จากสำนึกสู่ปากกา » ถนนสายปักษ์ใต้

ถนนสายปักษ์ใต้

28 ธันวาคม 2017
151   0

 

ผมขับรถออกจากกรุงเทพตอนเช้า เพื่อเดินทางมายังภูเก็ตในวันที่ฝนตกปรอยๆในเส้นทางจากกรุงเทพเข้ามายังก่อนถึงเพชรบุรี  จากนั้นก็หยุดตกจนกระทั่งมาตกอีกรอบตรงเส้นปลายพระยา กระบี่แล้วมาหยุดตกในจังหวัดภูเก็ต

บนเส้นทางจากกรุงเทพฯเข้ามายังจังหวัดภูเก็ต มีการสร้างถนนใหม่ทดแทนถนนที่พังชำรุดอันเนื่องมาจากรถบรรทุกหนักวิ่งจนกระทั่งสามารถพังได้ทุกเลน ทั้งที่ปกติแล้วรถบรรทุกและรถพ่วงจะต้องวิ่งเลนซ้ายแต่มีข้อยกเว้นหากติดสติ๊กเกอร์ วิ่งได้ทุกเลน ค่าสติ๊กเกอร์ไม่เคยเอามาซ่อมถนน ใครเอาไปไม่ทราบ

บางช่วงจังหวัดมีการปรับปรุงถนน ปิดถนน และเปิดเป็นเลนสวนทางกัน และถนนที่สร้างใหม่ในยามค่ำมืด ถือว่าขับยากทีเดียวโดยเฉพาะเส้นทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวลดตามสันแนวเขาต่างๆเพราะอีกด้านเป็นเหวแต่ไม่มีเส้นแบ่งเลนและเส้นบอกขอบถนนแต่อย่างใด

บางจุดจะมีป้ายติดบอกว่าวิ่งแค่  90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถติดบรรลัยด้วยแรงป้ายและรูปกล้องถ่ายรูป ทั้งที่ในต่างประเทศแล้ว ตำรวจทางหลวงและตำรวจที่รับผิดชอบถนนหนทางต่างๆจะต้องออกมาช่วยอำนวยความสะดวกตามริมถนนในเส้นทางรถติด

แต่ตำรวจทางหลวงบ้านเราเป็นกรณีพิเศษจะหลบตามหลังต้นไม้เพื่อแอบถ่ายรูปรถที่วิ่งเร็วหวังเอาส่วนแบ่งจากการออกใบสั่งและต้องออกใบสั่งให้มากที่สุด

น่าแปลกในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีตำรวจทางหลวงคนไหนจะเอารถตำรวจทางหลวงไปแอบตามใต้ต้นไม้เพื่อจับโจรก่อการร้ายที่มาดักวางระเบิดและตะปูเรือใบสักคันแถมเกิดเหตุขึ้นไม่เคยเห็นตำรวจทางหลวงคันไหนและคนใดไปยืนโบกรถเพื่อเลือกทะเบียนรถและเรียกเข้าข้างทางเพื่อเขียนใบสั่ง

เมื่อรถถูกจำกัดด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถบรรทุก รถพ่วงที่มีสติ๊กเกอร์ติดตรงด้านกระจกคนขับ จะขับเรียงกันสามคันเต็มถนน อย่าว่าแต่รถเลย แม้แต่สุนัขยังไม่กล้าออกมายืนข้างทางต้องหลบใต้ถุนบ้านแอบมองความยิ่งใหญ่

รถบรรทุกพ่วงคันหนึ่งหัวทิ่มลงข้างทาง มีแต่รถลากของเอกชนเข้ามาลาก ไม่มีตำรวจทางหลวงคันใดและคนใดเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกนอกจากคนขี่รถเครื่องรับจ้าง โดยไม่มีค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าอะไรทั้งสิ้น

ในต่างประเทศ หากมีกรณีปัญหาเกิดขึ้นตำรวจทางหลวงจะเข้าถึงที่เกิดเหตุทันที

ช่างตรงกันข้ามกับบ้านเราอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นรถตำรวจทางหลวงบ้านเรามีภารกิจหลักคือวิ่งนำขบวนผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตอนไม่มีตำแหน่งกลับบ้านถูกแต่พอมีตำแหน่งเกิดจำบ้านเลขที่ตัวเองไม่ได้

ต้องให้ตำรวจพากลับบ้าน

ถนนบางช่วงขรุขระและหลายช่วงรถบรรทุกพ่วงไม่ยอมให้รถคันอื่นวิ่งจะคอยขับกันเพราะมีสติ๊กเกอร์ติดข้างประตูคนขับแล้ว

ถนนมุ่งสู่ภาคใต้ช่างเงียบเหงา ไม่มีรถเยอะแยะเหมือนอย่างที่คิดทั้งที่ตอนนี้คือตอนที่กำลังอยู่ระหว่าง

ปีท่องเที่ยวไทยเก๋ไก๋ใครอยากหนีวีซ่าก็หนีเข้าเมืองได้โดยไม่มีใครจับกุม

เพราะเป็นปีท่องเที่ยวไทย

อยู่แบบลองสเตย์คือยี่สิบปีไม่มีใครจับและตรวจ

แต่คนที่อยู่บอกว่าจ่ายเดือนละเจ็ดพันบาทไม่รู้จ่ายใคร

รถเครื่องจำนวนไม่น้อยยังคงขี่ในเส้นทางรถยนต์สายหลัก จนเกรงว่าหากพลาดพลั้งขึ้นมาจะโดนรถเหยียบ และน่าแปลกน่ะรถที่วิ่งผิดเลนเวลาโดนรถเหยียบตาย คนผิดไม่เคยผิด กลับกลายเป็นรถที่วิ่งถูกทางผิด เพราะนี่คือการตีความของกฏหมายไทย

บางช่วงจังหวัดในเส้นทางระหว่างชุมพรมาสุราษฏร์ธานีจะพบรถวิ่งย้อนศรหลายต่อหลายครั้งและรถสามล้อพ่วงไม่มีไฟวิ่งตอนโพล้เพล้ก็ยังมี เล่นเอาผมไม่ค่อยกล้าวิ่งเลนซ้ายต้องวิ่งเลนขวาตลอดเพราะกลัวชน

เสียเวลา

เสียทรัพย์

โดยไร้ประโยชน์

ถนนหลายสายไม่มีไฟฟ้า แต่ที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือรถเครื่องไม่มีไฟท้ายและรถสามล้อพ่วงไม่มีไฟท้ายรวมทั้งรถแทรคเตอร์ที่ออกมาวิ่งในเลนข้างถนนด้วย

หลายเส้นทางในจังหวัดภูเก็ตจะมีด่านหรือจะเบี่ยงอะไรไม่บอกกันเนิ่นๆ กว่าจะรู้ต่อเมื่อถึงตอนที่จะติดด่านและรถเบียด เบรคกันอุตลุต

ผมแวะซื้อกล้วยฉาบจากบริเวณหน้าศาลพ่อตาหินช้างตรงท่าแซะ ไม่มีรถคันไหนจอดซื้อยกเว้นรถของผม แสดงว่ากิจการขายดิบขายดีมาก

แถมอีกฝั่งรถที่จะจอดแวะแบบเมื่อก่อนหายไปหลังจากทำถนนเสร็จ มันเกิดอะไรขึ้น

ผมตั้งใจซื้อประทัดจุดให้พ่อตาหินช้างในวันเดินทางกลับจะแวะตรงนั้น