ส.ค.ส.2561

4 มกราคม 2018
136   0

ส.ค.ส.2561
แด่
ตูน บอดี้สแลม

ขออวยพรให้ท่านผู้อ่าน
“เสียงใต้รายวัน”
มีความสุข สมบูรณ์
มีสุขภาพ ดีเยี่ยม
มีโชคลาภ และความสมหวังทุกประการ
ตลอดปี 2561 นี้
ด้วยรัก หวังดี ชื่มชม

จาก กอง บก.”เสียงใต้ รายวัน”

ข้างต้นนี้เป็นคำอวยพรของผู้เขียนคอลัมน์นี้

สำหรับคำอวยพรของ “ตูน”คงไม่มี แต่ของขวัญจาก “ตูน”มีมากมายที่ให้แก่คนไทยในปี 2561 นี้
มาดู พิจารณากันว่าเราได้อะไรจากการวิ่งของ “ตูน”บ้าง ?!
รายได้ 1,200 กว่าล้านบาทให้แก่ รพ.11 แห่งทั่วประทศเป็นเป้าหมายหลักของ “ตูน”ซึ่งความจริงเขาต้องการเพียงคนละ 10 บาท 70 ล้านคนก็ 700 ล้านบาทเท่านั้น แต่ศรัทธาของ “คนไทย”ที่มีต่อ “ตูน”เกินความคาดหมาย เราก็หวังว่า รพ.ทั้ง 11 แห่งคงจะทันสมัยอยู่ได้ในระดับชั้นนำมีอุปกรณ์แพทย์ที่จำเป็นสุดๆใช้กันอย่างพอเพียง
ขอแต่เพียงว่าอย่าเอาเงินไปสร้าง “รั้ว” รพ.ไปสร้างห้องทำงาน ผอ.หรือผู้บริหารเป็นสิบๆล้านอย่างกทม.หรือ/และ อบต. อบจ.ทั้งหลายที่มีรั้วเมตรละเป็นล้าน มีออฟฟิศแต่ละแห่งเป็นสิบล้าน ขอให้เอาเงินที่ได้รับส่วนแบ่งนี้ไปใช้จ่ายตามเป้าหมายที่วางไว้คือ ซื้ออุปกรณ์แพทย์ที่งบประมาณกระทรวงไม่สามารถจัดมาให้ได้
เราอยากจะเสนอให้รัฐบาลสมทบอีกเท่าหนึ่งด้วยซํ้า เอาจากงบกลางก็ได้ตัดจากงบกลาโหม มหาดไทยหรือแม้กระทรวงศึกษาที่จะเอาไปทำรั้ว ทำห้องทำงานของ ผอ.ทั้งหลาย เมื่อเขียนถึงเรื่องนี้เราอยากเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขสำรวจความต้องการอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐาน พื้นฐานจริงๆที่ต้องมีให้พอเพียงตาม รพ.ของกระทรวงทั้งหมดว่ายังขาดอีกเท่าไรจาก รพ.สอง-สามพันแห่งของกระทรวง อุปกรณ์เครื่องมือที่ต้องมี และต้องมีให้พอเพียงเพื่อที่จะช่วยคนไข้ได้กรณีฉุกเฉิน กรณีที่จะส่งผ่านไปยัง รพ.ใหญ่ไม่ทัน ที่มีอยู่แล้วจำเป็นต้องเพิ่มต้องเปลี่ยนเท่าไร แฉตัวเลขออกมาเลยครับว่า
ยังขาดอยู่อีกกี่พันล้าน?!
แล้วตั้งงบประมาณจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์เหล่านั้นทันทีไม่ต้องรอตั้งงบประมาณเป็นปีๆไม่ทันการส่วนการเบิกจ่ายก็ดีหลายวิธีที่จะทำได้เพิ่มงบสาธารณสุขให้มากขึ้น 10-20 % ตัดงบกลาโหมลง 10-20 % และอาจจะเช่าซื้อในระยะเวลา 3-5 ปี ซึ่งสามารถทำได้แล้วแต่รัฐบาลจะเสนอหลักการเป็นงบผูกพันเช่นเดียวกับการซื้อเรือดำนํ้า ซื้อเครื่องบินรบ
“ตูน”ได้เงินมา 1,000 กว่าล้านจะได้อุปกรณ์แพทย์ช่วยชีวิตคนเป็นหมื่นเป็นแสน ทำไมรัฐบาลไม่พิจารณาปรับระบบการงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขบ้างล่ะครับ กระทรวงนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นความตายของประชาชนนั่นคือ ความเป็นอยู่คน ประชาชนไม่ต้องพูดถึงอุปกรณ์สมัยใหม่ทันสมัยราคาเป็นสิบเป็นร้อยล้าน เอาที่จำเป็นจริงๆมีให้ครบทุก รพ.ทั่วประเทศภายในปี 62 นี้ได้ไหม?
ขออนุญาตท่านผู้อ่านนำคำกล่าวของ “ตูน”หลังจากวิ่งมา 55 วันมาให้ท่านผู้อ่านทราบก่อนวิจารณ์ต่อ

“หลังจากใช้เวลาวิ่งกว่า 55 วันผมรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจมากเมื่อได้ทราบว่าทุกๆคนต่างมีส่วนร่วมกับการวิ่งครั้งนี้ผมตั้งเป้าหมายในการวิ่งครั้งนี้ไว้ 2 ประการคือต้องการให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการรักษาสุขภาพที่ได้เห็นคนคนไทยรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อช่วยเหลือและร่วมบริจาคเงิน การบริจาคไม่ว่าจะมีมูลค่ามากน้อยเพียงใด หากเป็นการบริจาคที่มาจากใจจริงแล้วย่อมสามารถสร้างความแตกต่างได้เหมือนกัน “อาทิวราห์ (ตูน)”กล่าวสิ่งที่ต้องดูกันต่อไปก็คือ เงิน 1,200 กว่าล้านนี้ รพ.ไหนได้ไปเท่าไรไปซื้ออะไรบ้างต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ (ไม่ใช่ขออนุมัติ)แต่บอกให้รู้แถมด้วยว่าจะสามารถช่วยชีวิตเพื่อคนไทยด้วยกันกี่หมื่นกี่แสนในเวลากี่สิบปีที่อายุเครื่องยังมีอยู่!!
นอกจากนี้ที่ต้องตามคือ ความฝันของ “ตูน”อยากเห็นคนไทยตระหนักถึงการออกกำลังกายและการรักษาสุขภาพจะมีการดำเนินการอะไรเสริมสร้างต่อเนื่องให้เกิดขึ้นไหม ถ้าสาธารณสุขไม่ขยับเขยื้อนรับรองไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
สิ่งหนึ่งที่น่าชื่มชมนํ้าใจคนไทย คือความสามัคคีปรองดองในเรื่องนี้ โดยไม่มีการนัดหมาย ไม่มีการบังคับขอร้องทุกคนทุกศาสนาร่วมกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน เคยมีไหมที่ลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่า คนแก่ คนพิการมายืนรอ “ตูน”เป็นชม.เพื่อมอง “เงิน”บริจาค น่าชื่นชมที่สุด
และที่สุดของที่สุด “ตูน”นำความสุขมาให้คนทั้งชาติไม่ใช่ช่วง 55 วันเท่านั้น จะยังคงอยู่ในใจของคนไทยอีกนานเท่านาน