ข่าวการเมือง » รัฐบาลประสานกกต.ขอแก้คำสั่งคสช.53/2560

รัฐบาลประสานกกต.ขอแก้คำสั่งคสช.53/2560

12 มกราคม 2018
126   0


รัฐบาลประสานกกต.ขอคำแนะนำเรื่องแก้คำสั่ง คสช.53 /2560 ขณะที่ศุภชัยระบุไม่มีอำนาจ หวั่นถูกพรรคการเมืองตำหนิเป็นเครื่องมือฝ่ายบริหาร

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่ส่งคำร้องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. ประเด็นเซ็ตซีโร่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า ยังไม่ทราบมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน และคงไม่สามารถให้ความเห็นได้ ส่วนตัวยังยืนยันเหมือนที่เคยให้ความเห็นไปว่าไม่ได้ติดใจ เพราะหากดำเนินการอะไรกลัวจะถูกมองว่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน เขาอยากทำอะไรก็ให้ทำไป

ส่วนกระแสข่าวรัฐบาลมีการประสานขอความเห็น กกต.เพื่อนำไปแก้ไขประกาศ คสช.ที่ 53 /2560 ประธานกกต. กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ และไม่มีในวาระการประชุมกกต.ที่ผ่านมา เพราะคำสั่งคสช.เป็นเรื่องของคสช. กกต.ไม่มีอำนาจจะแก้ไขได้ ทั้งนี้การออกกฎหมายต้องทำให้ปฎิบัติได้ ต้องไม่ทำให้มีปัญหาเรื่องการตีความ ถ้ารัฐบาลหารือมากกต.จะมีข้อสังเกตุให้ได้ แต่จะทำอะไรเกินเลยกว่านี้คงไม่ได้

“กรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคสช.ขัดรัฐธรรมนูญนั้น แม้ประธานกกต.จะเป็นผู้รักษาการตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เราก็คงต้องดูในกรอบอำนาจหน้าที่ของเราว่าเป็นอย่างไร แต่และองค์กรก็มีอำนาจต่างกัน ไม่ใช่ผู้ที่รักษาการจะก้าวล่วงได้ การใช้สิทธิ์ยื่นของพรรคเป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะทำได้ แต่ถ้าเรามีความเห็นแล้วเกิดความแตกแยกก็ไม่ควรทำ เพราะประเทศชาติต้องการความรักความสามัคคี” นายศุภชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกกต.เมื่อวันอังคารที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ว่าสำนักงาน กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองได้เสนอวาระหารือแนวทางปฎิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คสช.ได้ออกคำสั่งดังกล่าวแล้ว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายได้ประสานขอให้ผู้บริหารของสนง.กกต.ไปให้ความเห็นเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจากการหารือ รัฐบาลเห็นว่าคำสั่งคสช. ที่ 53/2560 มีปัญหาในทางปฎิบัติและขอให้สำนักงานกกต.ยกร่างแล้วนำเสนอให้รัฐบาลออกคำสั่งอีกครั้ง ทาง สนง.กกต.จึงได้สรุปผลการหารือมาเสนอต่อที่ประชุม กกต. แต่ในที่ประชุมเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงกกต. อีกทั้งขณะนี้ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองคือเลขาธิการกกต. จึงเป็นเรื่องที่สำนักงานต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ และให้สำนักงานถอนเรื่องดังกล่าวออกไป

สำหรับการหารือระหว่างรัฐบาลกับกกต.ได้ให้แนวทางเสนอข้อแก้ไข 5 ข้อ คือ 1. ให้คงมาตรา 140 ที่กำหนดให้ผู้ที่จะเป็นสมาชิกพรรคต้องยืนยันด้วยตัวเอง 2.การแก้ไขมาตรา 141 (1) ถึง (5) ใหม่ให้เป็นธรรมและปฎิบัติได้ทั้งพรรคเก่าที่เล็กและใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงสมาชิกภายใน 90 วัน การหาสมาชิกพรรคให้ครบ 500 คน ภายใน 180 วัน การให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาทใน 180 วัน การให้สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายใน 180 วัน การให้สมาชิก 5 พันคนชำระค่าบำรุงพรรคภายใน 1 ปี และ 1 หมื่นคนภายใน 4 ปี และให้เช็ตสาขาพรรคทั้งหมด โดยการประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคใหม่ ให้มีตัวแทนสมาชิกจาก 4 ภาคร่วมประชุมแทนหัวหน้าสาขา

3.แก้ไขมาตรา 144 มีหลัการ คือพรรคเก่า และพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หากยังมีสาขาไม่ครบถ้วน ให้มีคณะกรรมการสรรหาตามบมเฉพาะกาล 11 คน และสามารถส่งผู้สมัครได้เท่าเทียมกัน 4.ค่าบำรุงพรรคการเมือง ให้เก็บ 50 บาท ภายในระยะเวลา 1 ปี ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ และ5.การหารือให้พรรคหารือมาที่กกต.ก่อน หากกกต.เห็นว่าเป็นเรื่องของคสช.ให้ส่งเรื่องให้คสช.ต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องดังกล่าวกกต.ได้พิจารณาเป็นเรื่องลับ และอาจจะเสนอกลับเข้าที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวทาง กกต.ไม่อยากเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ เพราะกังวลเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองขององค์กร และอาจถูกพรรคการเมืองตำหนิว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาล.