จากสำนึกสู่ปากกา » ท่าเทียบเรือรัษฏา…ต้องเพิ่มมูลค่ามากกว่านี้

ท่าเทียบเรือรัษฏา…ต้องเพิ่มมูลค่ามากกว่านี้

26 มกราคม 2018
367   0

 

เพราะภูเก็ตไม่มีหนทางอื่นทำมาหากินแบบสมัยอดีตได้แล้ว เหลืออย่างเดียวคือ การท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวจะเป็นตัวทำรายได้ให้กับจังหวัดและประเทศได้ จะต้องมีการยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพล้ำเลิศกว่าที่เป็นในปัจจุบัน

ท่าเทียบเรือรัษฏา ถือเป็นท่าเทียบเรือที่มีความสำคัญนับจากอดีตจนกระทั่งมาถึงวันนี้

อดีตที่ผ่านมา ย่านเกาะสิเหร่ด้านนี้จะถือว่า เป็นท่าเทียบเรือทางการประมงเพราะมีป่าชายเลน

อดีตเกาะสิเหร่ยังไม่มีถนนและสะพานเช่นทุกวันนี้

สะพานที่จะข้ามเป็นสะพานไม้เก่าๆที่ชำรุดทรุดโทรม ไม้อันไหนหัก จะมีคนเอาไม้มาซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่หัก ถนนยังคงเป็นลูกรัง วิ่งสวนกันแทบจะไม่ได้ หากจะมีรถวิ่งสวนกัน จะมีทางเบี่ยงหลบข้างทางให้รถคันหนึ่งจอด

ในแต่ละวันจะมีรถสองแถวเก่าๆไม่กี่คัน ที่จะวิ่งรับคนจากเกาะสิเหร่ที่ปกติจะมีแต่ชาวเลและชาวบ้านไม่กี่คนที่ทำสวนยางพาราตรงนี้ แต่เมื่อความเจริญเข้ามา มีการบุกรุกป่าชายเลนมากขึ้น ป่าชายเลนที่เคยเป็นที่อยู่ของลิง เริ่มจะถูกบุกรุก จากลิงที่มีแหล่งทำมาหากินมาก กลายเป็นถูกจำกัดเพราะมีการถมที่ดินลงไปในป่าชายเลน มีการออกเอกสารสิทธิ์ ทำให้ลิงต้องมาคอยนั่งขอทานอาหารจากชาวบ้านที่เราอาจจะเรียกว่า

วณิพกลิง

เมื่อถนนหนทางเกิดขึ้น คนจากต่างถิ่นที่ไม่มีบ้านพักก็เข้ามาบุกรุกป่าชายเลนจนกระทั่งไม่มีสภาพเป็นป่าชายเลน เส้นทางเรือประมงที่เคยวิ่งผ่านได้ วันนี้ไม่สามารถวิ่งได้จึงมากระจุกตัวกันตรงสะพานและสะพานที่สร้างขึ้นไม่เอื้อต่อการประมงเพราะสร้างต่ำเตี้ยจนเกินไป ทำให้เรือไม่สามารถวิ่งลอดใต้สะพานได้กลายเป็นการไม่เอื้อต่ออาชีพดั้งเดิมของคนแถบนี้

บริเวณตลิ่งของที่ดินแถบนี้มีความลึกพอสมควร แต่ไม่เคยมีการขุดลอกให้ลึกกว่านี้ เป็นที่จอดของเรือประมง มีการเข้ามาเช่าสถานที่บ้าง มีการบุกรุกบ้างและในอดีตตรงบริเวณนี้กลายเป็นแพปลาสำหรับเรือตังเกเข้ามาจอดและกลายเป็นแหล่งอาหารทะเลที่สำคัญสำหรับภูเก็ต

อดีตบริเวณนี้จะมีโรงงานปลาป่น เมื่อไหร่เดินเครื่องความเน่าเหม็นของปลาจะโชยออกไปทางปล่องควันที่จะกระจายไปไกล แต่วันนี้กิจการโรงงานปลาป่นน่าจะเลิกกิจการอย่างเด็ดขาดเพราะปลาเป็ดน่าจะหาไม่ได้แล้วจากการลากอวนของเรือประมง

แพปลาที่เกิดขึนสร้างฐานะร่ำรวยให้กับเจ้าของกิจการเพราะเรือประมงจะเข้ามาเทียบเรือบริเวณนี้ เมื่อชาวประมงจากอิสานเข้ามาในอดีต ทำให้บริเวณรายรอบแพปลาจะกลายเป็นสวนอาหารที่มีเพลงหมอลำเป็นหลักใหญ่และวันนี้พัฒนาขึ้นมาเป็น

เพลงของพม่าเพราะแรงงานแทบจะทั้งหมดจะกลายเป็นคนพม่าเนื่องจาก

คนไทยไม่ยอมทำงานและพ่อแม่ไม่สอนให้ทำงานแบบนี้

ท่าเทียบเรือรัษฏาจึงยกสถานะจากท่าเทียบเรือตังเก กลายมาเป็นท่าเทียบเรือท่องเที่ยว

ในแต่ละเช้าจะมีเรือนำเที่ยวเข้ามาจอดเรียงรายกัน และขนนักท่องเที่ยวขึ้นเรือเพื่อออกไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและแทบจะเรียกว่าเกาะพีพีเป็นหลักในการขนนักท่องเที่ยวจากที่นี่ไป กิจการทัวร์และเจ้าของเรือขยายไปแผ่กว้างจนสร้างความร่ำรวยให้เจ้าของกิจการมากมาย

แต่อาคารสำหรับท่าเทียบเรือและป้อมยามสำหรับพนักงานที่คอยดูแลรถเข้าออกยังคงทรุดโทรมเหมือนกับโสเภณีที่ค้ากามมายาวนานโดยไม่ทำนุบำรุงร่างกายแต่อย่างใดปานนั้น

ถนนทางเข้าค่อนข้างจะคับแคบแต่จะมีชาวบ้านในระดับล่างที่เรียกว่าชาวสลัมในอดีตแต่วันนี้ต้องเรียกชาวชุมชนแออัดเข้ามาอยู่ตรงนี้มาก ในแต่ละวันถนนสายนี้จะมีการเกิดอุบัติเหตุมากครั้งโดยมากจะเป็นการเกิดระหว่างรถเครื่องกับรถตู้หรือรถเครื่องกับรถเครื่องเพราะต่างคนต่างถือว่ากูแน่ ร่างกายพิการช่างมันแต่ศักดิ์ศรีในการจอดรถหรือเอื้อเส้นทางให้ใครถือว่ายอมไม่ได้ เลยชนกันบาดเจ็บกันไป

เพื่อความสะใจ

ถ้าเราพัฒนาเส้นทางเข้าออกของท่าเทียบเรือรัษฏาที่ในแต่ละวันจะมีรถตู้และรถบัสจากทุกชายหาดเข้ามาจอดส่งนักท่องเที่ยวแล้วก็ขับจากไปก่อนที่ตอนเย็นจะเข้ามาจอดออกันรับจนเกิดการติดขัดและกลายเป็นการจราจรหนาแน่น

เมื่อท่าเทียบเรือรัษฏาแห่งนี้ เป็นสิทธิขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในการดูแล เราจะต้องหาทางพัฒนา ปรับปรุงและยกระดับขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้ให้เป็นฐานสำคัญและนำรายได้เหล่านี้ย้อนกลับมาพัฒนาเส้นทางเข้าสู่ท่าเทียบเรือเหล่านี้

ประการสำคัญหนึ่งก็คือ สมควรที่จะต้องสร้างอาคารจอดรถสลับกับสำนักงานที่จะอยู่ภายในอาคารจอดรถและท่าเทียบเรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและสามารถจอดเรือได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ประการสำคัญหนึ่งคือจะต้องยกระดับถนนเพิ่มขึ้น ด้วยการทำถนนในรูปของวันเวย์ คือเข้ามาทางปกติแต่ออกทางยกระดับหรือสร้างถนนลอยฟ้าให้รถออกเพื่อระบายความแออัดและความเครียด กดดันของคนขับรถนำเที่ยวทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถป้ายเขียว รถแท็กซี่มิเตอร์และรถบัสประจำทาง