จากสำนึกสู่ปากกา » เบอร์เกอร์ของคนเม็กซิกัน

เบอร์เกอร์ของคนเม็กซิกัน

6 ธันวาคม 2017
14   0

ตามหลักวิชาการกินเพื่อประทังชีวิตรอดของคนเม็กซิกันที่บอกกับผมนั่นคือจะต้องทานให้ครบวันละ 5 มื้อเป็นอย่างน้อยและอาจจะต้องทะลักเข้าไปถึง 8 มื้อต่อวัน ทำให้คนเม็กซิกันตื่นเช้าขึ้นมาจะต้องทานอาหารเช้าที่บ้านพร้อมกับกาแฟ เพราะฉะนั้นการไปที่ร้านไหนก็ตามแต่ เขาจะเสิร์ฟกาแฟแทนน้ำเปล่า หากต้องการน้ำเปล่าจะต้องจ่ายเงินแต่ดื่มกาแฟจะกลายเป็นฟรี

มื้อหลักของคนเม็กซิกันจะอยู่ที่มื้อกลางวันและมื้อเย็น

ในมื้ออาหารว่าง 10 โมงเช้าและบ่ายสองโมงรวมไปถึงมื้อหกโมงเย็น จะเป็นอาหารว่างที่คนเม็กซิกันนิยมจะไปหาซื้อตามศูนย์การค้า

ร้าน Wendys  จะเป็นร้านอาหารเลื่องชื่อที่สุดในดินแดนเม็กซิโก ทุกหัวระแหงจะมีร้านอาหารชนิดนี้เข้าไปตั้ง จะมีอาหารทั้งเม็กซิกันและเบอร์เกอร์

ผมนั่งพิจารณาอาหารในราคาระดับ  150-200 เม็กซิกันเปโซแล้ว  มองเห็นว่า หากจะสั่งคลับแ.ซนวิสอาจจะได้ชิ้นไม่โตนักจึงหันไปสั่งเบอร์เกอร์และที่นี่มีสองแบบคือเนื้อกับไก่

ท้ายสุดก็ต้องลงเอยที่ไก่เพราะปกติแล้วผมจะไม่ทานเนื้อโดยเด็ดขาดและจะเลี่ยงทานไก่และสัตว์ปีกทั้งหลายเพราะกลัวเป็นโรคเก๊าท์  เมื่อมันเลี่ยงไม่พ้น หนีไม่ออกก็จำเป็นที่จะต้องกิน ดีกว่าหิวทรมานปากและท้อง

                ผมมักจะบอกลูกศิษย์ว่า เราไปแวะที่ร้านแม็คโดนัลด์หรือร้านเบอร์เกอร์คิงส์ที่มีเกลื่อนในทุกเมืองของเม็กซิโกไหม  เขาหัวเราะแล้วบอกกับผมว่า

มาที่ร้านนี่ดีกว่า

เป็นอันว่าในรอบ 15 ปีที่มาเมืองชิวาวา 4 ครั้งไม่เคยได้กินเบอร์เกอร์จากสองร้านนี้เลยตรงกันข้ามกับสมัยที่ไปเมืองฮารัปปาจะแอบออกไปทานที่ร้านเบอร์เกอร์คิงส์ ส่วนไปเมืองก๊วนสะกวนโค๊ส ผมจะทานร้านซับเวย์ประจำ

ร้านนี้จะมีคนนิยมมาทานกันเยอะและทุกครั้งที่มาทานร้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาติ๊น่าหรือเฮอร์มัน จะไม่มีใครสั่งเบอร์เกอร์ทานเลยเพราะเขาถือว่าเป็น

อาหารขยะสำหรับบ้านของเขา

คนเม็กซิกันไม่นิยมทานซอสมะเขือเทศเพราะมันไม่มีรสชาติเผ็ด เขานิยมทานเผ็ดกันมาก โดยเฉพาะซอสพริก  นานครั้งจะมีการยกซอสมะเขือเทศมาให้ผมทานและซอสมะเขือเทศของเขาจะเปรี้ยวมากกว่าหวานแบบในประเทศไทย

ร้านแวนดี้ส์ จะเป็นร้านที่ค่อนข้างใช้เนื้อที่มากพอสมควรและเป็นร้านที่จะตั้งเดี่ยวๆต่างหากในบริเวณที่เป็นย่านการค้าประเภทศูนย์การค้า เพราะการเป็นเอกเทศจึงมีคนนิยมเข้ามาจอดรถทานกันอย่างเอร็ดอร่อยและในวันอาทิตย์จะต้องยืนรอคิวเพื่อเข้าไปกิน

ซึ่งการยืนรอคิวอย่างทรมานท่ามกลางอากาศที่เย็นภายนอกอาคารเป็นเรื่องที่ผมพยายามจะเลี่ยง

ร้านเบอร์เกอร์พวกนี้ไม่เพียงแต่ร้านเวนดี้ส์เท่านั้นที่มีขายยังมีร้านอาร์มี่วิงส์ ที่จะเน้นขายพวกสเต็กและมีเบอร์เกอร์ประดับ

เบอร์เกอร์ของคนเม็กซิกันจะมีราคาอยู่ที่ 150-200 เม็กซิกันเปโซ แต่ละชิ้นจะใหญ่และจะมีแบบดับเบิ้ลหรือสองชิ้นซ้อน แต่ผมนิยมสั่งทานประเภทชิ้นเดียวก็ติดคอหอยแล้วเพราะ

ชิ้นมันใหญ่กว่าของเมืองไทยราวสามเท่า

                บางแห่งจะมีขายน้ำอัดลม ชนิดที่ให้แก้วมาใบนึงแต่จะต้องไปเติมน้ำอัดลมและน้ำแข็งเอง

อันนี้ผมประทับใจและชอบ ผมมักจะดูดน้ำให้เต็มพิกัดในร่างกายเพราะการเป็นเมืองทะเลทรายทำให้ร่างกายถูกดูดซับน้ำออกไปเยอะ และที่น่าดีใจที่สุดก็คือ

เหงื่อไม่ค่อยจะมีไหลออกมาเปื้อนเสื้อให้มันเหม็นอับเพราะลมที่พัดตลอดเวลานั่นเองและผมจะเลี่ยงการสวมเสื้อหลายชั้นที่ทำให้มันออกเหงื่อ

แม้นว่าผมจะต้องซักเสื้อหนึ่งตัว  ถุงเท้าหนึ่งคู่ กางเกงในหนึ่งตัว ส่วนกางเกงไม่ได้เปื้อนอะไรจะซักในทุกสามวัน

ไปต่างประเทศ ผมไม่นิยมจะพกเสื้อผ้าไปมาก หากพักที่โรงแรมเดียวกันหลายวันเพราะว่า เมื่อซักตอนหัวค่ำ แขวนเอาไว้ในห้องน้ำ พอรุ่งเช้าเสื้อผ้าที่ซักเริ่มจะแห้งมากพอสมควร ย้ายออกมาไว้ในตู้แขวนเสื้อผ้า ทิ้งเอาไว้ตอนเย็นก็แห้งหมด ยกเว้นกางเกงในหรือถุงเท้าที่จะมีความชื้นตรงขอบๆของมัน ซึ่งใช้เครื่องเป่าผมเปิดชนิดแรงสุดให้มันเป่าลมร้อนออกมา เดี๋ยวก็แห้งหมด

ผมคุยกับพนักงานที่ร้านแวนดี้ส์แห่งหนึ่งว่ามาจัดสัมมนามวยไทย มาซิ มาเรียนกัน เอาไว้ป้องกันตัว

และสาวเจ้านางหนึ่งร่างสูง ยิ้มแย้มแจ่มใสดี หน้าตาสะสวยก็มาเรียนในวันสุดท้ายของการจัดสัมมนาที่เมืองชิวาวาเสียด้วย

                แม้นท่าทางจะเก้งก้างแต่หากสอนให้รู้จักการแทงเข่าโดยใช้มือดันแทนที่จะกระชากคอตี น่าจะเป็นมวยหญิงที่หน้าตาดีและฝีมือดีคนหนึ่งในอนาคตได้

คนเม็กซิกันปกติแล้วจะใม่ค่อยนิยมทานเบอร์เกอร์สักเท่าใดนัก นอกเสียจากจะซื้อไปทานระหว่างทางหรือเอาไปทานที่บ้านในยามเร่งรีบ แม้นว่าร้านจะใหญ่โตแต่จะสร้างเพื่อมารองรับผู้คนในวันหยุดและวันหยุดของรัฐบาลเท่านั้น