราะเผื่อว่าลูกค้าจะเข้ามาสั่งมั่ง ของที่เคยทำหลายกิโลกรัมต่อวัน วันนี้ลดน้อยถอยลงจนกระทั่งคนขายบ่น

พรรคพวกบอกว่า วันไหนว่างนั่งเครื่องบินแวะลงมาเที่ยวดูหาดใหญ่สักวันสองวัน มาเห็นความจริงของหาดใหญ่แล้วจะพูดได้เต็มปากว่า เจริญรุ่งโรจน์ หรือเจริญรุ่งริ่ง