จากสำนึกสู่ปากกา » ข้าวมันไก่-ขนมจีบ-ซาลาเปาทับหลี

ข้าวมันไก่-ขนมจีบ-ซาลาเปาทับหลี

11 มกราคม 2018
15   0

สมัยเมื่อปี 2524 พื้นที่ระนองมีป่าดิบ และมีโรงเลื่อยมากมายเป็นสิบแห่ง มีรถจอดหนังสำหรับบรรทุกไม้ซุงไปส่งตามโรงเลื่อย เจ้าของกิจการโรงเลื่อยได้สัมปทานการตัดไม้ทำลายป่าตามป่าต่างๆและไม้ซุงเหล่านั้นจำนวนหนึ่งจะเอาแช่น้ำไว้และอีกจำนวนหนึ่งจะเอาไว้ในโรงเลื่อยเพื่อทำการเลื่อย
โรงเลื่อยตั้งที่ไหน ตรงนั้นคือย่านความเจริญของพื้นที่
ถ้าเป็นอำเภอละอุ่นจะเป็นของเสี่ยยงยุทธ นพเกตุ ที่ต่อมาได้เป็น สส.ระนองและต่อมาเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย
ถัดมาจะเป็นโรงเลื่อยของเสี่ยการุณและเสี่ยกมลสองคนพี่น้องที่อยู่คนละอำเภอ  โดยเสี่ยกมลจะอยู่ที่อำเภอกระบุรี
สมัยนั้นคนที่มีฐานะมักจะทำงานที่โรงเลื่อยที่นอกเหนือจากการเป็นข้าราชการที่มีเงินเดือนประจำ
ร้านอาหารหลักจะมีร้านข้าวมันไก่ตรงบ้านทับหลี และเจ้าของร้านเป็นคนขี้คุยและชอบโม้ กว่าจะสับไก่ใส่ข้าวมันจานหนึ่ง กินเวลานาน คนนั่งรอเต็มร้านไม่ได้กินสักทีเพราะเจ้าของร้านมัวแต่โม้จนในที่สุด
ต้องมีการเตรียมการเพื่อมิให้ลูกค้ารอคอยโมโหและยัวะเจ้าของร้าน
ซาลาเปาแป้งบางๆแต่ไส้เยอะๆ ลูกขนาดพอคำ ได้ถูกประดิดประดอยขึ้น สมัยนั้นจะมีเพียงแค่ไส้หมูแต่วันนี้มีไส้สังขยา ไส้งาดำ ไส้หมู  ในครั้งนั้นเพื่อให้ลูกค้ากินรองท้องไปก่อนและทำขนมจีบลูกเล็กๆพอคำเล็กๆได้
ดังนั้นคนที่แวะเข้ามากินข้าวมันไก่ร้านนี้จะต้องสั่งขนมจีบและซาลาเปามากินรองท้องและป้องกันการโมโหหิว
ร้านนี้เป็นร้านที่เจ้าของโรงเลื่อยทุกแห่งในเขตพื้นที่กระบุรีจะพาเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากส่วนกลางและจากกระทรวงต่างๆมาเลี้ยงที่นี่ เรียกได้ว่าเป็นร้านระดับอำเภอทีเดียว
ในปี 2524 ที่ผมทาน ยังคงเป็นร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่โตและไม่มีคนช่วยมากมายและไม่ได้ขายดีเหมือนในทุกวันนี้
จนกระทั่งหลังปี 2540 ผมย้อนกลับมาอีกหน ร้านนี้เริ่มจะขาย เริ่มจะถ่ายรุ่นลงมา
และในวันนี้คือรุ่นสองที่เข้ามารับมือแทน
ลูกมือจำนวนมากกำลังเย็บกล่องใส่ซาลาเปาอยู่ด้านหลังบ้าน
และลูกมือส่วนหนึ่งกำลังเรียงซาลาเปาและขนมจีบลงไปในลังถึง
แล้วค่อยยกออกมาซ้อนข้างนอกเพื่อทำการนึ่งให้สุกและขายแทบจะเรียกว่าขายดิบขายดีเป็นเหมือนแจกฟรีไม่ต่างไปจากข้าวมันไก่ที่มีคนแวะเข้ามากินพร้อมๆกับแกงจืดผักกาดขาวหมูสับ
จากปี 2524 จนถึงปี 2560 อันเป็นวันสุดท้ายของปี ฝีมือการทำข้าวมันไก่และซาลาเปาเหมือนเดิมทุกประการ
ที่ไม่เหมือนเดิมคือในวันนี้มีคนตั้งเพิงหมาแหงนขายซาลาเปาทับหลีสองข้างทางมากมายและ
เพิ่มอาชีพให้กับชาวบ้านทับหลี
จนกระทั่งแทบจะเรียกว่าทั้งอำเภอกระบุรี น่าจะมีบ้านทับหลีแห่งเดียวที่เศรษฐกิจรุ่งเรืองนอกนั้นมองดูแล้วน่าจะรุ่งริ่ง
ถนนที่สร้างเสร็จ ทำให้รถวิ่งคดไปเคี้ยวมาและบางส่วนยังมีการก่อสร้างทางอยู่  ผมวิ่งเข้าเส้นทางไปเรื่อยจนกระทั่งถึงสี่แยกปฐมพรแล้วเราวิ่งตรงไปเป้าหมายคือ
พ่อตาหินช้าง
อำเภอท่าแซะ ชุมพร
ผมโทรไปสั่งกล้วยฉาบและกล้วยเล็บมือนางจากร้านจีระภา ที่เป็นร้านประจำของผม ผมมักจะสั่งทีละเยอะๆเพื่อเอาไปฝากพรรคพวกทั้งโรงพิมพ์และไม่ใช่เพื่อให้เขาทานทีเดียว หายอยากไปทั้งปีเพื่อรอปีถัดไปที่ผมขับรถลงไปภูเก็ตถึงจะได้ทานอีกรอบ
สองข้างทางในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไม่ค่อยจะมีรถยนต์วิ่งเท่าใดนัก เพราะคนกำลังเดินทางมาเที่ยวและรถที่วิ่งสวนเพื่อลงภาคใต้ไม่ได้เยอะอย่างที่คิด
ผมเติมน้ำมันที่อำเภอท่าแซะและปริมาณน้ำมันที่เติมสามารถวิ่งเข้ากรุงเทพได้สบายๆแถมเหลืออีกด้วย
พ่อตาหินช้างวันนี้รถจอดไม่เยอะ ผมอุ้มประทับจำนวน 3,000 นัด น้ำมันปาล์มหนึ่งขวด ธูปหอมใหญ่เพื่อไปจุดขอโชคขอชัยจากพ่อตาหินช้างที่ศักดิ์สิทธิ์และอดีตเคยนั่งสิบล้อผ่าน คนขับกดแตรยาวขอทางแต่ในระยะหลังผมจะจอดแวะเพื่อจุดประทัดขอโชคขอชัยเอาฤกษ์เอาชัยในการเดินทาง
มีเด็กนักเรียนมาอาสาขอจุดประทัดและขอเงินจากคนที่ให้จุดประทัดโดยเด็กเหล่านี้ขอเงินเพื่อไปเรียนหนังสือ นั่นคือวิธีการของเด็กที่ยังรู้จักคิดหาเงินไปช่วยจุนเจือพ่อแม่อย่างน้อยสามหรือสี่คนที่เที่ยววิ่งขอ
ประทัดสามพันนัดกว่าจะจุดหมดเล่นเอานานและคนที่ฟังแถวนั้นหันมามอง เมื่อตั้งใจจะจุดให้ปีละครั้งหรือสองครั้งก็ต้องทำให้เต็มที่
ผมขับรถออกจากพ่อตาหินช้างเป้าหมายข้างหน้าคือ ประจวบคีรีขันธ์เพื่อจอดปัสสาวะ