มองแบบเผ่าเทพ » “ค่าแรงขั้นตํ่า”

“ค่าแรงขั้นตํ่า”

31 มกราคม 2018
44   0

 

ผู้ใช้แรงงานไทยใจเย็นดีมาก ในช่วง “เผด็จการ” 3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เคลื่อนไหวเรื่อง
“ค่าแรงขั้นตํ่า”
เพิ่งจะมาเริ่มกันในปีนี้ และครม.ก็จะพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาค่าแรงขั้นตํ่าทั่วประเทศ
เราไม่เห็นด้วยเลยกับการขึ้นค่าแรงคราวนี้ตั้งแต่ 5-22 บาท ค่าแรงขั้นตํ่าควรเท่ากันทั่วประเทศ แต่ค่าแรงแต่ละประกอบการก็อาจแตกต่างกันออกไป เกษตรกรรม อุตสาหกรรมอาจไม่เท่ากัน แม้ในอุตสาหกรรมก็ไม่เท่ากันอยู่แล้วในแต่ละประเภท แต่นั่นคือ
ค่าจ้างแรงงาน
ไม่ใช่
ค่าแรงขั้นตํ่า
จะนิยามกันให้ชัดๆค่าแรงขั้นตํ่าหมายถึงค่าจ้าง-ค่าแรงงานที่ผู้ปฏิบัติงานพึงได้ตํ่าสุดในแต่ละวัน แต่ละประเภทงาน แต่ละท้องที่ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานสามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง พอมีกินมีใช้ สู้กับค่าครองชีพได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ทำไม “ค่าแรงขั้นตํ่า”จึงไม่เท่ากันทั่วประเทศ ทั้งๆที่ค่าครองชีพแต่ละจว.ต่างกันเพียงนิดหน่อย เฉพาะสิ่งฟุ้งเฟ้อเท่านั้น เครื่องอุปโภค บริโภคพื้นฐานจะมีราคาค่างวดเท่ากันหรือเกือบเท่ากันทั่วประเทศ
ค่าสาธารณูปโภคที่ไหนแพงสุด ตจว.ค่าไฟฟ้าแพงกว่าไฟฟ้านครหลวง ค่านํ้าประปา กทม.ถูกสุด ค่าภาษีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รถอะไรก็ตามไม่ว่า จว.ไหนถ้าขนาดเท่ากันจะเสียภาษีเท่ากันหมด ค่านํ้ามันดีเซล แก๊สโซฮอล์ ฯลฯ กทม.ถูกสุด แม่ฮ่องสอนแพงกว่า แต่ค่าแรงขั้นตํ่าน้อยกว่า!!
ค่าอาหารการกินพื้นฐานเช่น ค่าไข่ไก่ในกทม.กับภาคอื่น ๆ มิได้ต่างกันเลย ข้าวชนิดเดียวกัน ปีเดียวกันจะราคาเท่ากัน สินค้าในโลตัส บิ๊กซี 7-11 ราคาแทบจะเท่ากันทั่วประเทศ แล้วทำไมค่าแรงขั้นตํ่าจึงต้องไม่เท่ากัน ข้าราชการซีไหนก็ตามอยู่จังหวัดไหนก็ตาม จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน งานอาจจะแตกต่างกันนิดหน่อย แต่ผู้ใช้แรงงานใน จ.ปัตตานีเป็นกรรมกรเหมือนกันกับผู้ใช้แรงงานในจ.ภูเก็ต ได้รับค่าแรงต่างกันวันละร่วม 20 บาท!?
“มันถูกต้องไหม?”
อย่าคำนึงถึงแต่ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการฝ่ายเดียว ต้องมองให้รอบทิศมองด้วยความเป็นธรรม ด้วยจิตสำนึกที่ยุติธรรม ถูกต้องตามความเป็นจริง ขณะนี้เราไม่เอาใจนายจ้าง เอาใจผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งรัฐจะพังก็เพราะพวกนี้แล้วเขาช่วยชาติอะไรบ้าง?
เมื่อรัฐบาลยุคหนึ่งขึ้นค่าแรง 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศเราเห็นด้วยตัวเลขอาจจะสูงไปหน่อย แต่แล้วในที่สุดก็อยู่กันมาได้อย่างดี นี่กลับไปรูปเดิมอีกขึ้นค่าแรงไม่เท่ากัน 3 ปีขึ้น 5-10 % ไม่มากเลย ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเองให้ได้ ส่วนใหญ่จะเอาเปรียบผู้บริโภค ร้านอาหารโดยเฉพาะค่าแรงรวมหมดทั้งแม่ครัว พนักงานเดินโต๊ะ เช็ดโต๊ะสารพัดไม่ถึง 10 % ของราคาอาหาร พอค่าแรงขึ้น 3-5 % ขอปรับราคาอาหาร 10 % มันยุติธรรมไหม?
คณะกรรมการไตรภาคีตัวสำคัญก็คือ เจ้าหน้าที่รัฐ คนกลาง ต้องเป็นกลางจริง ๆ ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในความเป็น “คน”ของผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่เอาใจแต่ “ผู้ประกอบการ”เท่านั้น โปรดสังเกตว่าหลัง ๆ นี้ ผู้ใช้แรงงานปฏิบัติตนได้เหมาะสมมาก ไม่เรียกร้องอะไรเกินเหตุ เรียกนะต้องเรียกอยู่แล้ว แต่ไม่รุนแรงเหมือนก่อน ฉะนั้นอย่าเอาเปรียบพวกเขาอย่าให้ความฉุนเฉียวรุนแรงไร้เหตุผลกลับมาอีก
ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม แต่มีกระทรวงแรงงานดูแลผู้ใช้แรงงานอุตสาหกรรม และด้านบริการเป็นส่วนใหญ่ ทั้งๆที่ลูกจ้างส่วนใหญ่อยู่ภาคเกษตรกรรม รายได้ของพวกเขาอยู่ที่ราคาพืชผลเกษตร รัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามที่จะให้พืชผลเกษตรกรรมมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะ “ข้าว”ซึ่งเป็นรายได้สูงสุด จึงได้มีการ “ประกันราคาข้าว” ” รับจำนำข้าว” ฯลฯ
หลักการมันดี แต่ผู้ปฏิบัติมันเฮงซวย โกงกินกันตั้งแต่ต้นแถวจนถึงปลายแถว รัฐบาลต่อไปน่าจะเอาโครงการประกันราคาพืชผลเกษตรมาใช้ หรือแม้รับจำนำ แต่ดำเนินการให้ถูกต้องพอเหมาะ พอควร และข้อสำคัญกันการโกง คอร์รัปชั่นให้ได้
ในอาเซียนด้วยกัน “ค่าแรงขั้นตํ่า” เราสูงเป็นที่สองรองฟิลิปปินส์ เพราะการใช้แรงงานเราไม่พอ ต้องใช้แรงงานต่างด้าว เพราะค่าครองชีพเราสูง ก็เข้ากฎ “อุปสงค์ อุปทาน” ในลาว มีคนว่างงานมากไม่มีงานทำ ค่าแรงก็ถูกเป็นธรรมดา ฉะนั้นอย่าไปเทียบว่า ค่าแรงขั้นตํ่าเราสูงแล้ว “ไม่ใช่”ต้องดูว่าเหมาะสมไหม ข้อสำคัญ
ค่าแรงขั้นตํ่าควรเท่ากันทั่วประเทศไทย