จากสำนึกสู่ปากกา » อาคารร้าง

อาคารร้าง

8 มกราคม 2018
24   0

ผมแวะไปซื้อสินค้าที่ห้างขายส่งและมองเห็นอาคารร้างปากทางเข้าหมู่บ้านหลายครั้ง ทำให้ผมเกิดอาการคิดว่า

มูลค่าความเสียหายของการทิ้งร้างจะเป็นเงินกี่ร้อยล้านบาททั้งอาคารสูงที่เห็นลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียมและอาคารพาณิชย์ที่ติดป้ายประกาศขายทิ้งร้างเอาไว้แต่มีคนเข้าไปอยู่

จากการเดินทางไปภาคเหนือในห้วงระยะที่ผ่านมา เห็นโรงแรมที่จังหวัดตากขายห้องพักคืนละ 500 บาท และโรงแรมที่จังหวัดนครสวรรค์ที่ขายห้องพักคืนละ 500 บาททำให้ผมมองว่า

หากหานายทุนสักคนหนึ่งเข้ามาช้อนอาคารแห่งนี้ และปรับปรุงจากสภาพที่มีห้องน้ำในตัวอยู่แล้ว โครงสร้างพร้อมอยู่แล้ว  เพียงแต่ลงทุนเตียงนอน โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า ปรับสภาพห้องน้ำสักนิด ลงทุนน่าจะประมาณ ไม่เกิน 50 ล้านจะได้โรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

และหากขายในราคาคืนละ 500 บาทย่อมจะต้องมีทัวร์จีนหรือทัวร์รัสเซียเข้ามาเจรจาเพื่อ

ส่งลูกค้าเข้ามาพัก

เป็นการปลุกหมู่บ้านร้างให้กลับมีชีวิตคืนกลับมา

ผมขับรถเข้าไปสังเกตและสำรวจในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว  ผมตกใจที่มองสภาพภายนอกเหมือนหมู่บ้านหรูแต่เข้าไปจริงๆแล้ว สภาพรกรุงรัง ไม่น่าจะเชื่อว่าบ้านราคาจะค่อนข้างแพง แถมพื้นและปูนที่เทในพื้นที่ลาดชันมีขี้ไคลขึ้นเต็มไปหมด

จนมองคล้ายๆกับสลัมคนพอจะมีฐานะ

หากเอาคนจีนและคนรัสเซียเข้าไปคงจะปลุกชีวิตชีวาของหมู่บ้านนี้ได้ไม่มากก็น้อย

เห็นอาคารพาณิชย์ที่ติดป้ายประกาศขายแทบจะเรียกว่าทั้งแนว

ถ้าทุบกำแพงและใช้เป็นพื้นที่เดียวกันน่าจะทำเป็น

โฮสเทลหรือลักษณะคล้ายๆกับโรงแรมแคปซูลที่ดีกว่าเกสท์เฮ้าส์ที่ปัจจุบันคนต่างชาติประเภทสะพายเป้นิยมมาพัก

คิดราคาคืนละ 450 บาทน่าจะมีคนเข้ามาพักจำนวนไม่น้อย

พอที่จะเป็นค่าจ้างพนักงาน ค่าผ่อนธนาคารทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้ไม่น้อย

เพียงแค่ว่าพื้นที่ที่สร้างที่จอดรถสำหรับรถบัสไม่มีเพียงพอเท่านั้นเอง

เจ้าของโครงการในครั้งกระนั้นไม่ได้มองเผื่ออนาคตข้างหน้าที่จะปรับเปลี่ยน

ผมขับรถช้าๆมองทำเลแล้ว

เจ้าที่เจ้าทางตรงนี้ค่อนข้างจะดุและรุนแรงเพราะสมัยก่อนบริเวณนี้คือหลุมฝังศพคนจีนครั้งโบราณด้วย เนื่องจากแถบนี้เป็นสถานที่ฝังศพ

ไม่ไกลจากบริเวณนี้เป็นสุสานของบรรพบุรุษฝ่ายแม่ที่วันนี้  เวลาคนไปถางหญ้าก่อนวันเช็งเม้ง ยังมีคนที่เคยรับใช้ทวดของผม มานั่งมองคนที่ไปถางหญ้าและเคยมีคนเจอทุกครั้งที่ไปถางหญ้าด้วยเสมอ

คนที่เข้าพักอาศัยในบ้านแถบนี้ เท่าที่ผมดูแล้ว

อาจจะไม่สมหวังในการทำกิจการอะไรเท่าใดนักเนื่องจากฮวงจุ้ยที่จะต้องปรับเพื่อคืนสภาพการเป็นอาคารที่เจริญรุ่งเรืองกลับมา

อันที่จริงแล้ว เจ้าของกิจการเมื่อตอนคิดสร้างคอนโดมิเนียมด้านในติดกับศาลเจ้าลืมคิดไปว่า

ความสูงของคอนโดมิเนียมไปบดบังเอา

ศาลของโต๊ะสมิงและเสือสมิงที่ตั้งหันหน้าออกทะเล

ทำให้ต้องมีการทำพิธีย้ายศาลขึ้นไปไว้บนที่สูงจากนั้นอีกประมาณเกือบเสาไฟฟ้า

นั่นคือสิ่งที่เจ้าของกิจการในครั้งกระนั้นลืมคำนึงถึง

รวมถึงการไปสร้างคอนโดมิเนียมไปบดบังศาลเจ้าที่มีอายุมากกว่าสองร้อยกว่าปีที่ครั้งหนึ่งพนักงานขายของหมู่บ้านแห่งนี้เคยพูดกับเลขาธิการ สคบ.เมื่อครั้งผมนั่งเป็นที่ปรึกษาอยู่ ว่า ยกที่ดินแปลงนี้ให้กับศาลเจ้าจนทำให้ผมคัดค้านว่า ศาลเจ้าตั้งมาสองร้อยกว่าปี คุณจะยกที่ดินให้อย่างไรและหากตรวจสอบกันจริงๆสมัยก่อนตรงข้างศาลเจ้าคือทางเกวียนสำหรับเข้าเมือง

ถนนหายไปไหน

และผมปรามว่าอย่าไปพูดจาอย่างนี้กับใครอีก เดี๋ยวหากมีการตรวจสอบกันขึ้นมาจะวุ่นวายในภายหลัง

ในครั้งรุ่งเรือง ไม่มีใครฟังคำทัดทานและท้วงติงของผมแต่อย่างใด

ทุกครั้งที่ผมแวะมาภูเก็ต ผมจะต้องหาทางแวะมาไหว้ศาลเจ้าบุ้นเถ่ากงและศาลโต๊ะสมิงเสมอ เติมน้ำมันตะเกียง จุดเทียนไขให้สว่างและจุดธูปให้สว่างเสมอ

เพราะถือว่า เขาเทียนส้านแห่งนี้เป็นที่ฝังศพบรรพบุรุษของผมนับจากอดีตเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงรุ่นยายของผมและคนรุ่นหลังจากนั้นนิยมไปเผามากกว่าจะมาฝังเพื่อสร้างภาระแก่ลูกหลานในภายหน้า

ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเสียดายอาคารคอนโดมิเนียมและอาคารพาณิชย์ที่สร้างติดต่อกันที่ปล่อยทิ้งร้างและได้แต่สงสารคนที่พักอาศัยด้านในว่า

หากตั้งนิติบุคคลขึ้นมาบริหารจัดการภายในหมู่บ้านแทนที่หมู่บ้านเอง สร้างระบบรักษาความปลอดภัยน่าจะดี….ประเด็นอยู่ที่ว่าใครจะดำเนินการเริ่มต้น