บทวิเคราะห์การเมือง » ตะกายฝันท่องเที่ยว ทุ่มพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

ตะกายฝันท่องเที่ยว ทุ่มพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

16 ธันวาคม 2017
1841   0

 

ฤา เพิ่มคดีใหม่ แต่คดีทุจริตเก่าสอบยังไม่จบ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ เคยมีอดีตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาก่อน แต่ในครั้งกระนั้นสังกัดพรรคการเมือง และเป็นพรรคการเมืองที่โด่งดังมาจากการซื้อเครื่องเล่นเด็กที่ราคาแพงแสนแพงทั้งที่ต้นทุนถูกแสนถูก

จนทำให้อธิบดีกรมการท่องเที่ยวในเวลาต่อมาถึงกับเข็ดขยาดต้องสั่งยุติการของบลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเคลียร์งานเก่ายังไม่เลิก

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่าในห้วงระยะปี 2555-2558 เป็นระยะห้วงเวลาของการได้เงินจากงบแปรญัตติมากมายมหาศาล

งบประมาณไปลงในแต่ละจังหวัดผ่านทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดที่ไม่เคยมีความคุ้นเคยกับการพัฒนาการท่องเที่ยวแต่เก่งกาจในเรื่องกีฬา ที่ไม่ค่อยจะได้มรรคผลอะไรมากมายนัก

งบประมาณจากกรมการท่องเที่ยวที่เทผ่านไปยังสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหลายแห่งประสบปัญหา

หากเราจะมองกันอย่างแท้จริง

วันนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและเอาผิดทางแพ่งและอาญากรณีที่งบจากกรมการท่องเที่ยวโอนไปให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลาเพื่อปรับภูมิทัศน์สร้างเสาไฟฟ้าและปลูกต้นไม้ ปรากฏว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไปตรวจสอบแล้วนัยว่าไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามแบบ ทีโออาร์ที่กำหนดไว้จึงสั่งให้

เรียกเงินคืนสองล้านบาท

วันนี้กำลังดำเนินการตั้งกรรมการสอบวินัยเพื่อหาคนรับผิดชอบ

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า มีการร้องเรียนกันว่า มีการโอนเงินงบประมาณจากกรมการท่องเที่ยวไปสร้าง อาคารที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี แต่สร้างเสร็จแล้ว  ยังไม่มีการส่งมอบ นัยว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเมื่อได้รับการร้องเรียนก็เดินทางเข้าไปตรวจสอบในรายละเอียด และเล่าขานกันว่า เกิดพบอาคารดังกล่าวขนาดไม่ตรงกับที่กำหนดไว้ในรูปแบบของการของบประมาณมาก่อสร้าง จึงดำเนินการสอบสวนจนกระทั่งวันนี้

ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฏร์ธานีเคยมีเรื่องฮือฮาเมื่อมีคำสั่งตามมาตรา 44 ให้โยกย้ายระดับหัวหน้าสำนักงานไปพักงานและปรากฏผลการลงโทษไปแล้ว

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า การสร้างเส้นทางตามรอยภาพยนตร์ที่จังหวัดพังงาเพื่อตามรอยภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ ที่มาใช้พื้นที่จังหวัดพังงาในการก่อสร้าง จนถึงวันนี้มีปัญหาการส่งมอบและไม่ลงตัวเพราะไปก่อสร้างในพื้นที่ของราชพัสดุที่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการอนุญาตให้ไปก่อสร้างยกเว้นกรมธนารักษ์

จึงเกิดปัญหาการร้องเรียนและผลการร้องเรียนทำให้เกิดการโอนอาคารไปยังกรมธนารักษ์เพื่อให้ราชพัสดุทำหน้าที่บริหารจัดการ จึงเกิดอาการเกี่ยงงอนกับในการมอบโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ามกลางความทรุดโทรมของตัวอาคารที่ลงทุนไปมากมายมหาศาล

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า มีการทุ่มเงินไม่น้อยกว่า 38 ล้านบาทไปก่อสร้างอาคารศูนย์แสดงสินค้าใต้ทางด่วนตรงบริเวณจตุจักรใกล้กับปั้มน้ำมัน ปตท.ตรงบริเวณติดกับสำนักงานประปา จนกระทั่งวันนี้ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ผ่านไปแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี

ถึงขั้นมีคนเข้าไปร้องเรียนทวงถามปัญหาส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการปราบปราบทุจริตภาครัฐหรือ ปปท.เข้าไปทำการตรวจสอบและพบว่ามีเค้ามูลของการไม่ชอบมาพากลแต่เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ การตรวจรับและการก่อสร้างเกินกว่าอำนาจของ ปปท.จะดำเนินการได้จึงมีการสรุปเรื่องทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือปปช.ที่วันนี้นำไปกองทิ้งไว้ไม่ได้ดำเนินการใดล่วงเลยมาแล้วไม่ต่ำสองปี

และ ปปช.คงจะต้องดองจนกระทั่งครบสิบห้าปีจึงค่อยสรุปก่อนหมดอายุความตามระเบียบและมาตรฐานการสอบสวนในยุคที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.เน้นหนักการปราบปรามทุจริตของประเทศ

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำเงินไปก่อสร้างอาคารในเชิงรูปแบบโฮมสเตย์ที่บ้านไทดำตรงนาป่าหนาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย จำนวนห้าหลังจนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังไม่เคยเปิดให้ดำเนินการเพราะหลังคามุงจากที่ไปมุงรั่วไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวหรือใช้งานได้และวันนี้ยังคงปล่อยทิ้งร้างเอาไว้

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า มีการดำเนินการด้วยเงินงบประมาณจากกรมการท่องเที่ยวในอีกหลายแห่งในอดีตที่ผ่านมา

นับจากการใช้เงินจำนวนมหาศาลไปก่อสร้างหมู่บ้านท่องเที่ยวโอท็อปจำนวน 8 แห่งทั่วประเทศนับจากบ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช,ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย,หมู่บ้านสาไรที่เป็นต้นแบบของการตีมีดอรัญญิก อำเภอนครหลวง พระนครศรีอยุธยา, หมู่บ้านถวาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ จังหวัดเชียงใหม่ , บ้านด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา , หมู่บ้านจักสานที่อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง, หมู่บ้านดอนไก่ดี ทำเครื่องเซอรามิคที่จังหวัดสมุทรสาครและบ้านเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี  เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้งบประมาณไปดำเนินการก่อสร้างในทุกมิติที่ผู้บริหารกรมการท่องเที่ยวครั้งกระนั้นต้องการจะทำ แต่จนกระทั่งวันนี้ส้วมและรถรางที่บ้านถวายต้องจอดทิ้งร้าง สิ่งปลูกสร้างของบ้านคีรีวงถูกทิ้งร้างให้เป็นตำนานพอๆกับป้ายบอกทางที่เหลือแต่เสาไร้สติ๊กเกอร์ที่ดอยแม่ สลองกับบ้านสาไร

กลายเป็นประเด็นคำถามว่า

ไปพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างไร

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การทุจริตการจัดซื้อเครื่องทำบัตรมัคคุเทศก์และจัดซื้อบัตรมัคคุเทศก์จนกระทั่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินสั่งให้กรมบัญชีกลางเรียกเงินชดใช้คืน กลายเป็นตำนานที่ ปปช.ไม่อยากจะสอบสวนและไม่กล้าที่จะเหยียบย่างเข้ามาดำเนินการสอบสวน

แม้นในยุคของ คสช.ที่ประกาศก้องว่าต้องการปราบปรามการทุจริต

การพิมพ์ใบเสร็จรับเงินใช้เองแต่เงินไม่เข้าหลวงในพื้นที่จังหวัดพังงา  การทำโครงการที่ไม่มีโครงการในพื้นที่จังหวัดระนอง การหมกเม็ดในพื้นที่จังหวัดกระบี่

รวมไปถึงการใช้งบแปรญัตติมาก่อสร้างหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในเขตอำเภอเมือง ล้วนแล้วแต่ไม่สามารถติดตามได้ว่า ไหนคือสิ่งปลูกสร้างที่มาจากงบแปรญัตติของกรมการท่องเที่ยว

การใช้บุคลากรที่มีความรู้ด้านพลศึกษาเข้ามาบริหารจัดการการท่องเที่ยวส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในปริมาณมหาศาล

ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นตัวเลขที่ภาคเอกชนเกิดความกังขาว่ามาได้อย่างไรและน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ

การจัดซื้อเครื่องเล่นเด็กและการก่อสร้างในยุคที่พรรคการเมืองใหญ่ในแผ่นดินและไม่อยากจะเป็นฝ่ายค้านเพราะอดอยากปากแห้งเข้ามาบริหารจัดการ

กลายเป็นมหากาพย์ที่สื่อมวลชนให้ความสนใจขุดคุ้ยมากที่สุด

กลายเป็นเรื่องราวที่

กรมสอบสวนคดีพิเศษชี้มูลฐานความผิด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐหรือ ปปท.ชี้มูลความผิด

ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.เป็นประธานชี้มูลความผิด

ปลัดกระทรวงยุติธรรมสั่งให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ปปช.ดำเนินการไต่สวนและสอบสวนเพื่อหาคนรับผิดชอบทั้งแพ่ง อาญาและวินัย

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพาไปตรวจสอบผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องหลายสีจนกระทั่งเกิดข่าวที่โด่งดังที่เรียกขานกันว่ารายการแฉแต่เช้า  และชี้มูลฐานความผิดไป

4 ปีของการเข้ามาทำหน้าที่บริหารงานในฐานะหัวหน้ารัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ให้พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(สมัยนั้น)ดำเนินการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตจริงและต้องออกคำสั่งตามมาตรา 44 แขวนปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการท่องเที่ยว อธิบดีกรมพลศึกษา

แต่จากวันนั้นยันวันนี้ คสช.ไม่เคยดำเนินการใด

แต่จากวันนั้นยันวันนี้ ปปช.ยังไม่เคยคิดจะดำเนินการใดทั้งที่กรรมการ ปปช.ในวันนี้เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ชี้มูลและกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับเครื่องเล่นเด็กของกรมการท่องเที่ยว

ยังคงเก็บหลักฐานจากวันนั้นยันวันนี้

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หากไปนั่งดูคนที่ยืนอยู่ข้างหลังการดำเนินงานการท่องเที่ยวในวันนี้ของกระทรวงนี้คือบุคคลที่เคยต้องคำกล่าวหาว่าทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงขั้นมีราชกิจจานุเบกษาสั่งปลดออกจากราชการมาดำเนินการด้วยการส่งทีมงานเข้ามากำกับดูแลในฐานะคนกลั่นกรองเอกสาร

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า อธิบดีกรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันไร้ซึ่งความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง

ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ทีมงานรองอธิบดีกรมการท่องเที่ยวไร้ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างสิ้นเชิง

วันนี้ไก๊ด์ผีทัวร์เถื่อนยังระบาดในแหล่งท่องเที่ยว

แทนที่จะดำเนินการปราบปรามให้ราบคาบกลับจะหาเรื่องมาก่อสร้างให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่แตกต่างจากราคาของสังคมประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

ถึงขั้นบุคคลระดับหัวหน้าที่ดูแลด้านการเงินการคลังตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการหนีภัยที่อาจจะต้องโดนข้อกล่าวหาในอนาคต

กึ๋นของ คสช.เหลือแค่นี้สำหรับการท่องเที่ยว

อนิจจา