บทวิเคราะห์การเมือง » ไฟไหม้ภูเก็ต ไยดับเพลิงล่าช้า กว่าเพลิงสงบ สูญเสียจนหมดตัว

ไฟไหม้ภูเก็ต ไยดับเพลิงล่าช้า กว่าเพลิงสงบ สูญเสียจนหมดตัว

28 มกราคม 2018
630   0

 

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ไฟไหม้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตถี่ขึ้น จะด้วยสาเหตุใดก็ตามแต่ มีกระแสออกมาค่อนข้างจะยืนยันว่า เกิดจากไหม้สายไฟฟ้าบนเสาไฟฟ้าที่อยู่ตามหน้าบ้าน แล้วลามเข้ามาไหม้ยังตัวอาคารบ้านเรือนจนเกินกว่าที่จะ

ควบคุมเพลิงได้อย่างปัจจุบันทันด่วน

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า เพลิงที่ไหม้จากสายไฟฟ้าข้างถนน ลามจากสายไฟสู่เสาไฟฟ้าก่อนจะไต่เข้ามาตามแนวสายไฟฟ้าที่พาดเข้าสู่อาคารบ้านเรือนกลายเป็นประเด็น

ประเด็นที่ว่า

ไยไฟจึงไหม้สายไฟฟ้าบ่อยครั้ง

และหลังเพลิงไหม้ที่ลามจากการลุกไหม้ตามสายไฟฟ้า

ใครคือคนรับผิดชอบ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเจ้าของเสาไฟฟ้า

หรือ

เจ้าของอาคารบ้านเรือนที่ต้องรับความซวยเต็มๆทั้งที่ไฟไหม้ไม่ได้เกิดจากความประมาทของตัวเอง

บางครอบครัวหลังไฟไหม้ถึงขั้นหมดสิ้นประดาตัว

บางครอบครัวที่มีประกันไฟไหม้ พอที่จะจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันเพื่อได้มาซึ่งกรมธรรม์ในการประกันสินทรัพย์ที่เกิดจากเพลิงไหม้

บางครอบครัวพอไฟไหม้แล้ว สามารถซ่อมแซมได้อย่างรวดเร็ว

แต่บางครอบครัวไม่สามารถสร้างได้ต้องปล่อยทิ้งร้างและกลายเป็นคน

สิ้นเนื้อประดาตัว

รอความช่วยเหลือจากสังคม

พลันที่เกิดเพลิงไหม้ลามจากเสาไฟฟ้าเข้ามาไหม้ตัวอาคารบ้านเรือน

กลายเป็นประเด็นคำถามว่า

ร้อยวันพันปี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่แต่ละเดือนจะก้มหน้าก้มตาเก็บเงินค่าใช้กระแสไฟฟ้า หากบ้านไหนไม่ยอมจ่ายหรือจ่ายไม่ตรงตามเวลา โทษถึงขั้นไปถอดมิเตอร์ออกจากบ้าน

เคยมีความคิดและเคยมีแนวนโยบายในการออกสำรวจสายไฟฟ้าตามเสาไฟฟ้าที่พาดผ่านหน้าอาคารบ้านเรือนของชาวบ้านหรือไม่

อาคารบ้านเรือนไหนที่สร้างด้วยคอนกรีต ค่อนข้างที่จะคลายอารมณ์ว่าไม่ต้องห่วงอะไรมากนัก

แต่อาคารไหนที่สร้างด้วยบ้านไม้และเป็นบ้านไม้ที่สร้างมาแต่โบราณเป็นบ้านเก่าบ้านแก่และง่ายต่อการเป็นเชื้อเพลิง

ยิ่งต้องหวั่นไหวเมื่อเห็นไฟไหม้ที่เกิดจากการลุกลามจากเพลิงไหม้ตรงสายไฟฟ้าหน้าบ้าน

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า วันนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านหัวแดงสำหรับเชื่อมสายน้ำดับเพลิงแม้แต่หัวเดียวในเขตย่านการค้าและย่านตัวเมืองและย่านชุมชนแออัด

รวมไปถึงตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า บรรดาเจ้าของกิจการต่างๆยังคงใช้ถังดับเพลิงแบบถังแดงที่ยามไฟไหม้กดถังดับเพลิงแล้วจะออกมาพร้อมน้ำยาและฝุ่นควุ้งกระจาย หลังเพลิงสงบแล้วจะต้องทำความสะอาดกับฝุ่นที่กระจายไปจับตามอาคารและซอกต่างๆ

หากเจอไฟไหม้เสาไฟฟ้าและลามตามสายไฟกลายเป็นว่า

ถังแดงไร้ความหมาย ไม่มีใครกล้าหยิบออกมาดับเพลิงเพราะ

กระแสไฟฟ้าจะพุ่งสวนย้อนเข้ามายังตัวถังและจะชอร์ตคนถือถังดับเพลิงกลายเป็น

โศกนาฏกรรม

แทบจะไม่มีกิจการใดที่จะหันมาใช้ถังเขียวสำหรับเตรียมการป้องกันไฟไหม้อันเนื่องมาจากกระแสไฟฟ้า ไม่เว้นกระทั่งส่วนราชการที่ไม่รู้ว่าน้ำยาดับเพลิงจากถังแดงที่แขวนเอาไว้

หมดอายุแล้วหรือยัง

น่าแปลก ทุกครั้งที่มีเพลิงไหม้ กว่ารถดับเพลิงจะไปถึง เพลิงไหม้อาคารบ้านเรือนวอดไปทั้งหลังหรือเกือบจะหมดหลังแล้วเพราะอะไร

เพราะในถังดับเพลิงของรถดับเพลิงทุกคันไม่มีน้ำใช่หรือไม่

เพราะจะต้องวิ่งไปหาแหล่งน้ำดับเพลิงเพื่อสูบน้ำไปดับเพลิงอยู่ ใช่หรือไม่

ทั้งที่ทุกส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นล้วนแล้วแต่เคยตั้งงบประมาณซื้อรถดับเพลิงเอาไว้แล้วแทบจะทั้งสิ้น

กลายเป็นวิบากกรรมของประชาชนที่หาเช้ากินค่ำจะต้องระแวดระแวงต่อการเกิดเพลิงไหม้

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า วันนี้คนสูบบุหรี่มักง่ายไม่ยอมดับและไม่ขยี้ให้ดับก่อนจะทิ้งตรงกันข้ามพอสูบถึงก้นบุหรี่จะใช้นิ้วดีดบุหรี่ที่ไฟยังแดงวาบเข้าป่าหญ้าข้างทางจนเคยกลายเป็นไฟไหม้ข้างทางและลามไปสู่อาคารบ้านเรือน

จนเกิดอาการอกสั่นขวัญแขวนต่อเจ้าของอาคารบ้านเรือนในละแวกนั้น

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า หลายชุมชนแออัดมีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนจนกระทั่งไม่มีแม้แต่ทางรถจักรยานยนต์วิ่งผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านชาวเล หรือหมู่บ้านชาวไทยใหม่

ที่ง่ายต่อการเกิดเพลิงไหม้

แต่คนในชุมชนไม่มีการเตรียมการเพื่อป้องกันไฟที่อาจจะไหม้ได้ทุกเวลา

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในเขตพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดภูเก็ตมีขุมน้ำดับเพลิงและขุมน้ำสาธารณะอยู่

วันนี้บางแห่งหายไปทั้งขุมน้ำดับเพลิงและป้าย

แต่บางแห่งขุมน้ำสาธารณะหายไปเหลือเอาไว้แต่ป้ายบอก

กลายเป็นประเด็นที่จะต้องหันมามองคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.

ที่มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 4 เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต

ที่มอบหมายให้กองทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยในจังหวัดภูเก็ต

จึงกลายเป็นประเด็นคำถามที่จะต้องถามย้อนไปยังนายทหารหน่วยงานความมั่นคงที่กำกับดูแลจังหวัดภูเก็ตว่า

ไม่เคยมีความคิดที่จะทวงคืนขุมน้ำดับเพลิงกลับมาให้ชาวภูเก็ตกระนั้นหรือ

ไม่เคยมีความคิดที่จะทวงคืนขุมน้ำสาธารณะเพื่อไว้ใช้เป็นแหล่งกักน้ำสำหรับดับเพลิงให้กับคนภูเก็ตกระนั้นหรือ

หรือมีหน้าที่คอยเข้าไปเข้มงวดกวดขันการเล่นการพนันและการค้ายาเสพติดเท่านั้น อย่างอื่นไม่สนใจ

กลายเป็นประเด็นที่จะต้องหันมาสอบถามหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวกับการดูแลถนนหนทางว่า

เคยมีแนวคิดที่จะสร้างไหล่ทางเพื่อให้

รถดับเพลิง

รถกู้ภัย

รถพยาบาล

วิ่งบ้างหรือไม่

หรือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องคิดและจะต้องทำ

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า จังหวัดภูเก็ตมีผู้ว่าราชการจังหวัดคอยทำหน้าที่ประธานนั่งหัวโต๊ะในการประชุมประจำเดือนทุกเดือน และวาระในการประชุมนอกจากจะติดตามงานที่คั่งค้างและงานที่ต้องทำแล้ว เคยมีผู้ว่าราชการจังหวัดคนไหนที่จะเอ่ยถึงเรื่องที่เอ่ยมาข้างต้นหรือไม่

หรือว่าไม่มีเวลาที่จะคิดเอ่ยเพราะ

คิวในการไปตัดริบบิ้น คิวในการต้อนรับแขก ยาวจนเกินกว่าที่จะคิดประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้

เคยคิดบ้างหรือไม่ว่า จะสร้างแหล่งกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในการดับเพลิงตามสถานที่ต่างๆแทนที่จะให้รถดับเพลิงวิ่งควานหาน้ำดิบเพื่อเอามาไว้ใช้ในการดับเพลิง

เรากำลังเอาเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตให้กลายเป็นเมืองแอดเวนเจอร์

ให้ผู้คนในละแวกชุมชนต่างๆคอยตื่นเต้นกับการรื้อสิ่งของหนีไฟไหม้

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ทุกครั้งที่เกิดเพลิงไหม้ มีแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นคอยวิ่งหาขัน หาถัง ตักน้ำคอยสาดเพื่อคาดหวังว่าอย่างน้อยพอที่จะทำให้เพลิงบางเบาลงไปได้

บางคนพยายามแล้วพยายามอีกที่จะกดโทรศัพท์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่แทบจะหัวใจสลายเพราะมีแต่เสียงเรียกแต่ไม่ค่อยจะมีเสียงรับ

และหากมีเสียงรับกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุ ถั่วสุกงาก็ไหม้หมดแล้ว

หนังสือพิมพ์เสียงใต้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงของจังหวัดภูเก็ต ตั้งเพลิงไหม้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดในการรณรงค์ เตรียมการเพื่อป้องกัน และผจญเพลิง

เราเรียกร้องให้มีการทวงคืนขุมน้ำดับเพลิงและขุมน้ำสาธารณะเอากลับมา

เราหวังว่า กองทัพบกภาคที่ 4 กองทัพเรือภาคที่ 3 ภายใต้การบังคับบัญชาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

จะตื่นจากงัวเงียขึ้นมาบริหารจัดการและเตรียมการในระยะยาว

หรือ…..

ปล่อยให้ประชาชนเผชิญไปตามยถากรรม