บทวิเคราะห์การเมือง » วิกฤติรัฐบาล อาการร้อนรน 

วิกฤติรัฐบาล อาการร้อนรน 

3 กุมภาพันธ์ 2018
3366   0

ลีลาฉุนเฉียว จุดประกายน้ำผึ้งหยดเดียว
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก โดยมีสองพี่เลี้ยงคอยวางแผนให้คืออดีตผู้บัญชาการทหารบกอย่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมไปถึงอีกหลายพลเอกที่เข้าร่วมรัฐบาลก่อนจะพ้นวาระไปจากการได้รับโปรดเกล้าเป็นองคมนตรีบ้าง พ้นตามวาระที่หมดอำนาจไปบ้าง
ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า การเข้ามายึดอำนาจการปกครองประเทศในวันนั้น มีหน่วยงานอย่าง ปปช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปปง. สตง.และปปท ร่วมเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลทหารในการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรรมการของ ปปช.ในครั้งกระนั้นออกมาบอกกล่าวกับสังคมว่า กำลังตรวจสอบและผลการสอบการสร้างสนามฟุตซอลกำลังจะประกาศออกมาแล้ว พร้อมกับระบุจำนวนจังหวัดที่จะต้องมีคนรับผิดชอบ
พ้นมาสี่ปี กลับกลายเป็นว่าผลการสอบสวนทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอลมีเพียงแค่จังหวัดเดียวที่มีนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจึงกลายเป็นความกังขาของหน่วยงานปราบปรามทุจริตอย่าง ปปช.ว่า เล่นกลเกมอะไร เพื่อใคร และใครได้ ใครเสีย
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ถึงขั้นพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ต้องอาศัยมาตรา 44 ตั้งคณะขึ้นมาชุดหนึ่งทำหน้าที่ในศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ โดยพลเอกประยุทธ วางตัวเองเป็นประธานมีเลขาธิการ ปปท.ทำหน้าที่เลขานุการหรือเลขาธิการ พร้อมกับมีผู้อำนวยการที่มีพลเอกในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้นคอยทำหน้าที่ในการตรวจสอบ
ดูเหมือนว่า ทุกส่วนงานออกมาขานรับในการตรวจสอบพร้อมกันนับจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ออกมาจับมือกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ในการตามขุดคุ้ย ในขณะเดียวกันทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือ ปปท.จับมือรายการหมายจับของบรรจงทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และหนังสือพิมพ์รวมถึงสื่อโทรทัศน์หลายแห่งเพื่อแฉ หาต่างไปจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ.ที่ออกมาขานรับร่วมตรวจสอบ พร้อมๆกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงินหรือ ปปง.เข้าไปร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยทุกแห่งสรุปออกมาตรงกันว่า การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องเล่นเด็กของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีความผิดปกติจริงทั้งราคาที่แพงกว่า หาสิ่งที่ซื้อมาไม่เจอ กระทั่งมีการฮั้วในด้านราคาและคนขาย พร้อมๆกับมีการสารภาพจากคนที่ร่วมฮั้ว
ทั้งหมดถูกสรุปและถูกนำเสนอต่อพลเอกประยุทธ์จนถึงขั้นออกรายการทุกวันศุกร์จนเป็นที่ตื่นตะลึงกันทั้งวงการถึงขั้นมีการใช้มาตรา 44 พักงานปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมการท่องเที่ยวรวมถึงอธิบดีกรมพลศึกษาและคนที่เกี่ยวข้อง
แต่ทุกอย่างกลับไปนอนสงบรอวันหมดอายุที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.ผ่านเลยมา 4 ปี ไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแม้แต่อย่างใดทั้งที่อดีตอธิบดี ดีเอสไอและอดีตปลัดกระทรวงการยุติธรรมในวันนั้นที่ลงนามและวันนี้คือกรรมการ ปปช.กลับหาได้กระตือรือร้นแต่อย่างใดไม่
กลายเป็นภาพลบของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศก้องว่าจะทำการปราบปรามการทุจริตอย่างถอนรากถอนโคนแต่แล้วทั้งหมดกลับไป
หมกไว้ที่โคนต้น ปปช.
จนรอวันหมดอายุความของคดีเหมือนเช่นอีกหลายคดีที่หมดอายุความและรัฐเสียหายโดยที่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบการทำงานแม้กระทั่งการจัดซื้อจัดจ้างของ ปปช.ได้เลย
พลันที่มีข่าวการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่ไม่ค่อยจะบริสุทธิ์ผุดผ่องสักเท่าใดนัก ถึงขั้นกล่าวหาว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้าง
กลายเป็นประเด็นการอมพะนำของทุกส่วนที่มีหน้าที่ตรวจสอบ แม้นว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะออกมาบอกว่าจะตรวจสอบเอาจริงเอาจังและเอาให้ถึงที่สุดแต่นั่นเพียงแค่การกลบกระแสข่าวจากสื่อสารมวลชนและกระแสข่าวสังคมออนไลน์เท่านั้น พอทุกอย่างสงบ สตง.กลับที่ตั้งสงบปากสงบคำและเก็บตัวเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้
ส่วน ปปช.ทุกคนทราบเป็นการดีว่า ไม่น่าจะทำอะไรแม้กระทั่งผายลมออกมา จนกลายเป็นความเงียบ
ที่วันๆจ้องแต่จะขุดคดีเก่าของคนในพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทยขึ้นมาถึงขั้นบอกว่าทุจริตไม่หมดอายุความแต่คดีที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกลับปิดคดีไม่มีมูล ไม่มีความผิด ถึงขั้นครั้งหนึ่งเคยมีคนออกมาบอกว่าหลักฐานการทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาจมน้ำและน้ำพัดไปกับน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพแล้ว
ถึงขั้นปิดคดีไปแล้ว
กรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำที่มีการกล่าวขานกันมากมายในการหมดเม็ดการจัดซื้อและจัดจ้างจนกระทั่งมีภาพการ์ตูนล้อเลียนต่างๆตามหน้าหนังสือพิมพ์
ไม่นานนักกลายเป็นกรณีนาฬิกาหรูที่เวียนสลับสับเปลี่ยนใส่ถึง 24 เรือนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะพี่ใหญ่ของบูรพาพยัคฆ์ที่ส่งผู้บัญชาการทหารบกคนแล้วคนเล่าเข้ามาครองตำแหน่งจนเกษียณอายุราชการ บางคนถูกดึงเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล
กลายเป็นประเด็นของความไม่เชื่อเครดิตของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนับจากเข้าครองอำนาจไม่เคยปราบปรามการทุจริตใดได้สักคดีเว้นแต่คดีที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่มองแล้วไม่พอใจ
กระบวนการนักศึกษาที่เคยเป่านกหวีดออกมาเรียกร้องทหารให้ทำการยึดอำนาจเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งกลับออกมาเคลื่อนไหว ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งในที่สาธารณะ พร้อมๆกับอารยะขัดขืนของชาวอำเภอเทพาที่เข้ามายึดที่นั่งหน้าสำนักงาน ก.พ.เดิมตรงข้ามทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ยุติการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินกลายเป็นหนามตำเท้าที่ถอนไม่ออก
การออกมาประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่า พร้อมจะลาออกหากประชาชนไม่ต้องการของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นบูมเมอร์แรงค์ที่ย้อนเข้าหาตัวเองเมื่อมีการล่ารายชื่อเพื่อแสดงความไม่ต้องการให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณอยู่ในตำแหน่ง ถึงขั้นก่อนหน้านั้นพ่อค้านักธุรกิจออกมายืนฉีกยิ้มถ่ายภาพร่วมกับพลเอกประวิตรเพื่อเอาไปใส่กรอบข่มขู่เจ้าหน้าที่เวลาไปตรวจสอบตามบริษัท แต่วันนี้ไม่มีพ่อค้าคนไหนกล้าจะออกมายืนถ่ายรูปคู่และเอาไปลงในหนังสือพิมพ์แม้กระทั่งใส่กรอบเพราะกลัว
กระแสการเมืองหมุนกลับ
หาเพียงแต่เท่านั้นไม่ การออกมาประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า แต่ไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนทำให้ป่าชายเลนหลายแห่งถูกยึดครองโดยกลุ่มทุนโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว หน้าผาทะเลที่เคยเป็นที่ดินสาธารณะถูกยึดไปสร้างโรงแรมและรีสอร์ทพร้อมมีเอกสารสิทธิ์อย่างครบครัน หนำซ้ำมีการปักหลักโฉนดบนผืนหาดทรายแถมมีการออกมาบอกกับสังคมอีกว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเป็นที่ดิน กลายเป็นข้อกังขาต่อการเลือกปฏิบัติ
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การออกมาบอกกับสังคมว่าจะทำการกวาดล้างมาเฟียและผู้มีอิทธิพลในสังคมอีกรอบ กลายเป็นประเด็นออกมาถกเถียงและขบขันกันว่า อาจจะเป็นเพียงการเรียกมาเฟียและผู้มีอิทธิพลมาบังคับในเชิงนิตินัยว่า หากไม่ยอมเป็นหัวคะแนนให้คนของพรรคการเมืองใหม่ที่จะก่อตั้งมาเพื่อหนุนพลเอกประยุทธขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ จะโดนคดีเก่า
กลายเป็นประเด็นของการ
ทำคุณคนไม่ขึ้น ทำดีไม่ปรากฏ
เพราะที่ผ่านมาทำดีเพียงแค่ลมปากแต่ในทางปฏิบัติหาได้ทำเช่นนั้นไม่ ผืนป่าของสวนป่าขนุน เทือกเขานางพันธุรัตน์ เทือกเขานาคเกิด เทือกเขาต่างๆยังคงถูกบุกรุกและออกเอกสารสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐออกมาบอกเพียงแค่ว่า
มีใบ สค. 1 มายืนยันการเป็นเจ้าของทั้งที่บางแห่ง ใบ สค.1 บินมาจากที่ไหนไม่รู้ ใช้ไปกี่รอบแล้วยังไม่ทราบ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ลงมาทำการตรวจสอบและทวงคืน แต่เป็นการลงมาเพื่อสร้างภาพเพราะแนวทางปฏิบัติจริงๆแทบจะเรียกได้ว่า
คดีแทบจะไม่ถึงที่สุดสักคดีและแทบจะบอกได้ว่าท้ายสุดไม่มีมูลเสียส่วนใหญ่
กระทั่งการทุจริตในวงราชการในวันนี้ ยังไม่เห็นบทบาทของผู้อำนวยการ ปปช.ประจำจังหวัดในการออกมาทำหน้าที่ให้สมกับเงินเดือนแพงๆเลย
หนำซ้ำวันนี้ยังมีการออกข่าวอีกว่าจะให้โค่นต้นยางจำนวนมหาศาลในวงเงินมหาศาลเพื่อแก้ไขปัญหายางราคาตก
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า วันนี้ต้นทุนที่เคยเป่านกหวีดเรียกให้นั่งรถถังออกมายึดอำนาจได้หมดไปแล้ว องค์กรต้านคอรัปชั่นที่เคยออกมาวาดลวดลายและลีลาในอดีตวันนี้กลับหายเข้ากลีบเมฆ เลือกเวลาและเลือกกลุ่มเล่นงาน
ฤา น้ำผึ้งหยดเดียวจะกลายเป็น
ขบวนประชาชนออกมาแบบพฤษภาทมิฬอีกรอบ
แต่หากวันนี้กองทัพทุกเหล่าทัพหนุนรัฐบาลจริง ผู้บังคับกองพันทั้งหลายจะต้องออกมาอีกรอบ ออกมาทวงคืนผืนป่าและเอาจริงเอาจังในการทวงที่ดินสาธารณะกลับสู่อ้อมกอดของประชาชน
อาจจะคืนความสุขให้ประชาชนได้