มองแบบเผ่าเทพ » ก้าวคนละก้าว

ก้าวคนละก้าว

8 มกราคม 2018
179   0

เป็นก้าว “ประวัติศาสตร์”

ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออนุญาตคุณอนุพันธ์ สุขอรุณ ที่เขียนบทความ “ตูน บอดี้สแลม” “วิ่งเพื่อประชาชน” ขอคัดตอนหนึ่งซึ่งประทับใจผู้เขียนมาก และบอกแทบทุกสิ่งของ “ตูน”บทสุดท้ายของบทความท่านเขียนในคอลัมน์นสพ.โพสต์ทูเดย์ไว้ว่า
“นับเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในการทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และต่อสังคมโดยใช้กำลังความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่ ทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อผู้คนอีกจำนวนมหาศาลไม่สิ้นสุด”คงไม่จำเป็นต้องขยายความอธิบายอะไรกันอีก บอกชัดเจนแล้วว่า “ตูน”น่ารัก น่าศรัทธานับถือเพีบงใด ที่เราบอกว่า “ตูน”จะสร้าง “ก้าวประวัติศาสตร์”ก็คงมองในแง่การสาธารณสุขของประเทศ เราอยากจะให้มีการปฏิรูป ปฏิวัติสาธารณสุขไทยเสียที ซึ่งแม้จะดีขึ้นมาเป็นลำดับ แต่ก็ยังช้าเกินไปสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่จะต้องดีขึ้น ที่จะก้าวไปสู่ประเทศ 4.0
“ก้าวคนละก้าว”ของตูนไม่เพียงหาเงินให้รพ.เท่านั้น ของแถมคือได้บอกคนไทยทุกชั้นวรรณะ ทุกอาชีพอีกหลายอย่างนอกเหนือไปจากมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันเถอะ เพื่อช่วย รพ.ให้มีงานลดลง! แต่ที่เรามองไปไกลกว่านั้นคือ
การงบประมาณของประเทศด้านสาธารรสุขซึ่งต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
อย่าเอาข้ออ้างไม่มี “งบ”มาใช้เราไม่ฟัง และขอแย้งเรามีงบพอสำหรับการสาธารณสุขพื้นฐาน โดยเฉพาะของ รพ.ในสังกัด การสาธารณสุขทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นของกระทรวง กทม. อบจ. หรือองค์การท้องถิ่นใด เรามีรพ.เป็นพันๆแห่ง แต่เราขาดอุปกรณ์แพทย์ที่จำเป็นที่สามารถช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้เป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีไว้ทุก รพ.ทุกแห่ง
“โครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 รพ.ทั่วประเทศ”บอกให้เราทราบว่า ประเทศไทยยังล้าหลังเรื่องการสาธารณสุขมาก ไม่เพียงแต่ขาดแพทย์ แต่เรายังขาดอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานอีกไม่น้อยเลย มากน้อยเพียงใดเราไม่ทราบ แต่ทุกคนก็ควรจะทราบ
โดยหาข้อมูลจาก รพ.ทั่วประเทศที่ใช้งบประมาณของรัฐทั้งหมด ที่แพทย์เป็นขรก.ว่าอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานของเรามีครบไหม มีพอเพียงไหม แต่ละแห่งขาดอะไร เท่าไร แล้วเอามารวมที่ศูนย์แห่งใดแห่งหนึ่งก็จะทราบว่า งบประมาณที่จะใช้เท่าไร กี่หมื่น กี่แสนล้าน ทันทีไม่ใช่ 2-3 ปีข้างหน้า
งบประมาณเอาจากไหน เอาจากงบประมาณของรัฐส่วนหนึ่งโดยให้กระทรวงกลาโหมโดยเฉพาะหยุดซื้ออุปกรณ์ป้องกันประเทศสัก 1-2 ปี ที่งบประมาณผูกพันอยู่แล้วจ่ายไป แต่ของใหม่รอก่อน กระทรวงทุกกระทรวงหยุดทำรั้วใหม่ หยุดสร้างห้องทำงานใหม่สร้างตึกใหม่ 1-2 ปี
สรุปก็คือตัดค่าใช้จ่ายครุภัณฑ์ของงบประมาณทั้งประเทศมาให้กระทรวงสาธารณสุขและองค์กรท้องถิ่นต่างๆจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้ตามที่เขาต้องการ นี่คือหลักการเป้นไปได้ไหมครับ เราว่าเป็นไปได้ถ้าทหารยอม ถ้าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ยอม ครม.ยอมหยุดซื้อรถตำแหน่งสัก 3-4 ปี!?!
แต่ก่อนอื่นต้องสำรวจให้ละเอียดชัดเจนโปร่งใสว่าอะไรขาด อะไรเกินต้องการมากน้อยเพียงใด ข้อสำคัญควรมีข้อมูลต่อไปด้วยว่า จะต้องใช้ค่าบำรุงรักษาเท่าใดด้วย
หากทำได้ก็จะเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การจัดการสาธารณสุขของประเทศ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับการบำรุงรักษาสุขภาพของ สสส.หรือองค์กรที่หาแต่ผลประโยชน์ งานนี้เฉพาะโรงพยาบาล เฉพาะอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ตามโครงการก้างคนละก้าวของตูนซึ่งเขาเริ่มไว้เยี่ยมมากแล้ว สานต่อซิครับ
เราขอชมเชย “ตูน”อีกครั้งหนึ่งที่ปฏิเสธรางวัลสารพัดอย่างจากหน่วยงานต่างๆของรัฐ โดยอ้างว่าเขาเป็นเพียง “สะพาน”ไม่ใช่ผู้บริจาค เงิน 1,200 กว่าล้าน “ตูน”เป็นผู้รับจริงแต่ผู้บริจาค ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาต่างหาก ควรจะได้รับคำสรรเสริญ เยินยอด้วย “ตูน”มีทัศนคติที่น่านับถือ น่าจะเป็นตัวอย่างของเศรษฐีอีกหลายสิบ หลายร้อยคนล่ะครับคิดให้ดี
เราอยากให้โครงการ “ก้าวคนละก้าว”เป็นก้าวประวัติศาสตร์จริงๆคนไทยจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยิ่งอายุยืนขึ้นเท่าไรการรักษาพยาบาล การสาธารณสุขยิ่งจำเป็นมากขึ้นเท่านั้น และรบ.ก็ต้องพร้อมทั้งบุคคลากร และอุปกรณ์การแพทย์ทั้งหลายทั้งปวง เมืองไทยจะไป จะถึงวันนั้นไหมหนอ??