จากสำนึกสู่ปากกา » วิธีคิดของเจ้าอาวาสวัดฉลองภูเก็ต

วิธีคิดของเจ้าอาวาสวัดฉลองภูเก็ต

4 มกราคม 2018
471   0

 

ไม่บ่อยนักที่ผมลงมาภูเก็ตแล้วจะมีเวลาตรงกันกับมหากี้  เจ้าอาวาสวัดฉลองภูเก็ต

และไม่บ่อยนักที่ผมจะเวลาสนทนากับมหากี้ เจ้าอาวาสวัดฉลองภูเก็ตเหมือนเมื่อตอนสร้างห้องน้ำให้วัดฉลองเมื่อสิบปีก่อนหน้านั้น

วันนี้เจตนารมณ์ของเจ้าอาวาสวัดฉลอง ที่มีหลวงพ่อแช่มคอยปกป้องดูแลวัดตลอดระยะเวลาก่อนมรณภาพและจนถึงวันนี้  110 ปีที่หลวงพ่อแช่มมรณภาพ ผู้คนยังหลั่งไหลเข้าวัดด้วยความเคารพและศรัทธา

ผมจะแวะเวียนเข้ามาวัดฉลองเพื่อกราบหลวงพ่อแช่มในกุฏิเจ้าอาวาสและตักน้ำมนต์กลับไปผสมน้ำให้แม่อาบเพื่อความเป็นสิริมงคลทุกครั้งที่แวะเวียนมา

มหากี้ นั่งตั้งจิตอธิษฐานของบารมีหลวงพ่อแช่มให้ช่วยมีเงินทำบุญจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อพัฒนาวัด

วันนี้กำลังพัฒนาอาคารพิพิธภัณฑ์ของวัดเพื่อรวมเอาสิ่งของโบราณทางด้านกำแพงติดถนน และกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ออกมาได้เนื้องานที่ละเอียด

หลังจากนี้จะดำเนินการซ่อมเจดีย์ที่มีน้ำรั่วหลายจุดเพื่อให้เกิดอาการน้ำที่รั่วซึมหยุดการรั่วซึมทั้งหมด

เพื่อสร้างให้เป็นบารมีและนึกถึงคุณของคนก่อสร้างคือแป๊ะเจ้าหลิม เจ้าอาวาสองค์ก่อนที่ก่อสร้างเจดีย์ขึ้นมาเป็นสิริมงคลของทางวัด

หลังจากนี้ไปจะทำการปรับปรุงและก่อสร้างศาลาสำหรับไว้ศพใหม่พร้อมกับปรับปรุงเมรุเผาศพ

ผมเพิ่งจะรู้วันนี้เองว่า วัดฉลองมีศาลาไว้ศพทั้งหมด 6 ศาลาและกำลังเล็งศาลาโอท็อปร้างว่า หากไม่พอจริงๆอาจจะเปิดเป็นศาลไว้ศพอีกแห่ง  และมีเมรุเผาศพ 2 แห่งแต่ละวันจะเผาไม่เกินเตาละสองศพ ไม่งั้นแล้วเตาจะระเบิดและการซ่อมแพงมาก

แต่ละศพที่มาเผาศพ ทางวัดคิดแค่  1,700 บาท โดยค่าเผาศพละ 300 บาทยกให้สัปเหร่อ  ส่วนอีก 1,400  บาทเป็นค่าน้ำมันดีเซลที่เผาศพละ  60 ลิตรเป็นแบบหัวฉีด  หากวันนี้เอาราคาน้ำมันดีเซลมาคูณกับจำนวนต่อศพที่ต้องใช้  60 ลิตร ถือว่าวัดขาดทุน

ศาลาไว้ศพทางวัดไม่คิดค่าตั้งศพจะตั้งกี่วัน วัดไม่คิดเพราะถือว่า

วัดมีหน้าที่บรรเทาทุกข์ชาวบ้าน

ในยุคที่แป๊ะเจ้าหลิมเป็นเจ้าอาวาสได้บอกมหากี้ว่า อย่าไปทำให้คนที่ตายแล้วต้องมาเดือดร้อนกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดจากการตั้งศพและเผาศพ  จึงไม่เคยเก็บเงินค่าเผาศพเพิ่ม

ผมคุยกับมหากี้สองรอบก่อนหน้านั้นว่า ควรปรับปรุงและสร้างศาลาไว้ศพใหม่เพื่อให้เป็นหน้าตาของทางวัด มหากี้บอกว่ากลัวคนจะหาว่า วัดหากินกับศพ ทั้งที่ข้อเท็จจริงวัดไม่เคยมีกำไรจากการตั้งศพตรงกันข้ามขาดทุนตลอดแต่ถือว่า ช่วยญาติคนตายและส่งคนตายให้ไปอย่างสงบ แถมยังมีโลงติดแอร์ให้ยืมอีกสี่โลงโดยไม่คิดมูลค่าอีกต่างหาก

แผนของมหากี้เจ้าอาวาสจะซ่อมปรับปรุงศาลาวัดใหญ่หลังจากปรับปรุงส่วนอื่นเสร็จ

มหากี้บอกกับผมว่า เงินที่คนเอามาทำบุญส่วนตัวกับมหากี้จะเอาเข้าบัญชีวัด เพราะไม่อยากจะมีอะไรเป็นของส่วนตัวถือว่าทุกวันนี้มีกินมีใช้ได้เพราะวัดแล้ว จึงยกเอาหีบเพชรที่ทำบุญตรงกุฏิเจ้าอาวาสที่ปกติจะให้เจ้าอาวาสใช้ออกไป เหลือแค่ตู้ทำบุญตรงศาลาประดิษฐานหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และพ่อท่านเกลื้อมเท่านั้น

ทุกวันนี้วัดรักษาความปลอดภัยแก่ผู้คนเต็มที่ด้วยกล้องวงจรปิดและของที่ลืมไว้ในวัดจะไม่หายเพราะเมื่อใครแจ้งหายจะมองทางกล้องวงจรปิดว่าใครคือคนหยิบไปและโดยมากคนมอญที่ทำความสะอาดห้องน้ำจะเอามาให้ประกาศตามหาเจ้าของสม่ำเสมอ

มหากี้วันนี้จะเน้นไปที่การสร้างโรงพยาบาลฉลองที่ตรงอนามัยดั้งเดิม โดยตั้งใจว่าจะช่วยด้านอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยและวันนี้กำลังทำรถยนต์ฉุกเฉินให้กับทางโรงพยาบาลเพื่อรับคนป่วย

มหากี้บอกกับผมว่า ทุกวันนี้วัดฉลองจะสร้างอะไร

ถ้าให้ทางวัดประกาศของรับเงินบริจาคหรือขอให้ชาวบ้านช่วยบริจาค จะไม่เอาเพราะละอายแก่ใจ แต่จะรอเงินทำบุญของชาวบ้านจนกระทั่งได้ครบเป็นอย่างๆก็ทำให้เสร็จเป็นอย่างๆไป

วันนี้การพัฒนาวัดกำลังดำเนินไป

อนาคตข้างหน้าจะมีอะไรดีขึ้นภายในวัดฉลอง

ผมบอกกับมหากี้ว่า ถ้าหากว่าจะต้องให้ผมมาช่วยอะไรเพื่อช่วยหลวงพ่อแช่มบอกมา จะไปช่วยให้เพราะถือว่าบรรพชนของตระกูลไกรทัศน์เกิดที่ฉลอง

สมัยตอนเป็นเด็ก  ผู้ใหญ่คาวเคยบอกกับผมว่า โคตรมึงเกิดที่หลอง(ฉลอง) อย่าทิ้งถิ่นฐานน่ะ

ทั้งที่ผมเกิดในโรงพยาบาลมิชชั่นตรงข้ามวัดกลางอันเป็นโรงพยาบาลที่คุณตาหรือหลวงเสือหรือหลวงชนาทรนิเทศยกที่ดินให้กับโรงพยาบาลมิชชั่นก็ตาม แต่ผมถือว่าเมื่อต้นตระกูลไกรทัศน์เกิดที่ฉลอง ผมก็จะย้อนไปพัฒนาให้ดีที่สุดเหมือนอย่างที่ผมทุ่มเทคุมการก่อสร้างห้องน้ำวัดฉลองเมื่อสิบปีก่อนและจนกระทั่งวันนี้ห้องน้ำเปลี่ยนแค่สายล้างก้น สายฝักบัวอาบน้ำกับถาดรองก้นที่คนชอบขึ้นไปเหยียบพัง

หลวงพ่อแช่มที่ผมแขวนเอาไว้ในตอนเด็กและผมไปวิ่งเล่นวัดฉลองตั้งแต่สมัยอายุสี่หรือห้าขวบในยุคที่พ่อของผมกับแป๊ะเจ้าหลิม ลูกศิษย์ของพ่อท่านเกลื้อมเป็นเพื่อนกัน ผมผูกพันกับหลวงพ่อแช่มไม่น้อย