จากสำนึกสู่ปากกา » ทางด่วนลอยฟ้าภูเก็ต

ทางด่วนลอยฟ้าภูเก็ต

28 มกราคม 2018
367   0

 

ผมยังมีความคิดว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่จะทำรายได้ให้กับประเทศไทยและประชาชนในพื้นที่และคนต่างถิ่น และผมยังมีความคิดว่า หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดกมลา หาดสุรินทร์ หาดในทอน หาดกะหลิมยังเป็นชายหาดหลักในการทำมาหากิน

ของการท่องเที่ยว

ถนนสายหลักอย่างถนนเทพกระษัตรีย์แทบจะเรียกว่าแก้ไขการจราจรติดขัดได้ยากแล้ว

จำเป็นที่จะต้องสร้างถนนสายใหม่

ด้วยการสร้างถนนลอยฟ้าขึ้น

ถนนลอยฟ้าที่ผมว่าจะเริ่มต้นจากหาดกะตะ ผ่านหาดกะรน ผ่านหาดป่าตอง ผ่านหาดกะหลิม ผ่านหาดกมลา ผ่านหาดสุรินทร์ ตัดเข้าทางเชิงทะเล ตามถนนรอบเกาะทั้งสายแต่เป็นการสร้าง

ถนนสองชั้นขึ้นมา

โดยถนนชั้นล่างเป็นถนนปกติ ส่วนถนนชั้นบนจะเป็นถนนสำหรับเป็นทางด่วนให้รถนักท่องเที่ยวที่จะมุ่งหน้าจากสนามบินมาสู่ชายหาดและจากชายหาดไปสู่สนามบิน

หาใช่ผ่านตัวเมืองอย่างที่ผ่านมาในวันนี้ไม่

ถนนลอยฟ้าที่ผมบอก จะเอาขอบถนนรอบเกาะสองข้างมาทำเป็นตอม่อสูงขึ้นไปราวสี่เมตรหรือห้าเมตร จากนั้นกางแขนของตอม่อออกให้มีเลนทั้งสิ้น 6 เลน เป็นเลนสำหรับรถยนต์และรถบัสข้างละสามเลน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและความรวดเร็วโดยห้ามรถจักรยานยนต์วิ่งขึ้นข้างบนเด็ดขาด

ถนนลอยฟ้านี้จะเก็บค่าผ่านทางแบบเดียวกับถนนมอเตอร์เวย์และทางด่วนปกติที่เราท่านทั้งหลายเห็นและเคยใช้ในกรุงเทพ

ทางขึ้นและทางลงจากหาดกะตะ หาดกะรน หาดป่าตอง หาดกะหลิม หาดกมลา หาดสุรินทร์ เชิงสะทะเล หาดในทอนและไปออกสนามบินนานาชาติภูเก็ต

หากสามารถทำได้ เส้นทางจากหาดกะตะวิ่งมายังสนามบินนานาชาติภูเก็ตไม่น่าจะเกิน 90 นาที

โดยรัฐเป็นผู้ลงทุนหรือให้สัมปทานแก่บริษัทที่ต้องการมาลงทุนในการก่อสร้างในระยะเวลา 50-60 ปีเพื่อให้เขาสามารถคืนทุนและกำไรเป็นค่าดอกเบี้ย ค่าเงินต้นและเงินกำไรส่วนต่างๆ

หากเรามีทางด่วนลอยฟ้าตรงนั้น ผนังด้านที่ติดกับทะเล เราอาจจะใช้กระจกแผ่นใสที่มีความคงทนและแข็งแรงต่อการกระแทกให้คนที่นั่งรถบัสได้มองเห็นวิวทะเลและจะกลายเป็น

ทางด่วนยกระดับที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง

เทียบเท่ากับถนนข้ามทะเลระหว่างเมืองฮ่องกงไปยังมาเก๊า

วันนี้ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรได้

เพราะวันนี้ออกจากหาดกะตะหรือหาดกะรนจะต้องมาติดตรงห้าแยกฉลอง จากนั้นมาติดตรงปลายบายพาสหน่อยหนึ่ง แล้วค่อยมาติดจนน่าเบื่อแถวย่านเกาะแก้ว และแถวศรีสุนทรรวมไปถึงแถวถลาง แต่หากสร้างทางด่วนลอยฟ้า

รถทั้งหมดจะไม่ต้องผ่านถนนดังกล่าวและเท่ากับว่า

ถนนสายนี้ไม่ต้องไปยุ่งสุงสิงกับนักท่องเที่ยวและรถนักท่องเที่ยวทั้งมวล

ให้คนพื้นที่ใช้บริการกันเอง

หากทำได้เช่นนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องมี

รถไฟฟ้ารางเบาให้เกะกะถนนและให้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถเครื่องได้

ถนนลอยฟ้าที่ผมบอกว่าจะต้องมีทางเบี่ยงสำหรับจอดรถยนต์ที่เกิดมีปัญหาระหว่างเส้นทางให้หลบเข้าข้างทางและอาจจะต้องจำกัดความเร็วเอาไว้ว่าจะต้องวิ่งได้ไม่เกินเท่าไหร่

เพราะถนนลอยฟ้าเส้นนี้จะต้องเจอลมทะเลที่มีความแรงและความเร็วของลมที่สูงกว่าปกติจะต้านและจะปะทะกับความเร็วของรถบัสหรือรถตู้จนอาจจะทำให้รถเกิดอาการเสียหลักพลิกคว่ำได้หากขับไม่ระมัดระวัง

เช่นเดียวกัน หากรถคันไหนโดนใบสั่งจะต้องขึ้นศาลและจะต้องพักการใช้ใบอนุญาตขับขี่อย่างน้อยสามเดือนต่อครั้งและหากเจอบ่อยให้

เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ถือเป็นการสร้างวินัยจราจรให้กับคนขับขี่ในบ้านของเรา

การก่อสร้างถนนสายนี้อาจจะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงแต่ในระยะยาวแล้วคิดว่าน่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนและถนนเส้นนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 100 ปีด้วยซ้ำ

ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมทางหลวง หรือทางหลวงพิเศษ น่าจะต้องเอาไปถอดสมการในการลงทุนและจะต้องมาคำนวณแรงลมในการพัดต้านกับรถยนต์ จะต้องคำนวณพื้นหินของเราว่ารับน้ำหนักบรรทุกจากทางด่วนได้มากน้อยประการใด

แต่ผมเชื่อว่า

เราสามารถทำได้และเราสามารถฝ่าฟันและก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคงและ

สร้างความยั่งยืนในการเป็นเมืองท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ต

จะเอาไปลองคิดดูบ้างไหม

จากสำนึกสู่ปากกาของ….ปัญญา ไกรทัศน์

คนภูเก็ตใช่ว่าจะไร้ฝีมือ

หากมองบรรดาโรงแรมทั้งหลายในจังหวัดภูเก็ต วันนี้แทบจะนับจำนวนโรงแรมที่เจ้าของกิจการเป็นคนภูเก็ตแท้ๆได้ และสามารถนับจำนวนโรงแรมที่เจ้าของกิจการเป็นคนไทยได้แต่ยากต่อการนับจำนวนโรงแรมที่คนต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของ

เพราะมากจนนับเวียนหัว

ในประดาเจ้าของกิจการโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตแล้ว ผมนับถือว่าครอบครัวถาวรว่องวงศ์ในสายของ คุณธันยรัศม์ อัจฉริยฉาย ที่เป็นลูกสาวของคนในตระกูลถาวรว่องวงศ์

ชีวิตเริ่มต้นจากการเช่าที่ดินสร้างกระต๊อบให้กับฮิปปี้เช่าที่หาดกะตะ จำนวน 7 หลัง จากนั้นกิจการเจริญรุ่งเรืองจนสามารถซื้อที่ดินสร้างโรงแรมขยายกิจการไปเรื่อยๆตามประสาสองคนผัวเมียคือคุณปมุขพิศิษฐ์ กับคุณธันยรัศม์ โดยมีพี่ชายอย่างคุณเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์และน้องสาวเข้ามาช่วยเหลือ

และทำหน้าที่ในการพาโรงแรมไปสู่เป้าหมายจนกลายเป็น

เครือกะตะกรุ๊ปที่วันนี้มีโรงแรมบียอนกะตะ โรงแรมบียอนกะรน โรงแรมภูเก็ตออร์คิดและตอนนี้มีบียอนป่าตองอีกแห่งนั่นคือในภูเก็ตส่วนที่เขาหลักจะมีบียอนเขาหลัก ที่กระบี่จะมีบียอนอ่างนาง ส่วนที่เกาะสมุยจะให้เชนทำหน้าที่บริหารโรงแรมกานดาบุรีรีสอร์ทแอนด์สปา

แถมยังจะสร้างโรงแรมแห่งใหม่ขึ้นที่หาดกะตะอีกแห่งหนึ่ง

รุ่นแรกกำลังสอนรุ่นสองอันเป็นรุ่นลูกและรุ่นหลานเข้ามาบริหาร โดยมีรุ่นแรกคอยทำหน้าที่พี่เลี้ยงกำกับดูแลถ่ายทอดประสบการณ์ให้รุ่นสองอย่างใจจดใจจ่อ

นี่คือสิ่งที่เราน่าจะต้องหันมามองและน่าจะยกย่องในฐานะ

ลูกหลานคนภูเก็ตที่ฝ่าฟันเอาชนะเหนือกว่าคนต่างชาติที่เข้ามาครอบครองกิจการโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต

จากสองคนผัวเมียที่ต้องซักผ้าปูที่นอนเอง ต้องเอาไปตากเอง ต้องรีดเอง ต้องมาปูเตียงเอง ล้างส้วมเอง กลายเป็นวันนี้มีคนงานนับไม่ถ้วน แทบจะจำชื่อคนงานได้ไม่ครบด้วยซ้ำ

ความใจถึงในการเอากำไรไปสร้างอาคารเรียนให้ตามโรงเรียน ไปตั้งทุนการศึกษาส่งเด็กเรียน ไปทำบุญสร้างอาคารให้กับวัด

เป็นเรื่องที่น่าหันมามอง

อีกรายที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือคนในตระกูลสุวรรณาคาร ที่เข้ามาทำกิจการโรงแรมบ้านไทยในเขตป่าตองแทบจะเรียกว่ากิจการโรงแรมเจริญรุ่งเรืองไปตามลำดับและมีแต่ขยายกิจการเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ไม่เพียงแต่เท่านั้นยังหันมาสร้างศูนย์การค้าไลม์ไลท์เพื่อให้เป็นแหล่งรวมของคนมาเที่ยวเตร่ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศในเขตตัวเมือง

ที่ฉีกแนวออกมาจากย่านบายพาส

แถมยังติดตลาดด้วยการตั้งหลาดนัดปล่อยของอีกต่างหาก

นั่นคือเรื่องราวของคนภูเก็ตอีกตระกูลหนึ่งที่ผนวกและผนึกกับตระกูลโกยสมบูรณ์ที่พอจะมีวิสัยทัศน์ในการมองข้ามอนาคตได้

วันนี้กิจการของตระกูลนี้ยังคงทำเงินให้เป็นกอบเป็นกำ

อีกกิจการหนึ่งของคนบ้านเราที่ยังคงยืนหยัดและต้านกิจการโรงแรมต่างชาติก็คือ

โรงแรมธาราป่าตอง

แม้นว่าจะเป็นโรงแรมเก่าแก่ แต่ยังคงมีความเหนียวแน่นของคนบ้านเราในการบริหารจัดการและแตกออกไปเป็นโรงแรมเล็กๆในพื้นที่แถบย่านป่าตองละแวกนั้น

ผมเองแอบภูมิใจกับคนในสามตระกูลที่เป็นคนภูเก็ตแท้ๆในการบริหารจัดการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมหาศาลในแต่ละปี

น้อยนักที่กิจการของคนภูเก็ตจะยืนหยัดและยืนสู้กับทุนต่างถิ่นและทุนต่างชาติได้

ส่วนกิจการของคนภูเก็ตแท้ๆอีกกิจการคือกิจการของห้างซุปเปอร์ซีปที่ทำยอดขายปีละหลายหมื่นล้านบาท และกำไรเป็นกอบเป็นกำแถมยังยืนต้านทุนต่างชาติและทุนต่างถิ่นในการสร้างร้านสะดวกซื้อขึ้นมาชนจนกระทั่ง

ห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ซีปไม่มีตำราการค้า การตลาดเพราะจะว่าเป็นตลาดสดก็ใช่ จะว่าเป็นศูนย์อาหารก็ใช่ จะว่าเป็นห้างขายยาก็ใช่ ขายทุกอย่างจนกระทั่งเดินไปเดินมางงและที่สำคัญที่สุดก็คือ

เป็นร้านค้าขวัญใจชาวพม่า

เดินเข้าไปในห้างแล้วเหมือนกับได้เดินในใจของเมืองเนปิดอร์อย่างไรอย่างนั้นเพราะบรรยากาศและเสียงพูดคุยคล้อยไปทางด้านนั้นแถมยังเป็นห้างขวัญใจชาวเมียนมาร์อีกต่างหาก

การสร้างกิจการอะไรก็ตามที่คนพื้นถิ่นจะเอาชนะทุนต่างถิ่นและทุนต่างชาติได้ต้องใช้เวลา

และการใช้เวลาในการสร้างกิจการให้เติบใหญ่ถือเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก

วันนี้ขออนุญาตใช้เนื้อที่ตรงนี้ชื่นชมคนในตระกูลทั้งสี่

และชื่นชมคนอย่าง ธันยรัศม์ อัจฉริยฉาย ที่กล้าจับมือกับสามีปมุขพิศิษฐ์ ในการเดินหน้าสร้างโรงแรมที่เหนือกว่าเชน เหนือกว่าชื่อต่างชาติ

ด้วยนิสัยคนบ้านๆ ง่ายๆ ถ้าเรื่องทำบุญตัดสินใจแป๊บเดียว ควักแบบไม่รีรอ